อัปเดตล่าสุด: 20 สิงหาคม 2026
สวัสดีครับ โค้ชปูแน่น (จักรินทร์ บุญลาภ) CEO ของ Real Gym ทั้ง 7 สาขา วันนี้ขอเสนอท่าเจาะเอวด้านข้างที่ทำที่บ้านได้ นั่นคือ Side Crunches หรือท่าครันช์บิดข้าง ท่านี้เน้นกล้ามหน้าท้องด้านข้าง (Obliques) ช่วยให้เอวดูเรียวและกระชับขึ้น ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ แค่มีเสื่อกับพื้นที่นอนราบก็พอ เหมาะทั้งมือใหม่และคนที่อยากได้เส้นเอว
Side Crunches คืออะไร?
✅ ท่าครันช์ที่บิดลำตัวไปด้านข้าง เจาะกล้ามหน้าท้องด้านข้าง
✅ ได้กล้าม: Obliques (หน้าท้องด้านข้าง) เป็นหลัก + แกนกลางลำตัว
✅ เหมาะกับใคร: ทุกคนที่อยากเอวกระชับ หน้าท้องด้านข้างชัด แกนกลางแข็งแรง
✅ เริ่มยังไง: 2-3 เซต ข้างละ 10-15 ครั้ง สัปดาห์ละ 3-4 วัน เน้นบิดสุดและช้า
อยากฝึกหน้าท้องและแกนกลางให้ถูกฟอร์มโดยมีเทรนเนอร์ดูแล? REAL GYM เปิดให้ทดลองเล่นฟรี 3 วันเต็ม ทั้ง 7 สาขา -คลิกลงทะเบียนที่นี่ มีเทรนเนอร์คอยดูฟอร์มให้ตั้งแต่วันแรก จะได้ฝึกถูกและเห็นผลเร็วขึ้น
Side Crunches คือท่าออกกำลังกายที่เน้นกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านข้าง หรือที่เรียกว่า Obliques กล้ามกลุ่มนี้ทำหน้าที่ในการบิดและหมุนลำตัว รวมถึงช่วยพยุงแกนกลาง Side Crunches จำลองการบิดลำตัวนี้แล้วเพิ่มการเกร็งเข้าไป กล้ามด้านข้างจึงทำงานหนักกว่าปกติ
การฝึกท่านี้จึงช่วยให้เอวดูเรียว หน้าท้องด้านข้างชัดขึ้น และแกนกลางแข็งแรง ที่สำคัญคือทำได้ทุกที่ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ จึงเหมาะจะติดตัวไว้ทำตลอด
หลายคนฝึกแต่หน้าท้องตรงกลาง เลยลืมกล้ามด้านข้างไป จึงได้หน้าท้องที่ดูไม่ครบ แต่กล้ามด้านข้างคือส่วนที่สร้างเส้นเอวและมิติของหน้าท้อง ทำให้เอวดูคอดเป็นทรง ถ้าฝึกแต่กลางไม่ฝึกข้าง หน้าท้องจะดูแบนแต่ไม่มีเส้นสวย นี่คือเหตุผลที่ท่านี้สำคัญ โดยเฉพาะคนที่นั่งทำงานนาน กล้ามด้านข้างมักอ่อนแรง การฝึกท่านี้จึงช่วยได้มาก
ท่านี้ให้ประโยชน์มากกว่าแค่เรื่องรูปร่าง มันส่งผลถึงการเคลื่อนไหวและสุขภาพในชีวิตประจำวันด้วย หลายคนมองว่าเป็นแค่ท่าลดพุง แต่จริง ๆ แล้วให้ผลรอบด้านกว่านั้นมาก
กล้ามด้านข้างที่แข็งแรงช่วยให้เอวดูเรียวและหน้าท้องมีมิติ เมื่อฝึกควบคู่กับการลดไขมัน จะเห็นเส้นข้างลำตัวชัดขึ้น เป็นเป้าหมายที่ผู้หญิงหลายคนตามหา แต่มักฝึกไม่ตรงจุดเพราะเน้นแต่หน้าท้องกลาง
การฝึกด้านข้างจึงเป็นชิ้นส่วนที่ขาดไปของหลายคนที่อยากได้เส้นเอว เมื่อเติมเต็มส่วนนี้ หน้าท้องจะดูครบและมีมิติมากขึ้น
ทุกการเคลื่อนไหวไม่ว่าจะยืน เดิน หรือยกของ ล้วนใช้แกนกลางในการรักษาสมดุล แกนกลางที่แข็งแรงช่วยให้ทรงตัวดีและลดโอกาสบาดเจ็บ โดยเฉพาะเวลาเล่นกีฬาที่ต้องบิดหรือหมุนตัว จะทำได้มั่นคงขึ้น แกนกลางเปรียบเหมือนรากฐานของร่างกาย ยิ่งมั่นคง ส่วนอื่นก็ทำงานได้ดีขึ้น
กล้ามด้านข้างช่วยควบคุมการบิดและเอียงของลำตัว ทำให้เคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันได้คล่องและปลอดภัยขึ้น
กล้ามด้านข้างช่วยพยุงกระดูกสันหลังเวลาบิดหรือหมุนตัว ลดความเสี่ยงบาดเจ็บจากการบิดลำตัวผิดท่าในชีวิตประจำวัน คนที่ปวดหลังจากท่าทางไม่ดี มักมีแกนกลางที่อ่อนแรงเป็นต้นเหตุ
ใช้แค่พื้นที่นอนราบกับเสื่อ ไม่ต้องมีอุปกรณ์หรือค่าใช้จ่าย ความสะดวกนี้ช่วยให้รักษาความสม่ำเสมอได้ดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อการเห็นผลในระยะยาว โปรแกรมที่ดีที่สุดคือโปรแกรมที่เราทำได้ต่อเนื่องจริง ไม่ใช่ที่ดูดีบนกระดาษแต่ทำได้ไม่กี่วัน
Side Crunches ปรับให้เข้ากับคนได้เกือบทุกกลุ่ม ตั้งแต่มือใหม่ถึงคนที่ฝึกประจำ แต่บางคนก็ควรปรับท่าหรือระวังเป็นพิเศษ การรู้ว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหนช่วยให้ฝึกได้ปลอดภัย ลองดูตารางด้านล่างว่าตัวเองอยู่ฝั่งไหน แล้วปรับให้เหมาะกับสภาพร่างกาย
| เหมาะกับ | ควรระวัง / ปรับท่า |
|---|---|
| คนอยากเอวกระชับ หน้าท้องด้านข้างชัด | ผู้มีอาการปวดคอเรื้อรัง |
| มือใหม่ที่อยากเริ่มฝึกที่บ้าน | ผู้มีปัญหาหลังส่วนล่างหรือหมอนรองกระดูก |
| ผู้หญิงที่อยากได้เส้นเอว | หญิงตั้งครรภ์ (ควรปรึกษาแพทย์) |
| คนที่อยากเสริมแกนกลาง | ผู้เพิ่งผ่าตัดหน้าท้อง |
มีปัญหาข้อต่อหรือหลัง? ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่ม และเริ่มจากช่วงการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ช้า ๆ
บางกลุ่มได้ประโยชน์จาก Side Crunches มากกว่าคนทั่วไป ลองดูว่าคุณอยู่ในกลุ่มที่ควรใส่ท่านี้ในโปรแกรมหรือไม่ ถ้าอยู่ในกลุ่มเหล่านี้ ท่านี้จะช่วยแก้ปัญหาที่คุณอาจไม่รู้ตัวว่ามีอยู่
หลายครั้งปัญหาที่ดูซับซ้อนอย่างปวดหลังหรือสะโพกเอียง มีต้นตอมาจากกล้ามด้านข้างที่อ่อนแรง เมื่อกล้ามด้านข้างทำงานได้ดี ร่างกายจะทรงตัวมั่นคงขึ้นในชีวิตประจำวัน ลองสังเกตตัวเองว่าเวลายืนนาน ๆ มักเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งหรือเปล่า นั่นคือสัญญาณ
การนั่งนานทำให้กล้ามด้านข้างและแกนกลางอ่อนแรง ท่านี้ช่วยปลุกกล้ามที่ถูกละเลยให้กลับมาทำงาน ยิ่งนั่งนานหลายปี กล้ามกลุ่มนี้ยิ่งอ่อนแรงลงโดยไม่รู้ตัว
กล้ามด้านข้างคือส่วนที่สร้างเส้นเอวและมิติ ฝึกท่านี้ควบคู่กับการลดไขมันช่วยให้เอวดูคอดขึ้น เป็นชิ้นส่วนที่หลายคนมองข้ามเพราะเน้นแต่ฝึกหน้าท้องกลาง
กีฬาอย่างเทนนิส กอล์ฟ หรือมวย ต้องใช้การบิดลำตัวในการสร้างพลัง กล้ามด้านข้างที่แข็งแรงช่วยเพิ่มพลังบิดและป้องกันบาดเจ็บที่หลัง นักกอล์ฟหลายคนพบว่าเมื่อกล้ามด้านข้างแข็งแรงขึ้น วงสวิงก็มีพลังและมั่นคงขึ้น
แกนกลางที่อ่อนแรงมักเป็นต้นเหตุของอาการปวดหลัง การเสริมกล้ามด้านข้างช่วยพยุงกระดูกสันหลังได้ดีขึ้น เมื่อแกนกลางแข็งแรง หลังจะรับภาระน้อยลง อาการปวดจึงค่อย ๆ ดีขึ้น
หัวใจของท่านี้คือ "บิดจากลำตัว ไม่ใช่ดึงคอ" และทำช้า ๆ
ก่อนเริ่ม หาเสื่อหรือพรมนุ่ม ๆ รองลำตัว และวอร์มอัพเบา ๆ สัก 2-3 นาที เลือกพื้นที่ราบและกว้างพอให้เหยียดตัวได้สบาย จะทำได้เต็มช่วงมากขึ้น ถอดนาฬิกาหรือของที่กดทับลำตัวออกก่อน จะได้ขยับได้อิสระไม่สะดุด สวมเสื้อผ้าที่ยืดหยุ่นพอดีตัว ไม่หลวมจนเกะกะและไม่รัดจนหายใจลำบาก
จุดสำคัญคือให้ไหล่เคลื่อนเข้าหาสะโพก ไม่ใช่แค่ยกหัวขึ้นตรง ๆ ถ้าทำถูก จะรู้สึกว่ากล้ามด้านข้างบีบเกร็งชัดในทุกครั้ง เทคนิคเสริมคือลองมองไปทางเพดานเฉียง ๆ แทนการก้มคาง จะช่วยลดการดึงคอ
เคล็ดลับจากโค้ชปูแน่น: อย่าใช้มือดึงคอขึ้น ให้มือแค่แตะข้างศีรษะเบา ๆ แล้วใช้กล้ามหน้าท้องด้านข้างเป็นตัวยก จะรู้สึกถึงกล้ามเป้าหมายชัดขึ้นมาก
ลองเทียบดูว่าตัวเองทำแบบไหนอยู่
| ประเด็น | ทำถูก ✔ | ทำผิด ✗ |
|---|---|---|
| คอและมือ | มือแตะข้างศีรษะเบา ๆ คอผ่อน | ดึงคอขึ้น เกร็งคอ |
| การบิด | บิดจากลำตัวช่วงเอว | แค่ยกไหล่ตรง ๆ |
| จังหวะ | ช้า คุมได้ บิดสุด | เร็ว เหวี่ยง ทำครึ่ง |
| หน้าท้อง | เกร็งค้างตลอดเซต | ปล่อยคลายระหว่างครั้ง |
คนส่วนใหญ่ทำไม่เห็นผลเพราะติดข้อเดิม ๆ ลองเช็กทีละข้อ
เป็นข้อที่พบบ่อยที่สุด ทำให้เมื่อยคอก่อนที่หน้าท้องจะได้ทำงาน บางคนถึงกับปวดคอจนต้องเลิกทั้งที่หน้าท้องยังไม่ล้า ปัญหานี้ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าตัวเองทำไม่ไหว ทั้งที่จริงแค่ฟอร์มผิด
พอแก้ฟอร์มให้ถูก คนกลุ่มนี้มักทำได้มากขึ้นทันทีโดยไม่ต้องออกแรงเพิ่ม ลองถ่ายคลิปตัวเองมุมข้างดูสักครั้ง จะเห็นจุดที่ต้องปรับชัดกว่าการเดา แก้: ให้มือแตะข้างศีรษะเบา ๆ เหมือนประคอง ไม่จับดึง และมองไปเฉียงขึ้นแทนการก้มคาง
ยกไหล่ตรง ๆ โดยไม่บิด ทำให้กล้ามด้านข้างไม่ได้หดตัวเต็มที่ คนที่ทำแบบนี้มักบ่นว่าฝึกแล้วไม่รู้สึกที่เอว แก้: ตั้งใจหมุนไหล่เข้าหาสะโพกฝั่งเดียวกัน ไม่ใช่แค่ยกตรง ๆ ให้รู้สึกถึงการบีบด้านข้าง
การบิดรัว ๆ ใช้แรงเหวี่ยงแทนกล้าม ทำให้หน้าท้องแทบไม่ได้ทำงาน หลายคนทำเร็วเพราะอยากให้ครบจำนวนไว ๆ แต่กลับไม่เห็นผล แก้: นับ 1-2 ตอนขึ้น และ 1-2 ตอนลง ให้ทุกครั้งมีคุณภาพมากกว่าปริมาณ
เมื่อพยายามบิดสูงเกิน หลังจะแอ่นและรับแรงแทนหน้าท้อง ผลคือปวดหลังแทนที่จะได้กล้ามด้านข้าง แก้: รักษาลำตัวให้มั่นคง เกร็งแกนกลาง ไม่แอ่นหรือโค้งเกิน บิดพอตึงก็พอ
เผลอทำข้างถนัดมากกว่า ทำให้กล้ามสองฝั่งพัฒนาไม่สมดุล ความไม่สมดุลนี้อาจทำให้เอวดูไม่เท่ากันในระยะยาว แก้: นับจำนวนให้เท่ากันทั้งสองข้างเสมอ เริ่มจากข้างที่อ่อนกว่าก่อน
การกลั้นหายใจทำให้เกร็งเกินและล้าเร็ว บางคนถึงกับหน้ามืด แก้: หายใจออกตอนบิดขึ้น หายใจเข้าตอนลง ให้เป็นจังหวะสม่ำเสมอ
⚠️ ถ้าเจ็บที่คอหรือหลัง ให้หยุดและตรวจฟอร์มทันที นั่นคือสัญญาณเตือน ควรรู้สึกตึงที่หน้าท้องด้านข้าง ไม่ใช่เจ็บที่คอหรือหลัง
การหายใจที่ถูกจังหวะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้ทำได้นานขึ้น
หายใจออกตอนบิดลำตัวขึ้น (จังหวะที่กล้ามหดตัว) หายใจเข้าตอนคลายลงกลับที่เดิม อย่ากลั้นหายใจ เพราะจะทำให้เกร็งเกินและล้าเร็ว บางคนถึงกับหน้ามืด
ใช้เวลาต่อครั้งประมาณ 2-3 วินาที ไม่บิดรัว ๆ การคุมจังหวะช้าทำให้กล้ามอยู่ใต้แรงตึงนานขึ้น ซึ่งช่วยกระตุ้นการพัฒนา ลองนึกภาพว่ากำลังบีบกล้ามด้านข้างให้แน่นในทุกครั้ง แทนที่จะแค่ขยับให้ครบ
ถ้าจับความรู้สึกของกล้ามด้านข้างไม่ได้ ลองทำช้าลงและเบาลงในเซตแรก เพื่อให้สมองเรียนรู้ว่าจะสั่งงานกล้ามมัดนี้อย่างไร
ก่อนเริ่มเซต ลองไล่เช็กสั้น ๆ ว่าครบไหม
ถ้าจำได้แค่ข้อเดียว ให้จำเรื่อง "บิดจากลำตัว ไม่ดึงคอ" เพราะเป็นหัวใจของท่านี้ ลองถ่ายคลิปตัวเองจากด้านข้างดูฟอร์มเป็นระยะ จะช่วยจับจุดที่ต้องแก้ได้ดี
ท่านี้กระตุ้นกล้ามหลายมัดในท่าเดียว จึงคุ้มค่าต่อเวลาที่ลงไป รู้ว่าใช้กล้ามอะไรบ้างช่วยให้เราโฟกัสการเกร็งได้ถูกจุด
Obliques แบ่งเป็นชั้นนอกและชั้นในที่ทำงานร่วมกันเวลาบิดลำตัว เป็นกล้ามที่ท่าครันช์ธรรมดาไม่ค่อยได้ใช้ ท่านี้จึงเติมเต็มช่องว่างตรงนี้ การมี Obliques ที่แข็งแรงไม่ได้ให้แค่เอวสวย แต่ยังช่วยปกป้องหลังและเพิ่มพลังบิดตัว
ยิ่งกล้ามชั้นลึกแข็งแรง หน้าท้องยิ่งดูกระชับและแบนราบมากขึ้น เพราะใช้กล้ามหลายมัด ท่านี้จึงช่วยทั้งเรื่องรูปร่างและความมั่นคงของแกนกลาง นี่คือเหตุผลว่าทำไมท่าที่ดูง่ายนี้ถึงมีคุณค่ามากกว่าที่หลายคนคิด
เพราะได้ทั้งกล้ามที่ออกแรงและกล้ามที่รักษาสมดุล ท่านี้จึงช่วยเรื่องการทรงตัวได้ดี มีความเข้าใจผิดว่าการฝึกกล้ามด้านข้างหนัก ๆ จะทำให้เอวใหญ่ ความจริงคือกล้ามด้านข้างที่แข็งแรงและมีไขมันต่ำจะทำให้เอวดูคอดและมีมิติ ไม่ได้ทำให้เอวหนา
อยากฝึกหน้าท้องให้ครบทุกมุม? อ่านต่อ ท่า Crunches พื้นฐาน และ Bicycle Crunch แล้วจับคู่กับท่านี้
เมื่อทำท่าพื้นฐานคล่องแล้ว ลองเปลี่ยนรูปแบบเพื่อกระตุ้นกล้ามจากมุมใหม่ แต่ละแบบเน้นกล้ามด้านข้างในมุมที่ต่างกันเล็กน้อย จึงเสริมกันได้ดี ไม่ต้องทำครบทุกแบบ เลือก 1-2 แบบสลับกับท่าพื้นฐานก็เพียงพอ
ยืนตรง ยกเข่าข้างหนึ่งขึ้นพร้อมบิดศอกฝั่งเดียวกันลงมาแตะ ฝึกการทรงตัวไปด้วย เหมาะกับคนที่ไม่สะดวกนอนพื้นหรืออยู่ที่ทำงาน ทำได้ระหว่างวันโดยไม่ต้องเปลี่ยนชุด จึงสะดวกมาก ถ้าถือดัมเบลข้างเดียวจะเพิ่มแรงต้านให้กล้ามด้านตรงข้ามทำงานหนักขึ้น
อยู่ในท่าแพลงก์ด้านข้าง แล้วยกสะโพกขึ้นลงเบา ๆ เน้นกล้ามด้านข้างและแกนกลางหนักขึ้น เหมาะกับคนที่แข็งแรงแล้ว ระวังอย่าให้สะโพกตกจนเสียแนวลำตัว ควรคุมให้นิ่ง
ปั่นขาสลับพร้อมบิดศอกเข้าหาเข่าฝั่งตรงข้าม ได้ทั้งหน้าท้องแนวตรงและด้านข้างในท่าเดียว
ถือดัมเบลเล็กหรือแผ่นน้ำหนักไว้ที่หน้าอกขณะทำ เพิ่มแรงต้านให้กล้ามด้านข้างทำงานหนักขึ้น เหมาะเมื่อน้ำหนักตัวเริ่มเบา
ทำบนม้านั่งปรับระดับหรือ Roman Chair เพื่อเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว ช่วยให้กล้ามด้านข้างยืดและหดได้เต็มช่วงมากขึ้น เหมาะกับคนที่ฝึกในยิมและอยากท้าทายกล้ามให้มากกว่าการทำบนพื้น
ไม่ต้องทำครบทุกแบบ เลือก 1-2 แบบสลับกับท่าพื้นฐานก็เพียงพอ
เมื่อทำท่าพื้นฐานคล่องแล้ว ลองเพิ่มความยากเพื่อให้กล้ามพัฒนาต่อ
เหตุผลที่ต้องเพิ่มความยากคือกล้ามจะปรับตัวและหยุดพัฒนาถ้าเจอสิ่งเร้าเดิม ๆ
ไม่ต้องเพิ่มทุกอย่างพร้อมกัน เลือกปรับทีละตัวแปรจะได้ผลและปลอดภัยกว่า เมื่อทำระดับปัจจุบันได้ครบด้วยฟอร์มสวยติดต่อกันหลายครั้ง ค่อยขยับเพิ่มความยาก เหตุผลที่การเพิ่มความยากช่วยได้คือกล้ามจะปรับตัวและหยุดพัฒนาถ้าเจอสิ่งเร้าเดิม ๆ การไต่ระดับแบบค่อยเป็นค่อยไปช่วยให้พัฒนาต่อเนื่องโดยไม่บาดเจ็บ
ท่านี้ปรับได้ตามความแข็งแรง ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มหรือฝึกมานาน ข้อดีคือท่าเดียวแต่ไต่ระดับได้เรื่อย ๆ จึงใช้ได้ตลอดการฝึก
| ระดับ | รูปแบบ | จุดเน้น |
|---|---|---|
| ง่าย | บิดช่วงสั้น ยกไม่สูง | เรียนฟอร์ม คุมคอไม่ให้ดึง |
| กลาง | บิดเต็มช่วง ค้างจุดสูงสุด | กระตุ้นกล้ามด้านข้างเต็มที่ |
| ยาก | ถือน้ำหนัก หรือทำบนม้านั่ง | เพิ่มแรงต้าน สร้างความแข็งแรง |
อย่ารีบข้ามระดับ ถ้ายังคุมฟอร์มไม่นิ่ง ให้อยู่ระดับง่ายก่อน วิธีเช็กว่าพร้อมขยับขึ้น คือทำระดับปัจจุบันครบเซตด้วยฟอร์มสวยติดกัน 2-3 ครั้งการฝึก การไต่ระดับแบบมีเกณฑ์ชัดเจนช่วยให้พัฒนาต่อเนื่องโดยไม่บาดเจ็บ ฐานที่มั่นคงคือสิ่งที่ทำให้ก้าวต่อไปได้ไกล อย่ารีบข้ามขั้นเพราะอยากเห็นผลเร็ว
อยากเห็นผลไวขึ้น ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้
บิดสุดและคุมช้า 15 ครั้ง ดีกว่าเหวี่ยงเร็ว 50 ครั้ง เพราะกล้ามได้ทำงานเต็มที่ในทุกครั้ง ไม่ใช่แค่ขยับให้ครบจำนวน
ค้างไว้ 1-2 วินาทีตอนบิดสุด จะบีบเกร็งกล้ามด้านข้างได้ลึกขึ้น แม้จำนวนครั้งจะน้อยลง แต่คุณภาพของแต่ละครั้งจะสูงขึ้นมาก
ระหว่างทำ ลองแตะกล้ามด้านข้างที่ทำงาน ถ้ารู้สึกว่ามันแข็งตึงแปลว่าทำถูก ถ้ารู้สึกที่คอหรือหลังมากกว่า แปลว่าฟอร์มยังเพี้ยน ให้ปรับใหม่
การเห็นเส้นเอวต้องลดไขมันทั้งตัว คาร์ดิโอและการคุมอาหารจึงสำคัญไม่แพ้การฝึก กินโปรตีนให้พอเพื่อซ่อมแซมกล้าม และลดน้ำตาลกับของทอดที่เปลี่ยนเป็นไขมันง่าย หลายคนทำ Side Crunches หนักมากแต่ยังไม่เห็นเอว เพราะลืมดูแลอาหาร
กล้ามแข็งแรงขึ้นตอนพัก ไม่ใช่ตอนฝึก การนอน 7-8 ชั่วโมงช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและพัฒนาได้ดีขึ้น คนที่นอนน้อยเรื้อรังมักรู้สึกว่าฝึกเท่าไรก็ไม่ค่อยเห็นผล
ถ้าจัดตารางนอนให้เป็นเวลา ร่างกายจะซ่อมกล้ามและเก็บพลังงานได้เต็มที่ พักผ่อนดีคือครึ่งหนึ่งของความสำเร็จ อีกครึ่งคือความสม่ำเสมอในการฝึก
สองท่านี้ฝึกหน้าท้องเหมือนกัน แต่เน้นคนละส่วน
| ประเด็น | Side Crunches | Crunches ทั่วไป |
|---|---|---|
| เน้นกล้าม | หน้าท้องด้านข้าง (Obliques) | หน้าท้องแนวตรง (Rectus) |
| การเคลื่อนไหว | บิดลำตัวไปด้านข้าง | ยกลำตัวตรง |
| ผลลัพธ์เด่น | เส้นเอว มิติด้านข้าง | ร่องกลางหน้าท้อง |
คำตอบที่ดีที่สุดคือทำทั้งคู่ เพื่อให้หน้าท้องชัดครบทั้งกลางและด้านข้าง ท่าหนึ่งเน้นแนวตรง อีกท่าเน้นด้านข้าง จึงเสริมกันได้ดีในโปรแกรมเดียว ท่าหนึ่งเน้นแนวตรง อีกท่าเน้นด้านข้าง จึงเสริมกันได้ดีในโปรแกรมเดียว ลองสลับกันในแต่ละวัน หรือทำต่อกันในชุดฝึกหน้าท้องก็ได้
มีหลายท่าที่ฝึกกล้ามด้านข้างเหมือนกัน แต่ละท่าเน้นต่างมุมกัน การเข้าใจความต่างช่วยให้เลือกและจัดโปรแกรมได้ครบ
| ท่า | ลักษณะ | จุดเด่น |
|---|---|---|
| Side Crunches | นอนบิดข้าง | โฟกัสด้านข้างล้วน คุมง่าย |
| Russian Twists | นั่งบิดตัวซ้ายขวา | ได้ด้านข้างในแนวหมุน เพิ่มน้ำหนักได้ |
| Bicycle Crunch | ปั่นขาสลับบิดตัว | ได้ทั้งด้านข้างและส่วนล่าง |
| Side Plank | ค้างตัวด้านข้าง | เน้นความมั่นคง ไม่มีการเคลื่อนไหว |
ไม่ต้องเลือกท่าเดียว การหมุนเวียนหลายท่าช่วยกระตุ้นกล้ามจากหลายมุมและไม่จำเจ Side Crunches เหมาะเป็นท่าพื้นฐานที่คุมง่ายและเห็นผลชัด ก่อนต่อยอดไปท่าอื่น เมื่อทำท่านี้ได้ดีแล้ว การไปทำ Russian Twists หรือ Side Plank ก็จะง่ายขึ้น
Side Crunches เก่งเรื่องเจาะด้านข้าง แต่หน้าท้องที่แข็งแรงต้องฝึกหลายมุม การทำท่าเดียวซ้ำ ๆ อาจทำให้กล้ามส่วนอื่นตามไม่ทัน จึงควรจับคู่กับท่าที่เสริมกัน
การหมุนเวียนหลายท่าช่วยให้หน้าท้องได้ทำงานครบทุกส่วนและไม่จำเจ
หลังฝึกจบ ลองยืดกล้ามด้านข้างโดยยกแขนขึ้นแล้วเอนตัวไปด้านตรงข้าม ค้างไว้ข้างละ 15-20 วินาที ช่วยลดอาการตึงและทำให้กล้ามฟื้นตัวเร็วขึ้น
ทำวนเป็นเซอร์กิต 2-3 รอบ ได้หน้าท้องทำงานครบทุกมุมในเวลาสั้น ๆ เหมาะมากสำหรับคนที่ออกกำลังกายที่บ้านและมีเวลาจำกัด ทำแค่วันเว้นวันก็ช่วยให้หน้าท้องแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ลองทำตามโปรแกรมนี้ ฝึกสัปดาห์ละ 3-4 วัน เว้นวันพักให้กล้ามฟื้นตัว เน้นสร้างฟอร์มที่ดีในสัปดาห์แรก แล้วค่อยเพิ่มจำนวนและความยาก ถ้าสัปดาห์ไหนรู้สึกว่ายาก ให้อยู่ที่ระดับเดิมอีกสัปดาห์ก่อนขยับขึ้น
| สัปดาห์ | เซต × ครั้ง (ต่อข้าง) | โฟกัส |
|---|---|---|
| 1 | 2 × 12 | เรียนฟอร์ม บิดจากลำตัว |
| 2 | 3 × 15 | บิดสุด คุมจังหวะช้าลง |
| 3 | 3 × 20 | เพิ่มปริมาณ ค้างจุดสูงสุด |
| 4 | 3 × 15 (+ น้ำหนัก) | เพิ่มแรงต้าน |
จดจำนวนครั้งทุกครั้งที่ฝึก ถ้าทำครบสบายค่อยขยับเพิ่ม ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการเร่ง และอย่าลืมว่าการเห็นกล้ามชัดต้องคุมอาหารควบคู่ด้วย
| เป้าหมาย | เซต × ครั้ง (ต่อข้าง) | จังหวะ |
|---|---|---|
| กระชับ/ความอึด | 3-4 × 15-20 | ช้า คุมได้ |
| สร้างความแข็งแรง | 3 × 10-12 (+น้ำหนัก) | บิดมีแรง ลงช้า |
| วอร์มอัพ | 2 × 15 | เบา เน้นการไหลเวียน |
สำหรับคนอยากได้เอวเรียว แนะนำเน้นจำนวนครั้งมากด้วยน้ำหนักเบา-ปานกลาง เพราะช่วยให้กล้ามกระชับและอึด โดยไม่เพิ่มขนาดจนดูหนา
บางครั้งเราฝึกไปแล้วรู้สึกว่าไม่เห็นผล ทั้งที่จริงร่างกายกำลังเปลี่ยน ลองสังเกตสัญญาณเหล่านี้ที่บอกว่าคุณมาถูกทาง
สัญญาณเหล่านี้บอกว่ากล้ามกำลังแข็งแรงขึ้น แม้กระจกจะยังไม่แสดงผลชัด
จดจำนวนครั้งที่ทำได้ในแต่ละสัปดาห์ แล้วเทียบกัน หรือวัดรอบเอวด้วยสายวัดทุก 2-4 สัปดาห์ ซึ่งบอกความเปลี่ยนแปลงได้แม่นกว่าตาชั่ง เพราะบางครั้งน้ำหนักไม่ขยับแต่รอบเอวเล็กลง แสดงว่ากล้ามเพิ่มและไขมันลด
ตัวเลขที่ค่อย ๆ ดีขึ้นคือหลักฐานว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นจริง และเป็นกำลังใจที่ดี หลายคนล้มเลิกเพราะรู้สึกว่าไม่เห็นผล ทั้งที่จริงแค่ไม่ได้จดจึงไม่เห็นความก้าวหน้าเล็ก ๆ
ผู้หญิงหลายคนอยากได้เอวคอดเป็นทรงนาฬิกาทราย Side Crunches ช่วยสร้างกล้ามด้านข้างที่ทำให้เอวมีเส้น แต่ต้องเข้าใจภาพรวมด้วย เพราะทรงนาฬิกาทรายมาจากสัดส่วนของทั้งเอว สะโพก และการลดไขมัน ไม่ใช่แค่ท่าเดียว
ทั้งสามอย่างต้องทำร่วมกัน ขาดข้อใดข้อหนึ่งก็ได้ผลไม่เต็มที่
ข้อควรระวังคืออย่าฝึกกล้ามด้านข้างหนักด้วยน้ำหนักมากเกินไป เพราะอาจทำให้กล้ามด้านข้างหนาขึ้นจนเอวดูกว้าง ในคนบางกลุ่ม แต่กรณีนี้พบได้น้อยและต้องใช้น้ำหนักหนักมากจริง ๆ ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ฝึกด้วยน้ำหนักตัวไม่ต้องกังวล
สำหรับคนอยากได้เอวเรียว ให้เน้นน้ำหนักเบา-ปานกลางและจำนวนครั้งมากแทน วิธีนี้ช่วยให้กล้ามกระชับและอึด โดยไม่เพิ่มขนาดจนดูหนา ที่สำคัญ อย่าลืมว่าเส้นเอวที่ชัดมาจากการลดไขมันเป็นหลัก การฝึกเป็นตัวเสริมทรง
คนที่คุมอาหารดีแต่ไม่ฝึกกล้าม เอวจะบางแต่ไม่มีมิติ ส่วนคนที่ฝึกแต่ไม่คุมอาหาร กล้ามก็ถูกไขมันบังไว้ ทางที่ดีที่สุดจึงเป็นการทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไป ผู้หญิงที่อยากได้ทรงนาฬิกาทรายควรฝึกสะโพกด้วย เพราะสะโพกที่ได้รูปช่วยให้เอวดูคอดขึ้นตามสัดส่วน ไม่ใช่แค่เรื่องเอวอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของสัดส่วนโดยรวมของร่างกาย
ผู้สูงอายุก็ได้ประโยชน์จาก Side Crunches แต่ควรปรับให้เหมาะกับร่างกาย แกนกลางที่แข็งแรงช่วยเรื่องการทรงตัวและลดความเสี่ยงหกล้ม
การมีแกนกลางแข็งแรงในวัยนี้ช่วยให้ทำกิจวัตรได้อย่างมั่นคงและอิสระนานขึ้น ท่านี้จึงคุ้มค่าสำหรับทุกวัย ไม่ใช่แค่คนที่อยากมีเอวสวย การป้องกันการล้มด้วยการเสริมแกนกลางเป็นเรื่องสำคัญมากในผู้สูงวัย
หลายคนเข้าใจว่าทำ Side Crunches เยอะ ๆ แล้วเอวจะเล็กลง แต่มีความจริงข้อหนึ่งที่ต้องรู้
⚠️ ท่านี้ไม่ได้ "ลดไขมันเฉพาะจุด" ที่เอว ร่างกายลดไขมันแบบทั้งตัว การจะเห็นเส้นเอวชัดต้องลดไขมันทั้งตัวด้วยการคุมอาหารและคาร์ดิโอควบคู่กับการฝึก
สรุปคือ Side Crunches สร้างและกระชับกล้ามด้านข้าง ส่วนการเผยให้เห็นเส้นเอวเป็นหน้าที่ของการลดไขมัน อย่าตกเป็นเหยื่อของโฆษณาที่อ้างว่าทำท่าหน้าท้องแล้วเอวยุบใน 7 วัน สิ่งเหล่านั้นไม่มีจริง
หนทางที่ได้ผลจริงคือการฝึกอย่างถูกวิธี คุมอาหาร และให้เวลากับร่างกาย ความอดทนและความสม่ำเสมอคือสิ่งที่แยกคนที่สำเร็จออกจากคนที่ล้มเลิกกลางทาง เมื่อทั้งสองอย่างทำงานร่วมกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นเอวที่ทั้งกระชับและมีเส้น
ให้มอง Side Crunches เป็นเครื่องมือสร้างกล้าม ส่วนการเผยให้เห็นเป็นหน้าที่ของโภชนาการ ในทางปฏิบัติ ส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกว่าแกนกลางแข็งแรงขึ้นภายใน 4-6 สัปดาห์ ส่วนเส้นเอวที่ชัดขึ้นใช้เวลานานกว่านั้น และต้องคุมไขมันควบคู่ อย่าเปรียบเทียบความเร็วกับคนอื่น เพราะพันธุกรรม การกระจายไขมัน และวิถีชีวิตของแต่ละคนต่างกัน โฟกัสที่ความสม่ำเสมอจะยั่งยืนกว่า
การฝึกเป็นแค่ครึ่งเดียวของสมการ อีกครึ่งคืออาหารและการเผาผลาญ เพราะเส้นเอวที่ชัดมาจากการลดไขมัน ไม่ใช่แค่การฝึกกล้าม
โปรตีนช่วยซ่อมแซมและสร้างกล้ามหน้าท้อง พยายามให้ทุกมื้อมีโปรตีน เช่น ไข่ ไก่ ปลา เต้าหู้ หรือถั่ว ดื่มน้ำให้เพียงพอด้วย ช่วยการทำงานของกล้ามและการฟื้นตัว
ถ้าอยากลดไขมัน ต้องให้ร่างกายเผาผลาญมากกว่าที่กิน ลดของทอดและน้ำตาลลง แล้วเน้นอาหารที่มีประโยชน์แทน ปรับทีละนิดอย่างยั่งยืน ดีกว่าอดหนักแล้วเลิกกลางทาง
ไม่ต้องอดสุดโต่ง แค่ปรับให้สมดุลและทำได้ต่อเนื่อง เพราะการอดหนักเกินไปมักทำให้เลิกกลางทางแล้วกลับมากินหนักกว่าเดิม
คาร์ดิโอช่วยเผาผลาญไขมันโดยรวม ทำให้เส้นเอวปรากฏชัดเร็วขึ้น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือวิ่งเบา ๆ 3-4 วันต่อสัปดาห์ก็ช่วยได้มาก ไม่ต้องหักโหม แค่ทำต่อเนื่องก็ช่วยลดไขมันสะสมรอบเอวได้
สูตรได้เอวคอด = ฝึกกล้ามด้านข้าง + คุมอาหาร + คาร์ดิโอ ทั้งสามอย่างต้องทำร่วมกัน ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งก็เห็นผลช้า
คนนั่งทำงานนานทั้งวันคือกลุ่มที่กล้ามด้านข้างและแกนกลางอ่อนแรงที่สุด เพราะการนั่งนาน ๆ ทำให้กล้ามกลุ่มนี้แทบไม่ได้ทำงาน
ปัญหาเหล่านี้สะสมทีละนิดจนกลายเป็นเรื่องเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว
แทรก Side Crunches วันละ 2-3 เซตก่อนนอนหรือตอนเช้า ใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ช่วยปลุกกล้ามที่นั่งทับไว้ทั้งวัน ทำสม่ำเสมอสัก 2-3 สัปดาห์ จะรู้สึกว่านั่งนานแล้วเมื่อยหลังน้อยลง
ลองลุกยืดตัวและบิดเอวเบา ๆ ระหว่างวันด้วย จะช่วยลดอาการตึง ทุก 1 ชั่วโมงลุกขยับสักครั้ง ช่วยให้กล้ามไม่อ่อนแรงจากการนั่งนานเกินไป
เรื่องการฝึกหน้าท้องมีความเชื่อผิด ๆ อยู่หลายข้อ มาเคลียร์กัน
ท่านี้กระชับกล้าม แต่ไม่ลดไขมันเฉพาะจุด การลดเอวต้องลดไขมันทั้งตัว
กล้ามต้องการวันพักเพื่อฟื้นตัว ฝึก 3-4 วันต่อสัปดาห์ก็เพียงพอ
บิดสูงเกินไปทำให้หลังหรือคอรับแรงแทน บิดพอตึงที่ด้านข้างก็พอ
ผู้ชายและนักกีฬาก็ได้ประโยชน์ เพราะกล้ามด้านข้างที่แข็งแรงช่วยเรื่องพลังบิดตัว นักกอล์ฟ นักเทนนิส และนักมวยหลายคนใส่ท่าฝึกด้านข้างไว้ในโปรแกรมด้วย
ความล้าที่กล้ามเป็นเรื่องปกติ แต่อาการเจ็บที่คอหรือหลังคือสัญญาณอันตราย ควรรู้สึกตึงที่หน้าท้องด้านข้างเท่านั้น ไม่ใช่เจ็บที่คอหรือหลัง ถ้าเจ็บผิดจุด แสดงว่าฟอร์มเพี้ยน ควรหยุดและปรับใหม่แทนการฝืนทำต่อ
ปัญหาใหญ่ที่สุดของการออกกำลังกายไม่ใช่ท่ายาก แต่คือการทำให้ต่อเนื่อง หลายคนเริ่มด้วยไฟแรง แต่ผ่านไปสองสัปดาห์ก็เลิก เคล็ดลับคือทำให้การฝึกเป็นเรื่องง่ายและเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร
ความสม่ำเสมอชนะความสมบูรณ์แบบ ทำวันละนิดแต่ต่อเนื่อง จะเห็นผลกว่าหักโหมช่วงสั้น ๆ แล้วหยุด
การแยกระหว่าง "ความล้าปกติ" กับ "อาการเจ็บที่อันตราย" สำคัญมาก เข้าใจความต่างช่วยให้ฝึกได้อย่างปลอดภัยและไม่ฝืนจนบาดเจ็บ
ถ้ามีสัญญาณเหล่านี้ อย่าฝืนต่อ ให้พักและถ้าจำเป็นควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ความเจ็บที่ดีคือความล้าที่กล้ามท้อง ไม่ใช่ความเจ็บที่ข้อต่อหรือกระดูกสันหลัง ถ้าเวียนหัวหรือหน้ามืดระหว่างทำ ให้หยุดพักและดื่มน้ำก่อนเสมอ เมื่อแยกสองอย่างนี้ออกได้ คุณจะฝึกได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยขึ้นมาก
⚠️ ถ้ามีสัญญาณอันตราย ให้หยุดทันทีและตรวจฟอร์ม อาการเจ็บที่คอมักมาจากการดึงคอ ส่วนเจ็บหลังมักมาจากการโค้งหลังมากเกินไป
ช่วงเวลาไม่ได้มีผลต่อประสิทธิภาพมากนัก สิ่งสำคัญกว่าคือเลือกเวลาที่ทำได้สม่ำเสมอที่สุด
ไม่ว่าเลือกเวลาไหน ขอแค่วอร์มอัพเบา ๆ ก่อนและทำให้เป็นนิสัย เลือกช่วงที่เข้ากับชีวิตตัวเองมากที่สุด แล้วจะทำได้ต่อเนื่องกว่าการฝืนตามตารางที่ไม่เหมาะ
อยากได้โปรแกรมพร้อมทำ? เลือกชุดที่เข้ากับระดับของคุณ
เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่ม เน้นเรียนฟอร์มก่อน
สำหรับคนที่ฝึกมานานและอยากท้าทายเพิ่ม
ทำวนเป็นเซอร์กิต 2-3 รอบ แล้วปรับจำนวนตามความฟิตของตัวเอง เลือกทำสัปดาห์ละ 3-4 วัน สลับกับวันพัก จะได้ผลดีและไม่บาดเจ็บ ชุดฝึกเหล่านี้ใช้เวลาไม่นาน แต่ทำให้หน้าท้องทำงานครบทุกส่วน เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัด
มือใหม่เริ่มจาก 10-15 ครั้งต่อข้าง 2-3 เซต เมื่อแข็งแรงขึ้นค่อยเพิ่มจำนวนหรือถือน้ำหนัก คุณภาพของแต่ละครั้งสำคัญกว่าจำนวน ไม่จำเป็นต้องทำเป็นร้อยครั้ง เพราะบิดสุดและคุมช้าให้ผลดีกว่าปริมาณ
กล้ามหน้าท้องฟื้นตัวเร็ว ทำบ่อยได้ แต่ควรมีวันพักบ้าง ฝึก 3-4 วันต่อสัปดาห์ก็เพียงพอ การฝึกทุกวันไม่พักอาจทำให้ปวดสะสม ถ้าอยากขยับร่างกายในวันพัก ให้เลือกเดินหรือยืดเหยียดเบา ๆ แทน
ช่วยกระชับกล้ามด้านข้าง แต่ไม่ได้ลดไขมันเฉพาะจุด การลดเอวต้องลดไขมันทั้งตัวด้วยการคุมอาหารและคาร์ดิโอควบคู่กัน
ท่านี้ไม่ได้ใช้ขาเป็นหลัก แต่ถ้ามีปัญหาข้อต่อหรือหลัง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เริ่มจากช่วงการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ และหยุดทันทีถ้าเจ็บผิดปกติ ความปลอดภัยของหลังและคอต้องมาก่อนการไล่เพิ่มจำนวนครั้งเสมอ
เริ่มจากบิดตัวช้า ๆ ในช่วงสั้น ๆ โฟกัสที่การบิดจากลำตัวไม่ใช่ดึงคอ เมื่อฟอร์มนิ่งแล้วค่อยเพิ่มจำนวนและความยาก อย่ากังวลว่าทำได้น้อยกว่าคนอื่น เพราะทุกคนเริ่มจากจุดที่ต่างกัน ขอแค่ทำถูกฟอร์มและสม่ำเสมอ ไม่นานก็จะทำได้คล่องและแข็งแรงขึ้นเอง
ไม่จำเป็นสำหรับมือใหม่ น้ำหนักตัวก็เพียงพอในช่วงแรก เมื่อทำได้คล่องและเริ่มรู้สึกว่าเบา ค่อยถือดัมเบลเพื่อเพิ่มความท้าทาย ดัมเบลเล็กหรือแผ่นน้ำหนักเบา ๆ ก็เพิ่มแรงต้านได้ดีแล้ว
ทั้งคู่ฝึกกล้ามด้านข้าง แต่ Bicycle Crunch ขยับขาสลับไปด้วย จึงได้หน้าท้องส่วนล่างเพิ่ม ส่วนท่านี้โฟกัสการบิดข้างล้วน ๆ ควรทำทั้งคู่สลับกันเพื่อความหลากหลาย
ไม่ ถ้าฝึกด้วยน้ำหนักตัวหรือน้ำหนักเบา กล้ามด้านข้างจะกระชับไม่ใช่หนา กล้ามที่แข็งแรงและมีไขมันต่ำจะทำให้เอวดูคอดและมีมิติ ไม่ได้ทำให้เอวกว้าง
ทำได้ทั้งสองแบบ แต่ถ้าเป็นวันที่คาร์ดิโอหนัก ควรทำหน้าท้องก่อนตอนแกนกลางยังไม่ล้า สิ่งสำคัญคือทำให้ครบและสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะจัดลำดับแบบไหน
ส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกว่าแกนกลางแข็งแรงขึ้นภายใน 4-6 สัปดาห์ ส่วนเส้นเอวที่ชัดขึ้นใช้เวลานานกว่านั้นและต้องคุมไขมันควบคู่
อาการปวดคอมักเกิดจากการใช้มือดึงคอขึ้น วิธีแก้คือให้มือแตะข้างศีรษะเบา ๆ ไม่จับดึง และใช้กล้ามหน้าท้องเป็นตัวบิด
ควรอุ่นเครื่องเบา ๆ สัก 2-3 นาที เช่น หมุนเอวหรือบิดตัวช้า ๆ ช่วยให้กล้ามและข้อพร้อมทำงานและลดโอกาสบาดเจ็บ
Side Crunches เป็นท่าง่าย ๆ แต่ได้ผลดีในการสร้างเส้นเอวและกระชับหน้าท้องด้านข้าง ที่สำคัญคือทำได้ทุกที่ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ และปรับความยากได้ตามระดับ
ที่สำคัญคือทำได้ทุกที่ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ และปลอดภัยกับข้อ จึงเหมาะจะติดตัวไว้ทำตลอด
อย่าลืมว่าการเห็นเส้นเอวชัดต้องคุมไขมันควบคู่กับการฝึก ลองนำโปรแกรม 4 สัปดาห์ไปฝึกอย่างสม่ำเสมอ แล้วปรับตามความแข็งแรงของตัวเอง ถ้าให้โค้ชปูแน่นสรุปเหลือประโยคเดียว ก็คือ "บิดจากลำตัว ช้าแต่ชัวร์" เท่านี้ก็ได้ผลกับเอวแล้ว
เริ่มจากวันนี้ทีละนิด แล้วให้เวลาตัวเองพัฒนา เอวและหน้าท้องจะค่อย ๆ กระชับขึ้นเอง ท่าเล็ก ๆ ที่ทำสม่ำเสมอ มักให้ผลที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิดเสมอครับ เริ่มจากวันนี้ทีละนิด แล้วให้เวลาตัวเองพัฒนา เอวและแกนกลางจะแข็งแรงขึ้นเองตามเวลา
ขอให้ทุกคนเอวกระชับและแข็งแรงขึ้นทุกวันครับ หากมีคำถามเพิ่มเติม ทักโค้ชมาได้เลย อยากฝึกให้ถูกฟอร์มโดยมีเทรนเนอร์ดูแล? REAL GYM เปิดให้ทดลองเล่นฟรี 3 วันเต็ม ทั้ง 7 สาขา -ลงทะเบียนที่นี่ ขอให้ทุกคนเอวกระชับขึ้นทุกวันครับ
Login and Registration Form