แผ่นยาง SBR (Styrene Butadiene Rubber) คือยางรีไซเคิลจากยางรถยนต์ คุณภาพดี ราคาประหยัด กันกระแทก ลดเสียง กันลื่น นิยมปูพื้นฟิตเนส โฮมยิม คอนโด และสนามกีฬา ราคาปี 2026 เริ่มที่ 213–229 บาท/แผ่น คุ้มค่ามากสำหรับงานในร่มและงบจำกัด
พื้นยางเป็นสิ่งแรกที่ควรลงทุนเมื่อจัดห้องออกกำลังกาย เพราะช่วยกันพื้นเสียหาย ลดเสียง และเพิ่มความปลอดภัย แต่หลายคนเห็นราคา EPDM แล้วถอยเพราะแพงเกินงบ ข่าวดีคือ แผ่นยาง SBR เป็นทางเลือกคุณภาพดีในราคาที่ประหยัดกว่าเกือบครึ่ง
บทความนี้รวบรวมทุกเรื่องเกี่ยวกับ แผ่นยาง SBR ตั้งแต่คุณสมบัติ วิธีเลือกความหนา เปรียบเทียบกับ EPDM ราคาจริงปี 2026 ไปจนถึงวิธีติดตั้งเองและดูแลรักษา อ่านจบแล้วตัดสินใจได้เลย
SBR ย่อมาจาก Styrene Butadiene Rubber เป็นยางสังเคราะห์ที่ผลิตจากยางรถยนต์รีไซเคิล (recycled rubber) นำมาบดละเอียดเป็นเม็ดยาง (crumb rubber) แล้วอัดขึ้นรูปด้วยความร้อนและแรงดัน ได้แผ่นยางที่แข็งแรง กันกระแทก ราคาประหยัด
พื้นยาง SBR เป็นวัสดุปูพื้นยอดนิยมสำหรับฟิตเนส โฮมยิม และคอนโด เพราะราคาถูกกว่า EPDM เกือบครึ่ง แต่คุณสมบัติด้านการกันกระแทกและลดเสียงไม่ได้ด้อยกว่า
กระบวนการผลิตเริ่มจากนำยางรถยนต์เก่ามาบดละเอียดเป็นเม็ดยาง SBR (SBR crumb rubber) ขนาด 1–3 มม. จากนั้นผสมกับสารยึดเกาะ (binder) แล้วอัดขึ้นรูปด้วยความร้อนสูงและแรงดัน ทำให้เนื้อยางแน่น ทนทาน รับน้ำหนักได้ดี
ยาง SBR มีจุดเด่น 7 ข้อ คือ ราคาประหยัด กันกระแทกดี ลดเสียงรบกวน กันลื่น ทนทานรับน้ำหนักสูง ติดตั้งง่าย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะผลิตจากยางรีไซเคิล
ก่อนตัดสินใจซื้อ ยาง SBR ควรรู้คุณสมบัติเหล่านี้ เพื่อเข้าใจว่าเหมาะกับงานของคุณหรือไม่ และคุ้มค่ากว่าวัสดุอื่นอย่างไร
จุดที่ต้องรู้คือ ยาง SBR มีกลิ่นยางรีไซเคิลในช่วงแรก โดยเฉพาะพื้นที่ปิดสนิท แต่กลิ่นจะจางลงหลังใช้งาน 2–4 สัปดาห์ เปิดหน้าต่างระบายอากาศช่วยให้กลิ่นหายเร็วขึ้น
ค่าความแข็ง Shore A ของยาง SBR อยู่ที่ประมาณ 55–65 ซึ่งเป็นระดับที่นุ่มพอกันกระแทกจากดัมเบล แต่แข็งพอรับน้ำหนักเครื่องเล่นหนักโดยไม่ยุบตัว เหมาะกับการใช้งานแบบ multi-purpose ทั้งคาร์ดิโอ strength training และ functional training
SBR ราคาถูกกว่า เหมาะงานในร่ม สีเข้มเป็นหลัก ส่วน EPDM ทนแดดสีสดกว่า เหมาะงานกลางแจ้ง ราคาสูงกว่า เลือกตามสถานที่ใช้งานและงบเป็นหลัก หลายงานนิยมใช้ SBR เป็นฐานแล้วเคลือบ EPDM ด้านบน
คำถามยอดฮิตคือ SBR กับ EPDM ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน ตารางด้านล่างเปรียบเทียบทุกมิติให้เห็นชัด
| คุณสมบัติ | SBR | EPDM |
|---|---|---|
| วัตถุดิบ | ยางรถยนต์รีไซเคิล | ยางสังเคราะห์บริสุทธิ์ |
| ราคา (หนา 20 มม.) | ฿229/แผ่น (~฿890/ตร.ม.) | ฿389/แผ่น (~฿1,390/ตร.ม.) |
| สี | ดำ เทา เป็นหลัก | 20+ สี ฝังในเนื้อยาง |
| ทน UV | ปานกลาง สีซีดได้ | ดีมาก ไม่ซีด |
| กันกระแทก | ดี | ดี |
| กลิ่น | มีกลิ่นยางรีไซเคิล | น้อยมาก |
| เหมาะกับ | ในร่ม ฟิตเนส โฮมยิม | กลางแจ้ง สนามเด็กเล่น |
| อายุใช้งาน | 5–10 ปี | 8–15 ปี |
| รีไซเคิล | ใช่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม | ไม่ใช่ ผลิตจากยางใหม่ |
สรุปง่ายๆ ถ้าปูในร่ม ไม่ต้องการสีสดใส และงบจำกัด เลือก SBR คุ้มกว่า แต่ถ้าปูกลางแจ้ง ต้องการสีสวยทนแดด และไม่กังวลเรื่องงบ เลือก EPDM ดีกว่าในระยะยาว
ตัวอย่างต้นทุนเปรียบเทียบ ห้องออกกำลังกายขนาด 20 ตร.ม. ใช้ SBR ราว 80 แผ่น ราคารวม 18,320 บาท (Jigsaw RJ 213×80) ส่วน EPDM ราคารวม 31,120 บาท (OP 389×80) ประหยัดได้ 12,800 บาท หรือ 41% เมื่อเลือก SBR ในร่ม
พื้นยาง SBR มี 3 รูปแบบหลัก คือแผ่นสี่เหลี่ยม (Tile) จิ๊กซอว์ (Jigsaw) และแบบม้วน (Rubber Roll) แต่ละแบบเหมาะกับพื้นที่และการใช้งานต่างกัน เลือกตามขนาดพื้นที่และความสะดวกในการติดตั้ง
| รูปแบบ | ขนาดทั่วไป | จุดเด่น | เหมาะกับ | รุ่น HFT |
|---|---|---|---|---|
| แผ่นสี่เหลี่ยม (Tile) | 50×50 ซม. | ต่อล็อกง่าย เปลี่ยนเฉพาะแผ่นได้ | สนามเด็กเล่น กลางแจ้ง | Outdoor Standard OS |
| จิ๊กซอว์ (Jigsaw) | 50×50 ซม. | ต่อเองได้ ถอดย้ายง่ายสุด | โฮมยิม คอนโด ห้องออกกำลัง | Rubber Jigsaw RJ |
| แบบม้วน (Rubber Roll) | กว้าง 1–2 ม. | รอยต่อน้อย ปูพื้นที่กว้างเร็ว | ฟิตเนสใหญ่ สนามกีฬา | Rubber Roll RM |
สำหรับโฮมยิมและคอนโด แบบจิ๊กซอว์ (Jigsaw) เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะต่อล็อกกันเองได้ทันที ไม่ต้องใช้กาว ถ้าย้ายบ้านก็ถอดไปได้ ถ้าแผ่นไหนเสียหายก็เปลี่ยนเฉพาะแผ่นนั้น ไม่ต้องรื้อทั้งหมด
ส่วนแบบม้วน (Rubber Roll) เหมาะกับฟิตเนสขนาดใหญ่ที่ต้องปูพื้นที่กว้างเป็นร้อยตารางเมตร เพราะรอยต่อน้อยกว่าแบบแผ่น ปูเร็วกว่า แต่ตัดแต่งขอบยากกว่า และน้ำหนักมากจึงต้องใช้คนหลายคนช่วยกัน
ความหนาของพื้นยาง SBR มีผลโดยตรงต่อการดูดซับแรงกระแทกและการลดเสียง ยิ่งแรงมากยิ่งต้องหนา คาร์ดิโอเบา 10–15 มม. ยกเวทกลาง 20 มม. เวทหนัก 25–40 มม.
ความหนาเป็นเรื่องสำคัญที่หลายคนมองข้าม เลือกบางเกินไปก็กันกระแทกไม่พอ เลือกหนาเกินไปก็เปลืองงบโดยไม่จำเป็น ตารางด้านล่างเป็นแนวทางเลือกตามการใช้งานจริง
| ความหนา | การใช้งาน | ตัวอย่างพื้นที่ |
|---|---|---|
| 10–15 มม. | คาร์ดิโอ โยคะ กิจกรรมเบา | โฮมยิมเบา ห้องโยคะ ระเบียง |
| 20 มม. | ยกเวทเบา–กลาง สนามเด็กเล่น | ฟิตเนส คอนโด โรงเรียน |
| 25–30 มม. | เวทหนัก โซนรับแรงกระแทกสูง | จุดวางแร็คสควอต (squat rack) เครื่องเล่นสูง |
| 40 มม. | จุดปล่อยเวท (deadlift drop zone) | โซนเดดลิฟต์ CrossFit box |
เทคนิคประหยัดงบ คือใช้ความหนาผสม (mixed thickness) ปูพื้นทั่วไปด้วย 15 มม. แล้วเสริมเฉพาะจุดวางเวทหนักด้วย 25–30 มม. วิธีนี้ลดต้นทุนได้ 20–30% โดยไม่ลดความปลอดภัยในจุดสำคัญ
ตัวอย่างการแบ่งโซน ฟิตเนสขนาด 100 ตร.ม. อาจแบ่งเป็น 70 ตร.ม. ปู 15 มม. (โซนคาร์ดิโอ stretching machine) และ 30 ตร.ม. ปู 25 มม. (โซน free weight squat rack deadlift platform) ประหยัดได้มากเมื่อเทียบกับการปู 25 มม. ทั้งหมด
พื้นยาง SBR เป็นตัวเลือกอันดับ 1 สำหรับฟิตเนสและโฮมยิม เพราะราคาคุ้มค่า กันกระแทกจากเวท ลดเสียงไม่รบกวนเพื่อนบ้าน และกันพื้นเดิมไม่เสียหาย เลือกแบบจิ๊กซอว์ติดตั้งเอง ถอดย้ายง่าย
ฟิตเนสและโฮมยิมคืองานที่ ยาง SBR เหมาะที่สุด เพราะไม่ต้องทน UV (อยู่ในร่ม) ไม่ต้องการสีสดใส (สีเข้มดูสะอาดกว่า) และต้องการความคุ้มค่าสูงสุด การเลือกให้เหมาะ ดูตามลักษณะการใช้งาน
คนเล่นเวทในคอนโดต้องคิดเรื่องเสียงและพื้นเป็นหลัก พื้นยาง SBR แบบจิ๊กซอว์หนา 20–25 มม. ช่วยลดเสียงกระแทกได้ 20–30 dB กันพื้นปาร์เกต์ไม่เป็นรอย และถอดย้ายตามได้เมื่อย้ายห้อง
คอนโดมีข้อจำกัดที่บ้านเดี่ยวไม่มี คือเสียงรบกวนเพื่อนบ้านชั้นล่าง พื้นที่จำกัด และข้อห้ามดัดแปลงโครงสร้าง พื้นยาง SBR ตอบทุกข้อจำกัดนี้ได้พอดี
ข้อควรระวัง กลิ่นยาง SBR ในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก ถ้าคอนโดเปิดหน้าต่างไม่ค่อยได้ ให้ทิ้งแผ่นยางตากลมไว้ข้างนอก 1–2 วันก่อนปูในห้อง จะช่วยลดกลิ่นเริ่มต้นได้มาก
ตัวอย่างการจัดโซน คอนโดห้อง 30 ตร.ม. แบ่งมุมยิม 6–8 ตร.ม. ใช้จิ๊กซอว์ 24–32 แผ่น (RJ 213 บาท/แผ่น) ราคาเริ่มต้น 5,112–6,816 บาท ได้พื้นยางคุณภาพเต็มโซน weight training ถอดย้ายได้ตลอดสัญญาเช่า
ใช้ได้ แต่มีข้อจำกัด ยาง SBR ทนแดดได้ปานกลาง สีอาจซีดหลัง 2–3 ปี เหมาะกับกลางแจ้งที่มีหลังคาบังแดดบ้าง ถ้าโดนแดดจัดตลอดวันแนะนำ EPDM มากกว่า
แผ่นยางปูพื้น SBR ใช้กลางแจ้งได้ แต่ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะยาง SBR ไม่ได้ออกแบบมาให้ทน UV โดยเฉพาะ สีอาจซีดจางและเนื้อยางอาจกรอบเร็วกว่าปกติเมื่อตากแดดจัดนานหลายปี
ถ้าไม่แน่ใจว่าพื้นที่ของคุณควรใช้ SBR หรือ EPDM ปรึกษาทีม HFT ช่วยประเมินได้ฟรี โทร 094-495-1811 หรือทักแชทในเว็บ ทีมสำรวจหน้างาน (free site survey) ทั่วกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัด พร้อมเสนอราคาภายใน 24 ชม.
ยาง SBR กันกระแทก ได้ดีเทียบเท่า EPDM ในเรื่องดูดซับแรง (shock absorption) และลดเสียง (noise reduction) เพราะเนื้อยางหนาแน่นเท่ากัน ผิวกันลื่น (anti-slip) ดีทั้งแห้งและเปียกเหงื่อ เหมาะกับฟิตเนสและโฮมยิม
หลายคนกังวลว่ายาง SBR ราคาถูกกว่าแล้วจะกันกระแทกไม่ดีเท่า EPDM ความจริงคือทั้ง SBR และ EPDM กันกระแทกได้ดีพอๆ กัน เพราะเนื้อยางมีความหนาแน่นใกล้เคียงกัน สิ่งที่ต่างกันคือสี ความทน UV และกลิ่น ไม่ใช่การดูดซับแรง
ราคา แผ่นยาง SBR ปี 2026 แบบจิ๊กซอว์เริ่มที่ 213 บาท/แผ่น แบบ Tile อยู่ที่ 229 บาท/แผ่น แบบม้วนเริ่มที่ 490 บาท/ม้วน คิดเป็นราคาต่อตารางเมตรเริ่มต้น 852–916 บาท ถูกกว่า EPDM ราว 40%
ตารางด้านล่างเปรียบเทียบราคาจริงของพื้นยาง SBR จากร้าน HFT ปี 2026 ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชัน สอบถามราคาล่าสุดได้ที่ 094-495-1811
| รุ่น | วัสดุ | ขนาด | ราคา/แผ่น | ราคาโดยประมาณ/ตร.ม. |
|---|---|---|---|---|
| Rubber Jigsaw (RJ) | SBR | 50×50 ซม. หนา 15 มม. | ฿213 | ~฿852 |
| Outdoor Standard (OS) | SBR 100% | 50×50 ซม. หนา 20 มม. | ฿229 | ~฿916 |
| Rubber Roll (RM) | SBR | กว้าง 2 ม. | ฿490/ม้วน | ตามความยาว |
| Outdoor Premium (OP) | EPDM + SBR | 50×50 ซม. หนา 20 มม. | ฿389 | ~฿1,390 |
ราคาต่อตารางเมตรคำนวณจากการใช้ 4 แผ่นต่อ 1 ตร.ม. (แผ่นละ 50×50 ซม.) สำหรับงานขนาดใหญ่ เช่น สนามกีฬาโรงเรียนหรือฟิตเนสเชิงพาณิชย์ ราคาอาจเจรจาส่วนลดตามปริมาณได้ ติดต่อผู้จำหน่ายโดยตรงเพื่อขอใบเสนอราคารวมค่าขนส่ง
เคล็ดลับเพิ่มเติม สำหรับงานตั้งแต่ 200 ตร.ม. ขึ้นไป (800 แผ่น) หลายร้านมีส่วนลด bulk order ราว 5–15% รวมถึงค่าขนส่ง free delivery ทั่วกรุงเทพและปริมณฑล สอบถาม HFT ก่อนสั่งจะได้ราคาที่ดีที่สุด
ดูพื้นยาง SBR ทุกรุ่นพร้อมราคาจริง 2026 เปรียบเทียบรุ่น เช็กสต็อก หรือสอบถามราคาพิเศษสำหรับงานใหญ่ ส่งฟรีทั่วประเทศ
ดูสินค้าแผ่นยางปูพื้นกลางแจ้งเลือกซื้อพื้นยาง SBR ให้ดู 5 อย่าง คือสถานที่ (ในร่ม/กลางแจ้ง) แรงกระแทกที่จะเกิดขึ้น ความหนาที่เหมาะ รูปแบบแผ่น (จิ๊กซอว์/tile/ม้วน) และงบต่อตารางเมตร อย่าดูแค่ราคาต่อแผ่น
หลายคนเสียเงินเพราะเลือกผิดประเภท เช่น ซื้อบางเกินไปสำหรับเวทหนัก หรือซื้อ EPDM ราคาแพงทั้งที่ใช้ในร่ม ทำตามขั้นตอนนี้เพื่อเลือกให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก
ก่อนสั่งซื้อจำนวนมาก แนะนำขอตัวอย่าง (sample) มาดูสี สัมผัสเนื้อยาง และเปรียบเทียบความหนาจริง บางรายยินดีส่งตัวอย่างฟรี จะได้ไม่ผิดหวังตอนของมาถึง
เรื่องการรับประกัน (warranty) ก็สำคัญ ผู้ขายที่ดีควรรับประกันสินค้าอย่างน้อย 1 ปี และมี after-sales service เช่น เปลี่ยนแผ่นเสียหาย ส่งซ่อมฟรี หรือคืนสินค้าภายใน 30 วัน เช็กเงื่อนไขก่อนซื้อ
แผ่นยางปูพื้น SBR แบบจิ๊กซอว์ติดตั้งเองได้ใน 30 นาที แค่วางบนพื้นเรียบสะอาดแล้วต่อล็อกกัน ไม่ต้องใช้กาว ไม่ต้องจ้างช่าง เหมาะกับคนที่ต้องการ DIY ประหยัดค่าติดตั้ง
ข้อดีของพื้นยาง SBR คือติดตั้งง่ายมาก โดยเฉพาะแบบจิ๊กซอว์ที่ต่อล็อกกันเอง ใครก็ทำเองได้ ไม่ต้องมีทักษะช่าง ขั้นตอนมีดังนี้
สำหรับงานกลางแจ้งหรือพื้นที่กว้าง อาจต้องใช้กาว polyurethane (PU adhesive) ยึดแผ่นกับพื้น เพื่อกันไม่ให้เลื่อน และ HFT มีทีมช่างมืออาชีพพร้อมบริการติดตั้งทั่วประเทศ พร้อมรับประกันผลงาน
เครื่องมือที่ต้องเตรียม มีดคัตเตอร์ (utility knife) ไม้บรรทัดยาว 1 เมตร ตลับเมตร ดินสอ ถุงมือยาง และแผ่นรองตัด (cutting mat) ใช้เวลาปูห้องขนาด 10–15 ตร.ม. ประมาณ 30–45 นาที สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์เลย
พื้นยาง SBR ดูแลง่าย เพียงกวาดเช็ดสม่ำเสมอ ล้างด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาอ่อนๆ หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรง ดูแลเท่านี้ใช้งานได้ยาว 5–10 ปี
พื้นยาง SBR เป็นวัสดุดูแลง่ายมาก ไม่ต้องขัดเคลือบหรือลงแว็กซ์ แค่ทำตามนี้เป็นประจำก็ยืดอายุการใช้งานได้
ถ้าเป็นฟิตเนสเชิงพาณิชย์ที่เปิดบริการทุกวัน ควรทำความสะอาดเชิงลึก (deep cleaning) เดือนละ 1 ครั้ง ด้วยเครื่องขัดพื้น (floor scrubber) พร้อมน้ำยาทำความสะอาดแบบ pH neutral เพื่อรักษาผิวยางไม่ให้เสื่อม
จริง ยาง SBR ผลิตจากยางรถยนต์เก่ารีไซเคิล 100% ช่วยลดปริมาณขยะยางล้อที่ย่อยสลายยากกว่า 100 ปี เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุปูพื้นที่ใช้งานได้จริง ทนทาน และคุ้มค่า
ทุกปี ประเทศไทยมียางรถยนต์เก่าหลายล้านเส้นที่กลายเป็นขยะ ยางเป็นวัสดุที่ย่อยสลายยากมาก ใช้เวลากว่า 100 ปี การนำมาบดเป็นเม็ดยาง SBR (crumb rubber) แล้วอัดขึ้นรูปเป็นแผ่นยางปูพื้นจึงเป็นการรีไซเคิลที่คุ้มค่ามาก
ถ้าเรื่องสิ่งแวดล้อมสำคัญสำหรับคุณ การเลือกพื้นยาง SBR ถือเป็นทางเลือกที่ดี เพราะทั้งใช้งานได้จริง ราคาประหยัด และช่วยลดขยะยางไปพร้อมกัน
ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย พื้นยาง SBR ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย เช่น ASTM F1292 (standard specification for impact attenuation) และ EN 1177 (impact attenuating playground surfacing) สำหรับสนามเด็กเล่น ยืนยันว่าปลอดภัยสำหรับทุกวัย
ข้อดีหลักของ ยาง SBR คือราคาประหยัด กันกระแทกดี ลดเสียง ติดตั้งง่าย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนข้อจำกัดคือมีกลิ่นยางช่วงแรก สีจำกัดโทนเข้ม และไม่ทน UV สำหรับงานกลางแจ้ง
| ✅ ข้อดี | ⚠️ ข้อจำกัด |
|---|---|
| ราคาถูกกว่า EPDM ราว 40–50% | มีกลิ่นยางรีไซเคิลช่วง 2–4 สัปดาห์แรก |
| กันกระแทกดีเทียบเท่า EPDM | สีจำกัดเฉพาะโทนเข้ม (ดำ เทา) |
| ลดเสียง ลดแรงสั่นสะเทือน | ทน UV ปานกลาง สีซีดเมื่อตากแดดนาน |
| ติดตั้งเองง่าย DIY ได้ใน 30 นาที | หนักมาก (19 กก./แผ่น) ขนย้ายลำบาก |
| เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รีไซเคิล | ไม่เหมาะกลางแจ้งแดดจัดระยะยาว |
| อายุใช้งาน 5–10 ปี ในร่ม | ต้องระบายอากาศช่วงแรกเพราะกลิ่น |
| ถอดย้ายง่าย เหมาะคอนโด |
สรุป ข้อดีของพื้นยาง SBR มีมากกว่าข้อจำกัดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสำหรับงานในร่ม กลิ่นยางช่วงแรกเป็นเรื่องชั่วคราวที่หายไปเอง ส่วนสีเข้มก็เหมาะกับฟิตเนสอยู่แล้ว เพราะซ่อนคราบเหงื่อและฝุ่นได้ดี
ถ้าจะให้ครบ ข้อเสียเรื่อง UV resistance สามารถแก้ได้โดยใช้แบบ SBR top coat (เคลือบ EPDM ด้านบน) หรือทา UV protective coating ทุก 1–2 ปี แต่สำหรับงานในร่ม ไม่ต้องสนใจเรื่องนี้เลย
ให้ทีม HFT ช่วยเลือกพื้นยาง SBR ให้เหมาะกับงานของคุณ สำรวจหน้างาน ประเมินความหนา คำนวณจำนวนแผ่น ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย โทร 094-495-1811
ปรึกษาทีมงาน HFT ฟรี →ก่อนสั่งซื้อพื้นยาง SBR เช็ก 7 ข้อนี้ให้ครบ เพื่อไม่ให้เสียเงินกับพื้นที่ไม่ตรงกับงาน เลือกถูกตั้งแต่ครั้งแรก ไม่ต้องซื้อซ้ำ
เช็กครบทุกข้อแล้ว จะเลือกพื้นยาง SBR ได้ตรงกับงานจริง ไม่เสียเงินฟรี ปรึกษาทีม HFT ช่วยประเมินได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
อย่าลืมเปรียบเทียบราคารวม (total landed cost) ซึ่งรวมค่าสินค้า ค่าขนส่ง (shipping) ค่าติดตั้ง (installation) และค่าอุปกรณ์เสริม เช่น กาว PU (polyurethane adhesive) ขอบยาง (edge ramp) และเทปกันรอยต่อ (seam tape) ราคารวมต่างกันมากแม้ราคาต่อแผ่นใกล้เคียง
เลือกพื้นยาง SBR ตามการใช้งาน โฮมยิมคอนโดเลือกจิ๊กซอว์ 15–20 มม. ฟิตเนสเลือก tile หรือม้วน 20 มม. จุดวางเวทหนักเสริม 25–40 มม. ดูสถานที่ แรงกระแทก และงบเป็นหลัก
| การใช้งาน | รูปแบบแนะนำ | ความหนา | รุ่น HFT | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|---|---|---|
| โฮมยิม / คอนโด | จิ๊กซอว์ (Jigsaw) | 15–20 มม. | Rubber Jigsaw RJ | ฿213/แผ่น |
| ฟิตเนสเชิงพาณิชย์ | Tile หรือ Roll | 20 มม. | Outdoor Standard OS | ฿229/แผ่น |
| จุดวางเวทหนัก | Tile ซ้อนชั้น | 25–40 มม. | OS ซ้อน 2 ชั้น | ฿458+/จุด |
| กลางแจ้ง มีหลังคา | Tile | 20 มม. | Outdoor Standard OS | ฿229/แผ่น |
| กลางแจ้ง แดดจัด | EPDM Tile | 20–30 มม. | Outdoor Premium OP | ฿389/แผ่น |
สิ่งสำคัญคืออย่าตัดสินใจจากราคาอย่างเดียว ให้ดูที่ต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน (total cost of ownership) ประกอบกัน SBR ในร่ม ROI (return on investment) คุ้มค่ามาก เพราะราคาเริ่มต้นถูก อายุใช้งาน 5–10 ปี ดูแลง่าย ไม่ต้องซ่อมบ่อย
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบไหน ติดต่อทีม HFT ได้ที่ 094-495-1811 หรือทักแชทในเว็บ มีผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินพื้นที่ แนะนำความหนา คำนวณจำนวนแผ่น ฟรี พร้อมบริการติดตั้งทั่วประเทศ ผลงานกว่า 880 โครงการ gym fitness studio สนามกีฬา โรงเรียน และคอนโดทั่วไทย
แผ่นยาง SBR คือยางสังเคราะห์ที่ผลิตจากยางรถยนต์รีไซเคิล (Styrene Butadiene Rubber) นำมาบดเป็นเม็ดยางแล้วอัดขึ้นรูปด้วยความร้อนและแรงดัน ได้แผ่นยางที่แข็งแรง กันกระแทก ราคาประหยัดกว่ายาง EPDM ที่เป็นยางบริสุทธิ์
ปี 2026 แบบจิ๊กซอว์เริ่มที่ 213 บาท/แผ่น แบบ Tile อยู่ที่ 229 บาท/แผ่น (ขนาด 50×50 ซม.) คิดเป็นราคาต่อตารางเมตรประมาณ 852–916 บาท ถูกกว่า EPDM ราว 40%
SBR ทำจากยางรีไซเคิล ราคาถูกกว่า สีเข้มเป็นหลัก เหมาะในร่ม ส่วน EPDM ทำจากยางบริสุทธิ์ สีสดใส ทน UV เหมาะกลางแจ้ง ราคาสูงกว่า การกันกระแทกใกล้เคียงกัน เลือกตามสถานที่ใช้งานและงบ
เหมาะมาก เพราะกันกระแทกจากเวทได้ดี ลดเสียงรบกวน กันพื้นไม่เสียหาย ราคาประหยัด และสีเข้มซ่อนคราบเหงื่อได้ดี ฟิตเนสส่วนใหญ่ทั่วโลกใช้พื้นยาง SBR เป็นหลัก
ได้ง่ายมาก โดยเฉพาะแบบจิ๊กซอว์ที่ต่อล็อกกันเอง วางบนพื้นเรียบสะอาดแห้งแค่นั้น ไม่ต้องใช้กาว ไม่ต้องจ้างช่าง ติดตั้งเองได้ใน 30 นาที สำหรับห้องออกกำลังกายขนาดมาตรฐาน
มีกลิ่นยางรีไซเคิลในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก ลดกลิ่นได้โดยตากแผ่นยางไว้ข้างนอก 1–2 วันก่อนปูในห้อง เปิดหน้าต่างระบายอากาศ และใช้พัดลมดูดอากาศช่วย กลิ่นจะจางหายไปเองตามเวลา
ขึ้นกับการใช้งาน คาร์ดิโอเบาใช้ 10–15 มม. ยกเวทเบา-กลางใช้ 20 มม. เวทหนักใช้ 25–30 มม. จุดปล่อยเวทใช้ 40 มม. ยิ่งแรงกระแทกมากยิ่งต้องหนา เลือกตามตารางความหนาในบทความ
ใช้ได้ แต่มีข้อจำกัด SBR ทน UV ได้ปานกลาง สีอาจซีดเมื่อตากแดดจัดนาน 2–3 ปี ถ้ากลางแจ้งมีหลังคาบังบ้างใช้ SBR คุ้มกว่า แต่กลางแจ้งแดดจัดทั้งวันแนะนำเลือก EPDM
ประมาณ 5–10 ปี ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งาน ความหนา และการดูแลรักษา ใช้ในร่มอายุยาวกว่ากลางแจ้ง เมื่อเฉลี่ยราคาต่อปีแล้ว SBR คุ้มค่ามากสำหรับงานในร่ม
จริง ผลิตจากยางรถยนต์รีไซเคิล 100% ช่วยลดขยะยางล้อที่ย่อยสลายยากกว่า 100 ปี เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุปูพื้นที่ใช้งานได้จริง เมื่อหมดอายุก็นำไปรีไซเคิลเป็นวัสดุอื่นได้อีกครั้ง
Login and Registration Form