tracking

เครื่องออกกำลังกาย อุปกรณ์ออกกําลังกาย อุปกรณ์ฟิตเนส ลู่วิ่ง จักรยานออกกำลังกาย บาร์เบล ดัมเบล บาร์โหน

ตะกร้า 0

จักรยานออกกำลังกาย

จักรยานออกกำลังกาย จักรยานบริหาร SPINNING BIKE จักรยานฟิตเนส จักรยานนั่งปั่น มีหลากหลายรุ่นให้ได้เลือก หลากหลายราคาต้องที่คุณต้องการ

โปรโมชั่นจักรยานออกำลังกาย จักรยานฟิตเนส ลดราคา 50%

Filter Products By
ดูในมุมมอง ตาราง รายการ

3 รายการ

ตั้งค่าเรียงจากมากไปน้อย
ต่อหน้า
ดูในมุมมอง ตาราง รายการ

3 รายการ

ตั้งค่าเรียงจากมากไปน้อย
ต่อหน้า

วิธีเลือกซื้อจักรยานออกกำลังกาย แบบไหน? ที่เหมาะกับคุณ...

การหันมาใส่ใจกับสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่อยากให้มองข้ามเด็ดขาด ตามคำกล่าวที่ว่า “สุขภาพดีไม่ได้มีไว้ขาย อยากได้ต้องทำเอง” ต่อให้รวยล้นฟ้าแต่ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงชีวิตก็ขาดความสุข ซึ่งในยุคนี้บางทีการไปตามฟิตเนส สวนสาธารณะอาจไม่ตอบโจทย์ “จักรยานออกกำลังกาย” จึงถือเป็นไอเทมเด็ดที่จะช่วยให้ทุกคนทำตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้ แต่มีวิธีเลือกซื้ออย่างไร แบบไหนที่เหมาะกับตัวคุณ มาหาข้อมูลกันเลยดีกว่า

ประเภทของจักรยานออกกำลังกาย


1. Upright Exercise Bike

ประเภทแรกเป็นแบบนั่งตรง คล้ายกับจักรยานที่ขี่บนถนนทั่วไป ปรับความหนัก-เบาได้ ง่ายต่อการใช้งาน แต่ท่าทางมักถูกบังคับแบบตายตัวรวมถึงลักษณะการจับแฮนด์ เน้นบริหารช่วงขาเป็นหลัก ปลอดภัยมาก ปั่นได้ทุกเพศทุกวัย

2. Recumbent Bike

ประเภทต่อมาจะมีพนักพิงสำหรับท่านั่งแบบเอนหลังแล้วปั่นออกกำลังกาย ตอบโจทย์มากหากใครมีปัญหาเกี่ยวกับขาทั้งกล้ามเนื้อ กระดูก รวมถึงยังเหมาะกับคนน้ำหนักตัวเยอะและผู้สูงอายุ ด้วยรูปแบบการปั่นที่สามารถพิงไปด้านหลังได้จึงไม่ก่อให้เกิดแรงกระแทกย้อนกลับขึ้นมาบริเวณหัวเข่า สะโพก จะใช้เพื่อเรียกเหงื่อ หรือฟื้นฟูร่างกายก็ตอบโจทย์

3. Spin Bike

ประเภทสุดท้ายเป็นจักรยานออกกำลังกายที่เหมาะกับคนลดน้ำหนัก ลดไขมัน เบิร์นออกได้สะใจ เหงื่อท่วมตัว ลักษณะตัวจักรยานปรับได้ทั้งเบาะนั่งและแฮนด์ ดังนั้นจะปั่นปกติ หมอบปั่น ยืนปั่น หรือเน้นใช้ความเร็วสูงก็ไม่มีปัญหา สังเกตว่าจักรยานแบบนี้มักพบเจอได้ตามกลุ่มออกกำลังกายในฟิตเนส หรือคลาสลดน้ำหนัก

ประโยชน์ที่ได้รับจากจักรยานออกกำลังกาย

เมื่อรู้จักกับประเภทของจักรยานออกกำลังกายกันไปแล้ว อยากให้ทุกคนมาศึกษาประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับเพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าซื้อแล้วคุ้มค่า ไม่เสียดายเงินแน่นอน

1. ได้สุขภาพกายที่แข็งแรงกลับคืนมา

ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายประเภทใดสิ่งที่ได้กลับคืนมาย่อมหนีไม่พ้นสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง การปั่นจักรยานแบบนี้เองก็เช่นกัน ช่วยให้ปอดและหัวใจทำงานดีขึ้น ลดไขมัน กระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ ไปจนถึงการฟื้นฟูกระดูกและกล้ามเนื้อบริเวณช่วงล่าง (แต่ต้องปั่นอย่างถูกต้องตามหลักการ) ภาพรวมของร่างกายดูดีขึ้นกว่าเดิม

2. สุขภาพจิตดีตามไปด้วย

ไม่ใช่แค่สุขภาพกายเท่านั้น แต่สุขภาพจิตก็เป็นอีกสิ่งที่คุณจะได้รับกลับไป เพราะเมื่อไหร่ที่ขึ้นจักรยานแล้วเริ่มปั่นสมองและความเหนื่อยล้ามักช่วยลดระดับความเครียดลง ยิ่งพอปั่นเสร็จแล้วได้อาบน้ำเย็นให้ชื่นฉ่ำสบายตัว บางทีสมองอาจคิดไอเดียใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อีกต่างหาก

3. สมองทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม

ไม่ใช่แค่การยกตัวอย่างแต่มีงานวิจัยยืนยันว่าคนที่ปั่นจักรยานทั้งแบบปกติและแบบออกกำลังกายประจำ เมื่อทดสอบสมองแล้วทำงานได้ดีกว่าคนที่ไม่ปั่นมากถึง 15% เนื่องจากทุกครั้งที่ปั่นจักรยานเซลล์สมองส่วน Hippocampus ซึ่งทำหน้าที่ในการจดจำจะถูกกระตุ้นให้สร้างเซลล์ใหม่อยู่ตลอด ลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ หรือพาร์กินสัน

วิธีเลือกซื้อจักรยานออกกำลังกายให้เหมาะกับตนเอง

1. เลือกประเภทตามการใช้งาน

เริ่มแรกคุณต้องรู้วัตถุประสงค์การใช้งานของตนเองรวมถึงสภาพร่างกายก่อนเสมอ เพื่อเลือกประเภทได้อย่างถูกต้อง เช่น น้ำหนักตัวเยอะ ขาไม่ค่อยแข็งแรง ควรเลือกแบบ Recumbent Bike แต่ถ้าอยากเรียกเหงื่อ ต้องการปั่นอย่างมีอรรถรส จะเลือกแบบ Spin Bike ก็ได้เช่นกัน

2. ฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย

ข้อนี้ลองพิจารณาตั้งแต่เรื่องน้ำหนักล้อ ยิ่งจานล้อหนักก็ต้องใช้แรงมาก ฟังก์ชันการต้านทานต่อความหนืด ปรับระดับได้มากน้อยเพียงใด, ฟีเจอร์บนหน้าจอสามารถบ่งบอกค่าใดในร่างกายได้บ้าง, ระบบการหมุนเป็นแบบโซ่หรือสายพาน จะช่วยให้ได้จักรยานออกกำลังกายตามที่คาดหวัง

3. คุณภาพของวัสดุที่ผลิต

เป็นอีกเรื่องที่อย่ามองข้ามเด็ดขาด ต้องเลือกตัวที่ผลิตจากวัสดุอย่างดี มีคุณภาพ แข็งแรงทนทาน มีการรับประกันสินค้าหากพังเสียหายภายในระยะเวลาที่กำหนด สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี (กรณีคนน้ำหนักเยอะ) มีการป้องกันวัสดุเสื่อมสภาพเบื้องต้น เช่น การพ่นกันสนิม, วัสดุไม่เกิดความเสียหายเมื่อเจอคราบเหงื่อ เป็นต้น

4. ราคาคุ้มค่ากับการใช้งาน

ข้อสุดท้ายคงมองข้ามเรื่องราคาไม่ได้จริง ๆ ตรงนี้คงไม่บอกว่าของถูกหรือแพงดีกว่า แต่ควรเลือกให้คุ้มค่ามากที่สุด มองแล้วเงินที่จ่ายออกไปทุกบาทจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมาแบบรอบด้าน ทั้งสุขภาพ ความมั่นใจ ไม่เกิดอันตราย

นี่คือข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับจักรยานออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นประเภทที่นิยมใช้งาน วิธีเลือกซื้อ ไปจนถึงประโยชน์ที่ทุกคนได้รับ หันมาใส่ใจสุขภาพตั้งแต่วันนี้ก่อนที่ทุกอย่างจะไม่ทันการณ์ดีกว่า



ประเภทและช่วงราคา ของจักรยานออกกำลังกาย Homefittools


1. Spinning Bike
- ช่วงราคา 3,700 - 12,900 บาท
- ลักษณะการใช้งาน : ปั่นเหมือนจักรยานจริง เลือกปั่นได้หลายท่า
- จุดเด่น : ปั่นสนุกเหมือนจริง,ปั่นได้หลายรูปแบบ,ไร้เสียงรบกวน(แม่เหล็ก)
- ระบบการทำงาน : ระบบสายพาน,ระบบผ้าเบรคสักหลาด,เกรด A/แม่เหล็ก
- ความสนุก : คะแนน 5/5
- ความสบาย : คะแนน 3/5
- ประหยัดเนื้อที่ :คะแนน 4/5

2. Upright Bike
- ช่วงราคา 4,590 - 6,990 บาท
- ลักษณะการใช้งาน : นั่งปั่นแบบหลังตรง
- จุดเด่น : ใช้เนื้อที่น้อย,ไร้เสียงรบกวน,ปั่นสบายไม่ปวดหลัง
- ระบบการทำงาน : ระบบสายพาน,ระบบแรงต้านแบบ,แม่เหล็ก
- ความสนุก : คะแนน 3/5
- ความสบาย : คะแนน 4/5
- ประหยัดเนื้อที่ :คะแนน 5/5

3. Recumbent Bike
- ช่วงราคา 12,900 บาท
- ลักษณะการใช้งาน : นั่งปั่นแบบพิงหลัง
- จุดเด่น : เน้นความปลอดภัย,เน้นความสบายไม่ปวดหลัง,ไร้เสียงรบกวน
- ระบบการทำงาน : ระบบสายพาน,ระบบแรงต้านแบบ,แม่เหล็ก
- ความสนุก : คะแนน 3/5
- ความสบาย : คะแนน 5/5
- ประหยัดเนื้อที่ :คะแนน 3/5

4. Air Bike
- ช่วงราคา 17,900 บาท
- ลักษณะการใช้งาน : โยกแขนและขยับขาพร้อมๆ กัน
- จุดเด่น : สร้างกล้ามและเบิร์นไขมัน,เผาผลาญไขมันได้เร็วสุด,1-2 นาที สูงสุด 80 แคลอรี่
- ระบบการทำงาน : ระบบโซ่,ระบบแรงต้านตามแรงลม,ยิ่งปั่นแรงยิ่งเหนื่อย
- ความสนุก : คะแนน 5/5
- ความสบาย : คะแนน 3/5
- ประหยัดเนื้อที่ :คะแนน 4/5

เลือก สเปคจักรยานออกกำลังกายที่ใช่คุณ...


1. Spinning Bike รุ่น SB-006 - น้ำหนักล้อ 6 กิโลกรัม (เทียบเท่า 11 กิโลกรัม)
- รับน้ำหนักได้ 150 กิโลกรัม
- ปรับเบาะได้ สูง-ต่ำ เลื่อนหน้า-หลัง
- ปรับแฮนด์ ได้สูง-ต่ำ
- ระบบการทำงาน แบบสายพาน
- ระบบแรงต้าน ผ้าเบรคสักหลาด A+(คุณภาพเทียบเท่าหนังวัว)
- ระบบหน้าจอ 7 ฟังก์ชั่น
- วัดชีพจรได้
- ของแถมฟรี ที่หนีบมือถือ ขวดน้ำ
- รับประกัน 1 ปี (รับประกันโครงสร้างเหล็ก)
- เหมาะกับ บ้าน คอนโด

2. Spinning Bike รุ่น SB-007
- น้ำหนักล้อ 14 กิโลกรัม
- รับน้ำหนักได้ 180 กิโลกรัม
- ปรับเบาะได้ สูง-ต่ำ เลื่อนหน้า-หลัง
- ปรับแฮนด์ ได้สูง-ต่ำ
- ระบบการทำงาน แบบสายพาน
- ระบบแรงต้าน แบบแม่เหล็ก
- ระบบหน้าจอ 6 ฟังก์ชั่น (ตั้งค่าได้)
- วัดชีพจรได้
- ของแถมฟรี ผ้ารอง
- รับประกัน 1 ปี (รับประกันโครงสร้างเหล็ก)
- เหมาะกับ บ้าน คอนโด สปอร์ตคลับ และฟิตเนส

3. Spinning Bike รุ่น SB-005
- น้ำหนักล้อ 20 กิโลกรัม
- รับน้ำหนักได้ 200 กิโลกรัม
- ปรับเบาะได้ สูง-ต่ำ เลื่อนหน้า-หลัง
- ปรับแฮนด์ ได้สูง-ต่ำ เลื่อนหน้า-หลัง
- ระบบการทำงาน แบบสายพาน
- ระบบแรงต้าน ผ้าเบรคสักหลาด A+(คุณภาพเทียบเท่าหนังวัว)
- ระบบหน้าจอ 6 ฟังก์ชั่น (ตั้งค่าได้)
- วัดชีพจรได้
- ของแถมฟรี ผ้ารอง
- รับประกัน 1 ปี (รับประกันโครงสร้างเหล็ก)
- เหมาะกับ บ้าน คอนโด สปอร์ตคลับ และฟิตเนส

4. Upright Bike รุ่น X-Bike
- น้ำหนักล้อ 1.2 กิโลกรัม
- รับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม
- ระบบการทำงาน แบบสายพาน
- ระบบแรงต้าน แม่เหล็ก 8 ระดับ
- ระบบหน้าจอ 7 ฟังก์ชั่น
- ไม่รองรับการวัดชีพจร
- รับประกัน 1 ปี (รับประกันโครงสร้างเหล็ก)
- เหมาะกับ บ้าน คอนโด

5. Upright Bike รุ่น Neon
- น้ำหนักล้อ 3 กิโลกรัม (เทียบเท่า 6 กิโลกรัม)
- รับน้ำหนักได้ 130 กิโลกรัม
- ระบบการทำงาน แบบสายพาน
- ระบบแรงต้าน แม่เหล็ก 8 ระดับ
- ระบบหน้าจอ 7 ฟังก์ชั่น
- การวัดชีพจรได้ (ตั้งค่าคุมโซนได้)
- รับประกัน 1 ปี (รับประกันโครงสร้างเหล็ก)
- เหมาะกับ บ้าน คอนโด สปอร์ตคลับ

6. Recumbent Bike รุ่น RB-3
- น้ำหนักล้อ 7 กิโลกรัม
- รับน้ำหนักได้ 150 กิโลกรัม
- ระบบการทำงาน แบบแม่เหล็ก
- ระบบแรงต้าน แม่เหล็ก 15 ระดับ
- ระบบหน้าจอ 7 ฟังก์ชั่น
- การวัดชีพจรได้
- ของแถมฟรี ผ้ารอง
- รับประกัน 1 ปี (รับประกันโครงสร้างเหล็ก)
- เหมาะกับ บ้าน คอนโด สปอร์ตคลับ

4. จักรยาน รุ่น Air Bike
- ล้อแบบพัดลม
- รับน้ำหนักได้ 150 กิโลกรัม
- ปรับเบาะได้ สูง-ต่ำ เลื่อนหน้า-หลัง
- ปรับแฮนด์ ไม่ได้ (แฮนด์แบบโยก)
- ระบบการทำงาน แบบโซ่
- ระบบแรงต้าน ตามแรงลม
- ระบบหน้าจอ 11 ฟังก์ชั่น (ตั้งค่าได้)
- ไม่รองรับการวัดชีพจร
- ของแถมฟรี ผ้ารอง
- รับประกัน 1 ปี (รับประกันโครงสร้างเหล็ก)
- เหมาะกับ บ้าน คอนโด สปอร์ตคลับ และฟิตเนส