ลู่วิ่งไม่ใช้ไฟฟ้า NON-MOTOR
ลู่วิ่งไม่ใช้ไฟฟ้า & ลู่วิ่งไร้มอเตอร์ (Manual / Non-Motorized Treadmill)
ลู่วิ่งไม่ใช้ไฟฟ้า ลู่วิ่งสายพานแบบ manual และลู่วิ่งโค้ง (Curved Treadmill) ที่ออกแบบมาให้ผู้ใช้งานเป็นผู้ควบคุมความเร็วด้วยแรงของตัวเอง 100% เหมาะสำหรับทั้ง Home Gym, ฟิตเนส, นักกีฬา และผู้ที่ต้องการฝึกคาร์ดิโออย่างมีคุณภาพ
✅ รับประกันคุณภาพ 2 ปี | ✅ ส่งไว 1-3 วันทั่วไทย
บริการหลังการขาย
หากสินค้าเสียหายภายใน 7 วัน บริการเปลี่ยนสินค้าใหม่ทันที
คุณภาพและความปลอดภัย
มาตรฐาน ETL, CE, MIC, PSE, SAA, RCM, IPX4
บริการจัดส่งทั่วประเทศ
พร้อมทีมงานให้คำแนะนำในการติดตั้งและใช้งาน
ลู่วิ่งไม่ใช้ไฟฟ้าสายพาน ( Curved Treadmill )
ลู่วิ่งไม่ใช้ไฟฟ้า ลู่วิ่งสายพานแบบ manual และลู่วิ่งโค้ง (Curved Treadmill) ที่ออกแบบมาให้ผู้ใช้งานเป็นผู้ควบคุมความเร็วด้วยแรงของตัวเอง 100% เหมาะสำหรับทั้ง Home Gym, ฟิตเนส, นักกีฬา และผู้ที่ต้องการฝึกคาร์ดิโออย่างมีคุณภาพ
คุณสมบัติเด่นของลู่วิ่งไม่ใช้ไฟฟ้า (Manual / Non-Motorized Treadmill)
ใช้แรงผู้ใช้งาน 100% ควบคุมความเร็วได้ด้วยตัวเอง
ลู่วิ่งไม่ใช้ไฟฟ้า หรือ ลู่วิ่งไร้มอเตอร์ ทำงานโดยอาศัยแรงเดินหรือแรงวิ่งของผู้ใช้งานเป็นหลัก ความเร็วของสายพานจะเปลี่ยนตามจังหวะและแรงที่ใช้จริงในแต่ละก้าว ช่วยให้การออกกำลังกายเป็นธรรมชาติ ไม่ถูกบังคับด้วยความเร็วจากมอเตอร์ และสามารถปรับระดับความหนักได้ทันทีตามสภาพร่างกาย
เผาผลาญพลังงานสูง กระตุ้นกล้ามเนื้อได้มากกว่า
เนื่องจากไม่มีมอเตอร์ช่วยพาไปข้างหน้า ร่างกายต้องออกแรงขับเคลื่อนสายพานเองตลอดเวลา ส่งผลให้กล้ามเนื้อขา สะโพก และแกนกลางลำตัวทำงานมากขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจจึงสูงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมัน เพิ่มความฟิต และพัฒนาความแข็งแรงของร่างกายโดยรวม
ไม่ใช้ไฟฟ้า ประหยัดพลังงาน ใช้งานได้ทุกที่
ลู่วิ่งไม่ใช้ไฟฟ้าไม่ต้องเสียบปลั๊ก ไม่ต้องเดินสายไฟ สามารถติดตั้งและใช้งานได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด ฟิตเนส หรือสตูดิโอฝึกกีฬา ช่วยลดค่าไฟและค่าใช้จ่ายระยะยาว เหมาะกับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ยั่งยืนและดูแลรักษาง่าย
โครงสร้างเรียบง่าย ดูแลรักษาง่าย
ด้วยการออกแบบที่ไม่มีระบบมอเตอร์และวงจรไฟฟ้าซับซ้อน ลู่วิ่งไร้มอเตอร์จึงมีชิ้นส่วนที่ต้องดูแลน้อย ลดโอกาสการเสียหายจากการใช้งานต่อเนื่อง การบำรุงรักษาส่วนใหญ่เป็นเพียงการทำความสะอาดสายพานและตรวจสอบโครงสร้างตามระยะเวลา ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
ให้ความรู้สึกการเดินและวิ่งที่เป็นธรรมชาติ
ลู่วิ่งไม่ใช้ไฟฟ้าออกแบบมาให้การเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการเดินหรือวิ่งจริง ผู้ใช้งานสามารถควบคุมจังหวะ ความเร็ว และความหนักเบาได้อย่างอิสระ โดยเฉพาะในรุ่นลู่วิ่งโค้ง (Curved Treadmill) ที่ออกแบบตามหลักชีวกลศาสตร์ ช่วยให้ท่าวิ่งเป็นธรรมชาติและต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น
เสียงเงียบ เหมาะกับการใช้งานในบ้านและคอนโด
การไม่มีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยลดเสียงรบกวนขณะใช้งาน เสียงที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นเพียงการเคลื่อนไหวของสายพาน จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในบ้าน คอนโด หรือพื้นที่ที่ต้องการความเงียบ ไม่รบกวนผู้อื่น
รองรับการใช้งานหลากหลายระดับ
ลู่วิ่งไม่ใช้ไฟฟ้าสามารถใช้งานได้ตั้งแต่การเดินออกกำลังกายเบา ๆ สำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึงการฝึกหนักแบบ HIIT, Sprint และ Endurance สำหรับนักกีฬาและฟิตเนส ทำให้เป็นอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานหลายกลุ่มในเครื่องเดียว
คุ้มค่าในระยะยาว เหมาะทั้ง Home Gym และฟิตเนส
ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนาน ค่า Maintenance ต่ำ และไม่ต้องเสียค่าไฟ ลู่วิ่งไม่ใช้ไฟฟ้าจึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาว ทั้งสำหรับผู้ใช้งานที่บ้าน Home Gym และผู้ประกอบการฟิตเนสหรือโครงการที่ต้องการลดต้นทุนการดูแลอุปกรณ์
พร้อมเริ่มต้นการออกกำลังกายที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นหรือยัง?
เลือกชมลู่วิ่งไม่ใช้ไฟฟ้า และลู่วิ่งไร้มอเตอร์ด้านบน หรือสอบถามทีม Homefittools เพื่อเลือกรุ่นที่ใช่สำหรับคุณ
ลู่วิ่งไร้มอเตอร์ ใช้แรงจากผู้วิ่งเป็นตัวขับ “สายพาน” ให้เคลื่อนที่ผ่านลูกกลิ้งและระบบแรงเสียดทาน ความเร็วไม่ได้ถูก “สั่ง” จากเครื่อง แต่เกิดจากแรงก้าวและจังหวะการลงเท้าโดยตรง จึงรู้สึกว่าเป็นการควบคุมความเร็วแบบเรียลไทม์เหมือนวิ่งพื้นจริงมากกว่า และมักทำให้หัวใจเต้นขึ้นเร็วในช่วงเริ่มต้นเพราะต้องออกแรงขับสายพานเอง
Curved treadmill จะมีพื้นวิ่งโค้งและสายพานแบบแผ่น/สแลต (ในรุ่นยิมหลายรุ่น) ทำให้ตำแหน่งที่เท้าลง “กำหนดความเร็ว” ได้ทันที: ลงเท้าด้านหน้าโค้ง = เร็วขึ้น, ถอยหลัง = ช้าลง จึงเหมาะกับสปรินต์/HIIT เพราะเร่ง–ผ่อนเร็วโดยไม่ต้องกดปุ่ม ส่วนแบบตรงมักคุมความเร็วจากมอเตอร์ ทำให้จังหวะเปลี่ยนสปีดมีดีเลย์ตามเครื่อง
เพราะคุณต้องสร้างแรงเพื่อพาสายพานไปตลอด ไม่มีแรงจากมอเตอร์มาช่วย “ลากพื้น” ให้ใต้เท้า ความรู้สึกจึงใกล้กับการวิ่งเร่งบนพื้นจริงมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงออกตัวและเร่งความเร็ว ส่งผลให้ความต้องการพลังงานและอัตราการเต้นหัวใจมักขึ้นเร็วกว่าเมื่อเทียบกับการตั้งความเร็วคงที่บน ลู่วิ่งไฟฟ้า (แต่ตัวเลขที่ต่างกันจริงจะขึ้นกับฟอร์ม, น้ำหนักตัว, และความฝืดของเครื่อง)
เหมาะกับทั้งคู่ แต่แนวถนัดคือ “เพิ่มความฟิต/คาร์ดิโอความเข้มข้นสูง” เพราะปรับสปีดตามแรงได้ทันที ทำ HIIT ได้ดีมาก ถ้าเป้าคือลดน้ำหนักแบบยั่งยืน ให้โฟกัส “ความสม่ำเสมอ” และคุมโซนหัวใจ: ใช้เป็นเดินเร็ว/จ็อกเบาได้ แต่ต้องเลือกเครื่องที่ความฝืดไม่หนักเกินไป มิฉะนั้นมือใหม่จะเหนื่อยเร็วและทำต่อเนื่องยาก
ถ้า “เริ่มต้นจริง ๆ” และต้องการเดิน/จ็อกนาน ๆ: ลู่วิ่งไร้มอเตอร์แบบตรงที่ปรับความฝืดได้ละเอียดมักคุมง่ายกว่า
ถ้าชอบการฝึกสั้น ๆ แต่หนัก, เน้นกีฬา, ชอบเร่งสปีดเร็ว: Curved treadmill ตอบโจทย์กว่า
หลักเลือกคือ “คุณจะใช้ต่อเนื่องได้ไหม” เพราะเครื่องที่เหนื่อยเกินระดับจะทำให้เลิกใช้เร็ว
โฟกัส 3 อย่าง:
- ลำตัวเอนไปข้างหน้าเล็กน้อยจากข้อเท้า ไม่พับเอว
- ก้าวสั้นลงและถี่ขึ้น (cadence สูงขึ้น) เพื่อลดแรงกระแทก
- ลงเท้า “ใต้ลำตัว” มากขึ้น ไม่ยื่นเท้าไกลเกิน
เพราะโค้งจะชวนให้คุณเร่ง หากก้าวยาวและลงส้นหนัก ๆ จะเพิ่มภาระหน้าแข้ง/เข่าได้ โดยเฉพาะช่วงปรับตัว 1–2 สัปดาห์แรก
ความฝืดคือสิ่งที่กำหนดว่าคุณต้องออกแรงขับสายพานมากน้อยแค่ไหน
- ฝืดมาก: เหมาะกับเดินออกกำลัง/ฝึกกล้ามเนื้อขาแบบดันพื้น แต่เหนื่อยไว
- ฝืดน้อย: เหมาะกับวิ่งต่อเนื่องและฝึกสปีด
หลักตั้งคือให้ “เริ่มเดินแล้วสายพานไหลได้ลื่น” ไม่ต้องออกแรงดันทุกก้าวจนเสียฟอร์ม และค่อยเพิ่มฝืดเมื่อร่างกายชิน
สแลต (เป็นแผ่นเรียงกัน) มักทนกว่า รับแรงกระแทกซ้ำ ๆ ได้ดี และให้ฟีลใกล้พื้นจริง แต่จะหนักและราคาสูงกว่า เสียงจะขึ้นกับคุณภาพลูกปืน/การประกอบ ส่วนสายพานแบบผืนราคาย่อมเยา ซ่อมง่ายกว่า แต่ต้องดูเรื่องความตึงและการสึกของผิวสายพานมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะรุ่นที่ไม่มีระบบปรับศูนย์สายพานที่ดี
จุดตัดสินที่คุ้มจริงมี 6 เรื่อง:
- ขนาดพื้นที่วิ่ง (กว้าง/ยาว) ให้เหมาะกับช่วงก้าว
- ช่วงปรับความฝืดและความรู้สึกการไหลของสายพาน
- น้ำหนักเครื่องและความเสถียร (วิ่งแล้วไม่สั่น/ไม่โยก)
- รองรับน้ำหนักผู้ใช้ (อย่าดูตัวเลขอย่างเดียว ดูโครงสร้างจริง)
- เสียง (โดยเฉพาะคอนโด)
- การบำรุงรักษา: ปรับศูนย์สายพานง่ายไหม อะไหล่มีหรือเปล่า
ลู่วิ่งไม่ใช้ไฟฟ้ามักคุ้มในแง่ “ความเสี่ยงซ่อมระบบไฟ/มอเตอร์ต่ำ” และไม่มีค่าไฟ แต่ต้องยอมรับว่ารุ่นคุณภาพดีโดยเฉพาะ Curved treadmill ราคาสูงตั้งแต่ต้น ส่วนลู่วิ่งไฟฟ้ามีตัวเลือกงบหลากหลายกว่า แต่ระยะยาวอาจมีค่าซ่อมบอร์ด/มอเตอร์/ระบบปรับความชัน และค่าไฟเล็กน้อย ถ้าคุณเน้นใช้ HIIT และชอบฟีลใกล้พื้นจริง รุ่นไร้มอเตอร์มัก “คุ้มการใช้งาน” มากกว่า แต่ถ้าต้องเดินยาว ๆ ทุกวันและอยากคุมความเร็วแบบนิ่ง ๆ ลู่วิ่งไฟฟ้า มักคุมความสม่ำเสมอได้ง่ายกว่า
ติดต่อสอบถามข้อมูล ลู่วิ่งไม่ใช่ไฟฟ้า และโปรโมชั่นพิเศษวันนี้!