0
  • English

มาทำความรู้จักจักรยานออกกำลังกาย ปั่นแบบไหนได้ประโยชน์

7/21/2020 5:22 PM

 

มาทำความรู้จักจักรยานออกกำลังกาย ปั่นแบบไหนได้ประโยชน์

สาวๆ หลายคนมักจะมีปัญหากับการเลือกซื้อกางเกง  กางเกงหลวมบ้าง อึดอัดบ้าง สะโพกกับต้นขาไม่เสมอกัน หรือแม้แต่กระทั่งส่วนบริเวณน่องขาที่ดูไม่สมส่วน ซึ่งการจะออกกำลังกายบริเวณส่วนขานั้นจะแตกต่างจากส่วนอื่นและหลายๆ คนก็จะมีความคิดที่ว่าลดขานั่นลดยากมาก แต่อันนี้จริงแล้วการปั่นจักรยานให้ถูกวิธี จะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ 

แต่จักรยานออกกำลังกายจริงๆ แล้วมีกี่แบบกันละ ถ้าไปฟิตเนสต้องเลือกแบบไหนดี หรือถ้าสนใจอยากซื้อมาไว้ใช้ที่บ้านเองต้องซื้อแบบไหน งั้นลองมาทำความรู้จักจักรยานออกกำลังกายกันก่อนเลยครับว่ามีกี่ประเภท แล้วปั่นแบบไหนดีนะ 

 

จักรยานออกกำลังกาย หรือ Stationary Bike มีอยู่ 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1.จักรยานออกกำลังกายแบบนั่งตรง หรือ Upright Exercise Bike 

ลักษณะจะเหมือนขี่จักรยานทั่วไป เป็นการนั่งตรงแล้วปั่น ปรับระดับความหนักได้ แต่ตัวจะเปลี่ยนท่าทางไม่ค่อยได้เพราะว่าลักษณะการนั่งที่ถูกบังคับมาให้จับแฮนด์แบบตายตัว แต่ก็มีความปลอดภัยสูง ช่วยออกกำลังบริหารส่วนของขาได้เป็นอย่างดี 

2.จักรยานออกกำลังกายแบบเอนปั่น หรือ Recumbent Bike 

เป็นแบบนั่งเอนปั่น มีพนักพิง ความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับผู้มีปัญหาด้านกล้ามเนื้อ, กระดูกขา รวมไปถึงผู้สูงอายุ หรือคนที่น้ำหนักมาก เพราะเป็นการนั่งปั่น ทำให้ไม่เกิดแรงกระแทก เน้นการบริหารกล้ามเนื้อหรือกระดูกในช่วงล่าง หรือปั่นเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านขาโดยเฉพาะ

3.จักรยานออกกำลังกายแบบเสือหมอบ หรือ Spin Bike

เป็นรุ่นที่เป็นที่นิยมมาก เหมาะกับการเผาผลาญเป็นอย่างดี สามารถปรับได้ทั้งแฮนด์จับและเบาะนั่ง ปั่นได้ทั้งแบบนั่งปั่น, หมอบปั่น, ยืนปั่น ปั่นด้วยความเร็วที่มากได้ตามที่เราต้องการ ตามฟิตเนสส่วนใหญ่จะใช้ปั่นเป็นกลุ่มประกอบเพลง หรือที่เรียกกันว่า Spinning Class หรือ RPM Class ซึ่งจะมีเทรนเนอร์มาคอยสอน และ Spin Bike เป็นประเภทที่หลายๆ คนมักจะซื้อไว้ใช้ภายในบ้าน แนะนำให้เลือกแบบที่สามารถพับเก็บได้จะดีที่สุด 

การปั่นจักรยานออกกำลังกาย แต่ครั้งละควรใช้เวลาประมาณ 40 นาที หลายๆเครื่องก็จะมีโปรแกรมที่ช่วยให้มีเป้าหมายในการปั่น เช่น ปั่นผ่านทุ่งหญ้า เป็นต้น หรือจะลองปั่นประกอบเพลงสนุกก็ช่วยให้เพลินเหมือนกัน นอกจากนั้นยังตรวจชีพจรของผู้ที่ขี่จักรยาน เพื่อติดตามว่าชีพจรเต้นตามเป้าหมายหรือยัง โดยปรับความเร็วหรือความฝืด

 

แล้วทำอย่างไรดีถึงจะช่วยเผาผลาญ และได้ประโยชน์จากการปั่นจักรยาน

1.ไม่ควรหักโหมมากเกินไป

สำหรับใครที่เริ่มต้นการมาปั่นจักรยาน  ไม่ควรเน้นปั่นจักรยานแบบหักโหม เช่น ปั่นด้วยแรงมากๆ เพราะไม่ทำให้ขาเล็กลงแล้ว แต่จะทำให้กล้ามเนื้อตรงขา ใหญ่ขึ้นอีกด้วย หรืออาจจะรุ่นแรงจนทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อได้

  ดังนั้นควรเริ่มปั่นแบบธรรมดาก่อน โดยปั่นที่ความเร็วประมาณ 60 รอบ / นาที และปั่นนานต่อเนื่อง 10 นาที จากนั้นค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะลดความเร็วลงมาเป็นระดับธรรมดาอีกครั้ง การปั่นแบบนี้ จะทำให้กล้ามเนื้อเคยชิน และดีต่อร่างกายทุกส่วน

 

2.ปั่นจักรยานด้วยความเร็วสม่ำเสมอ

 หลายคนจะมีความคิดที่ว่าปั่นแรงๆ คือดี แล้วช่วยให้เผาผลาญไขมัน เผาผลาญเซลลูไลท์ส่วนขาได้ดี แต่จริงๆ เป็นความคิดที่ผิด ที่ถูกต้องคือ เน้นเรื่องความสม่ำเสมอมากกว่า  และให้ทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ จะทำให้น้ำหนักตัวลด และต้นขาก็จะดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

 

3.เพิ่มความเร็วและระยะเวลาในการปั่นจักรยานมากขึ้น

 หากปั่นจักรยานด้วยวิธีพื้นฐานได้อย่างชำนาญแล้ว ให้ค่อยๆ เพิ่มระดับความเร็วมากขึ้นไปเรื่อยๆ จากเดิม 60 รอบ / นาที เป็น 80 - 90 รอบ ต่อนาที โดยปั่นต่อเนื่องให้ได้นานที่สุดอย่างน้อย 30 นาที หรือสามารถแบ่งปั่นเป็นช่วงๆ ช่วงละ 10 นาที ยิ่งระยะเวลาในการปั่นมากเท่าไหร่ ต้นขาก็จะยิ่งเล็ก กระชับได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น

 

  ดังนั้นผู้ที่เป็นนักปั่นมือใหม่ จึงควรเริ่มต้นปั่นจักรยานด้วยความเร็วน้อยๆ ก่อน เมื่อร่างกายเคยชินแล้ว จึงค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้น และแนะนำให้ควรควบคุมอาหาร เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของร่างกาย แถมยังช่วยลดการสะสมของไขมันได้ดีขึ้นด้วย ต้นขาของสาวๆ ก็จะเล็กกระชับ เรียวได้เร็วยิ่งขึ้น 

 

 

 

 

  

Download attached document

« Back
[profiler]
Memory usage: real: 6291456, emalloc: 5502976
Code ProfilerTimeCntEmallocRealMem