ติดต่อเจ้าหน้าที่
สลับเส้นทาง
รถเข็นของฉัน 0

Kettlebell ลดพุง เริ่มกี่กิโล ท่าลดพุงผู้หญิง และโปรแกรม 6 สัปดาห์

Kettlebell ลดพุง เริ่มกี่กิโล ท่าลดพุงผู้หญิง และโปรแกรม 6 สัปดาห์
kettlebell ลดพุง ผู้หญิงถือเคตเทิลเบลออกกำลังกายลดหน้าท้องที่บ้าน
Kettlebell ลดพุง — ลูกตุ้มน้ำหนักชิ้นเดียวที่บริหารได้ทั้งตัวและเผาผลาญไขมันหน้าท้อง

kettlebellได้จริงถ้าเล่นต่อเนื่องคู่กับควบคุมอาหาร เพราะท่า kettlebell swing และ goblet squat เป็นคาร์ดิโอผสมเวทที่เผาผลาญ 400-600 แคลอรี่ต่อชั่วโมงและกระตุ้นแกนกลางลำตัว ผู้หญิงมือใหม่เริ่มที่ 4-8 kg ส่วนผู้ชายเริ่ม 8-12 kg แล้วเล่น 3 วันต่อสัปดาห์

การออกกำลังกายมีความสำคัญไม่น้อยสำหรับยุคนี้ เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมทุกวันนี้เอื้อให้คนเราอายุสั้นลงกว่าเดิม สาว ๆ ยุคใหม่จึงหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นด้วยการออกกำลังกาย และเพื่อให้มีรูปร่างที่ดีหุ่นเป๊ะใส่เสื้อผ้าสวย สัดส่วนที่สาว ๆ เรามักจะเน้นเป็นพิเศษก็คือบริเวณหน้าท้อง ที่หลายคนแม้มีรูปร่างผอมแต่บริเวณหน้าท้องกลับมีพุงป่องจนเสียความมั่นใจ วันนี้โค้ชจึงรวบรวมเคล็ดลับการใช้ Kettlebell พร้อมท่าออกกำลังกายลดพุงผู้หญิงมาให้ลองทำตามกัน เพราะเรื่อง ออกกำลังกายลดพุง เป็นสิ่งที่ลูกค้าในยิมถามโค้ชบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่ง

ในห้อง Real Gym มีสมาชิกผู้หญิงคนหนึ่งมาปรึกษาโค้ชว่า "พี่ปู หนูวิ่งบนลู่ทุกวันแต่พุงไม่ยุบสักที" โค้ชจึงเปลี่ยนโปรแกรมให้เธอเล่น kettlebell แทน โดยใช้ท่า kettlebell swing กับ goblet squat วันละ 20 นาที 3 วันต่อสัปดาห์ ควบคู่กับคุมอาหารเบา ๆ ผ่านไป 6 สัปดาห์รอบเอวลดลง 5 เซนติเมตร นี่คือเหตุผลที่โค้ชเชียร์ลูกตุ้มน้ำหนักตัวนี้กับคนที่อยากลดหน้าท้องแบบไม่ต้องเข้ายิม

อยากเริ่ม kettlebell ลดพุง ที่บ้านวันนี้? ท่าลดพุงส่วนใหญ่ใช้เคตเทิลเบลแค่ลูกเดียว ไม่ต้องเข้ายิม เลือกน้ำหนักที่ใช่ก่อนแล้วฟอร์มจะตามมาเอง เริ่มต้นเพียง ฿590

Kettlebell ลดพุงได้จริงไหม? (คำตอบตรงจากโค้ช)

kettlebell ลดพุงได้จริง แต่ไม่ใช่การลดไขมันเฉพาะจุด ท่าอย่าง kettlebell swing เผาผลาญราว 400-600 แคลอรี่ต่อชั่วโมง เมื่อเล่นสม่ำเสมอ 3 วันต่อสัปดาห์คู่กับคุมอาหารให้ขาดดุลแคลอรี่ ไขมันทั่วตัวรวมถึงหน้าท้องจะค่อย ๆ ลดลง

คำถามแรกที่ทุกคนถาม คือ เคตเทิลเบลลดพุง ได้จริงหรือแค่กระแส คำตอบคือได้จริง แต่มีเงื่อนไข ลูกตุ้มน้ำหนักไม่ได้ "ละลาย" ไขมันเฉพาะจุดที่หน้าท้อง เพราะร่างกายมนุษย์ไม่มีกลไก spot reduction สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือท่าเคตเทิลเบลอย่าง kettlebell swing เผาผลาญพลังงานสูงมากในเวลาสั้น ทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะขาดดุลแคลอรี่ ไขมันทั่วตัวรวมถึงหน้าท้องจึงค่อย ๆ ลดลง

งานวิจัยของ American Council on Exercise (ACE) วัดพบว่าการเล่นเคตเทิลเบลแบบต่อเนื่องเผาผลาญได้ราว 20 แคลอรี่ต่อนาที หรือประมาณ 400-600 แคลอรี่ต่อชั่วโมง เทียบเท่ากับการวิ่งเพซ 6 นาทีต่อกิโลเมตร นั่นแปลว่าการทำ ออกกำลังกายลดพุง วันละ 20-30 นาทีให้ผลลัพธ์ด้านการเผาผลาญไม่แพ้คาร์ดิโอหนัก แถมยังได้สร้างกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน

สรุปสั้น ๆ ว่า kettlebell ได้จริงเมื่อครบสามอย่าง คือเล่นถูกท่า เล่นสม่ำเสมออย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ และคุมอาหารให้ขาดดุลแคลอรี่ ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งไป พุงก็จะยุบช้าลงตามลำดับ

kettlebell ลดพุง ผู้หญิงถือเคตเทิลเบลออกกำลังกายลดหน้าท้องที่บ้าน

Kettlebell (เคตเทิลเบล) คืออะไร

เคตเทิลเบลคือลูกตุ้มน้ำหนักเหล็กมีหูจับ น้ำหนัก 2-16 kg ขึ้นไป เล่นได้ทุกสัดส่วนทั้งแขน ขา สะโพก และแกนกลางลำตัว ใช้พื้นที่น้อยและราคาไม่แพง จึงเหมาะกับการออกกำลังกายที่บ้าน

เคตเทิลเบล คืออุปกรณ์ออกกำลังกายชนิดหนึ่งที่ทำจากเหล็ก มีรูปทรงกลมคล้ายลูกตุ้ม มีหูจับหรือหูหิ้วไว้สำหรับจับให้ถนัดมือ บางคนเรียกว่า ลูกตุ้มน้ำหนัก ใช้งานง่ายคล้ายกับการยกดัมเบลแต่มีหูหิ้วให้จับ มีหลายสีสันให้เลือก และมีน้ำหนักที่หลากหลาย เริ่มตั้งแต่ 2 กิโลกรัม 4, 6, 8 ไปจนถึง 16-18 กิโลกรัมหรือมากกว่า จึงเหมาะทั้งกับผู้หญิงมือใหม่และผู้ชายที่แข็งแรงแล้ว

การออกกำลังกายด้วย เคตเทิลเบล สามารถออกได้หลากหลายท่า เป็นการบริหารร่างกายได้ทุกส่วนเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา ไหล่ สะโพก ก้น หรือหลัง รวมถึงแกนกลางลำตัว (core) ที่เป็นหัวใจของการทำ การลดพุงด้วย kettlebell อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่ อยู่คอนโด ห้องเช่า หรือมีพื้นที่จำกัดก็เล่นได้ เพราะมีขนาดเล็ก จัดเก็บไม่กินพื้นที่ และราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับเครื่องออกกำลังกายชิ้นใหญ่

วิธีเลือกน้ำหนัก kettlebell ลดพุง ให้เหมาะกับผู้หญิงและผู้ชาย

เลือก Kettlebell อย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง

เลือกน้ำหนักจากสรีระ พื้นฐานการออกกำลังกาย และท่าที่จะเล่น ผู้หญิงมือใหม่เริ่มที่ 4 kg คู่กับ 8 kg ส่วนคนที่มีพื้นฐานแล้วเริ่มที่ 8 kg คู่กับ 12 kg

สำหรับมือใหม่ที่อยากลองเคตเทิลเบล เลือกอย่างไรดี โค้ชมีหลัก 3 ข้อมาแนะนำ

1. เลือกจากสรีระ เพราะโครงร่างและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อผู้ชายกับผู้หญิงต่างกัน ส่วนใหญ่ผู้หญิงที่เพิ่งเริ่มหัดเล่นควรเลือกจากน้ำหนักที่เบาที่สุดก่อน ส่วนผู้ชายที่มีโครงสร้างแข็งแรงกว่าเริ่มต้นได้ที่น้ำหนักมากกว่าของผู้หญิง

2. ดูจากพื้นฐานการออกกำลังกายของตัวเอง บางคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายจะมีมวลกล้ามเนื้อต่ำ ส่วนคนที่เป็นนักกีฬาหรือออกกำลังกายประจำย่อมมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงกว่า จึงเลือกน้ำหนักได้ตามสภาพร่างกายของแต่ละคน

ผู้หญิงที่ไม่มีพื้นฐานการออกกำลังกายมาก่อน แนะนำให้เริ่มที่น้ำหนัก 4 กิโลกรัมกับ 8 กิโลกรัมควบคู่กันไป แต่ถ้าสาว ๆ ท่านไหนมีพื้นฐานมาบ้างแล้ว เริ่มที่ 8 กับ 12 กิโลกรัมได้เลย

3. เลือกจากท่าในการออกกำลังกาย เพราะการเล่นเคตเทิลเบลมีทั้งท่า Upper body และ Lower body ที่ใช้น้ำหนักต่างกัน การใช้น้ำหนักที่เหมาะกับแต่ละท่าจะส่งเสริมให้ได้ผลลัพธ์ในการทำ เคตเทิลเบลลดพุง ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

เคตเทิลเบลผู้หญิงกี่กิโล? ตารางเลือกน้ำหนัก 4-16 kg

ผู้หญิงมือใหม่ใช้ 4 kg สำหรับท่าลำตัวส่วนบนและ 8 kg สำหรับ swing กับ squat ระดับกลางขยับเป็น 6 kg กับ 12 kg ถ้ายก 15 ครั้งได้สบายแปลว่าเบาไป ควรมี 2 ลูกคือลูกเบากับลูกหนัก

คำถามที่ค้นหากันมากที่สุดคือ เคตเทิลเบลผู้หญิงกี่กิโล ถึงจะพอดี โค้ชสรุปเป็นตารางให้เลือกตามระดับและเพศ โดยแยกน้ำหนักสำหรับท่าลำตัวส่วนบน (เช่น press, halo) กับท่าลำตัวส่วนล่างและ swing ที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่กว่าจึงยกหนักได้กว่า

ระดับผู้หญิง (Upper/Swing)ผู้ชาย (Upper/Swing)เหมาะกับ
มือใหม่4 kg / 8 kg8 kg / 12 kgเพิ่งเริ่ม เรียนฟอร์ม
ระดับกลาง6 kg / 12 kg10 kg / 16 kgเล่นมา 1-3 เดือน
ระดับสูง8 kg / 16 kg12-16 kg / 20-24 kgฟอร์มแน่น เพิ่มความหนัก

หลักง่าย ๆ คือถ้ายกได้ 15 ครั้งแบบสบายเกินไปโดยฟอร์มไม่เสีย แปลว่าเบาไป ควรขยับขึ้นอีกขั้น แต่ถ้ายกไม่ถึง 8 ครั้งหรือหลังเริ่มงอเพื่อฝืน แปลว่าหนักไป สำหรับผู้เริ่มทำ ออกกำลังกายลดพุง โค้ชแนะนำให้มี 2 ลูก คือลูกเบาไว้เล่นท่า upper body และลูกหนักไว้เล่น swing กับ squat จะครอบคลุมทุกท่าลดพุงในบทความนี้

เคล็ดลับเลือกน้ำหนักแรกของผู้หญิง

ถ้าต้องเลือกลูกเดียวก่อน ผู้หญิงส่วนใหญ่เริ่มที่ 8 kg เพราะเบาไปสำหรับ swing แต่กำลังดีสำหรับ goblet squat และ deadlift ซึ่งเป็นสามท่าหลักของการ kettlebell ลดพุง พอฟอร์มแน่นแล้วค่อยเพิ่มลูก 12 kg เข้ามา

ยังไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มกี่กิโล? ทักทีม HFT บอกส่วนสูง น้ำหนัก และพื้นฐานการออกกำลังกาย เราจะแนะนำเซ็ตเคตเทิลเบลที่พอดีกับมือและเป้าหมายลดพุงของคุณ ตอบไวใน 15 นาที

ดู Kettlebell ทุกน้ำหนัก 4-16 kg ปรึกษาทีม HFT ฟรี
เหตุผลที่ควรใช้ kettlebell ลดพุง เผาผลาญไขมันได้ทั้งตัว

เหตุผลที่ควรออกกำลังกายด้วย Kettlebell

เคตเทิลเบลบริหารได้ครบทุกสัดส่วน เล่นได้หลายท่า ใช้พื้นที่น้อย ราคาไม่แพง และเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกผสมเวทที่เผาผลาญไขมันได้ดีใกล้เคียงหลัก HIIT

  • ออกกำลังกายได้ทุกสัดส่วนในร่างกายตั้งแต่แขน ไหล่ ต้นขา เอว สะโพก ก้น ช่วงหลัง และแกนกลางลำตัว
  • ออกกำลังกายได้หลายท่า ทำได้ง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะกับการ kettlebell ลดพุง ที่บ้าน
  • มีน้ำหนักของเคตเทิลเบลให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ 4-16 kg ตามความต้องการของผู้เล่น
  • ไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ ออกกำลังกายที่ไหนก็ได้ และไม่เปลืองพื้นที่เก็บของในบ้านเหมือนเครื่องออกกำลังกายชิ้นใหญ่
  • เป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกผสมเวทที่ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายได้ดี ใกล้เคียงหลัก HIIT อยากเสริมคาร์ดิโอให้เบิร์นไขมันไวขึ้น ลองสลับกับ ท่า High Knees คาร์ดิโอเผาผลาญไขมันที่ทำได้ในบ้าน
  • หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง คุ้มค่าต่อการลงทุนเพื่อ เคตเทิลเบล ลดน้ำหนัก ระยะยาว

Kettlebell Swing: เทคนิค hip hinge และจุดพลาดที่เจอบ่อย

หัวใจของ kettlebell swing คือแรงมาจากการดีดสะโพก (hip hinge) ไม่ใช่การยกด้วยแขน หลังต้องตรง เกร็งหน้าท้องตลอด จุดพลาดที่เจอบ่อยคือใช้แขนยก ย่อเข่าเหมือนสควอท หลังงอ และรีบเหวี่ยงเร็วเกินไป

ถ้าจะเลือกท่าเดียวที่เป็นหัวใจของการ kettlebell ลดพุง ท่านั้นคือ kettlebell swing เพราะเป็นท่าที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ทั้งสะโพก ก้น หลัง และแกนกลางลำตัวพร้อมกัน ทำให้หัวใจเต้นเร็วและเผาผลาญสูงในเวลาสั้น แต่คนส่วนใหญ่เล่นผิดเพราะเข้าใจว่าเป็นการ "ยกลูกตุ้มขึ้นด้วยแขน" ทั้งที่จริงแล้วแรงมาจากสะโพก

หลัก hip hinge ที่ถูกต้อง

  • ยืนแยกเท้ากว้างกว่าหัวไหล่เล็กน้อย ปลายเท้าเปิดออกนิดหน่อย
  • ดันสะโพกไปด้านหลัง (hip hinge) ไม่ใช่ย่อเข่าลงเหมือนสควอท หลังตรงตลอด
  • ปล่อยลูกตุ้มน้ำหนักแกว่งลงระหว่างขา แล้วกระตุกสะโพกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อเหวี่ยงขึ้น
  • ที่จุดสูงสุดเกร็งก้นและหน้าท้องแน่น แขนเป็นแค่เชือกที่ห้อยลูกตุ้ม ไม่ออกแรงยก
  • ปล่อยลูกตุ้มตกลงตามแรงโน้มถ่วง แล้ว hinge สะโพกรับอีกครั้ง ทำต่อเนื่องเป็นจังหวะ

4 จุดพลาดที่โค้ชเจอบ่อยในยิม (Real Gym) และวิธีแก้ไข

จากประสบการณ์สอนผู้เริ่มต้นและผู้ที่ออกกำลังกายด้วยเคตเทิลเบลมาระยะหนึ่ง พบว่าคนส่วนใหญ่มักทำผิดอยู่ไม่กี่จุด ซึ่งส่งผลให้เผาผลาญพลังงานได้น้อยลง ใช้กล้ามเนื้อไม่ถูกส่วน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ หากแก้ไขได้ตั้งแต่แรก การฝึกจะมีประสิทธิภาพและเห็นผลเร็วขึ้น

  • 1. ใช้แขนยกเคตเทิลเบลแทนการใช้สะโพก
    นี่คือข้อผิดพลาดที่พบมากที่สุด โดยเฉพาะในท่า Kettlebell Swing หลายคนพยายามใช้แรงจากแขนและหัวไหล่เพื่อเหวี่ยงลูกตุ้มให้สูง ทำให้ไหล่เมื่อย แขนล้าเร็ว และไม่สามารถสร้างแรงระเบิดจากสะโพกได้เต็มที่ ทั้งยังลดประสิทธิภาพในการเผาผลาญพลังงานอีกด้วย

    วิธีแก้: ให้คิดว่าแขนเป็นเพียง "ตะขอ" ที่จับเคตเทิลเบลไว้เท่านั้น ส่วนแรงทั้งหมดควรมาจากการดีดสะโพกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมเกร็งก้นแรง ๆ เมื่อยืนตรง หากทำถูกต้อง ลูกตุ้มจะลอยขึ้นจากแรงส่งของสะโพก ไม่ใช่จากการยกด้วยแขน
  • 2. ย่อเข่าเหมือนการทำ Squat แทนที่จะพับสะโพก (Hip Hinge)
    ผู้เริ่มต้นจำนวนมากเข้าใจผิดว่า Kettlebell Swing หรือ Deadlift เป็นท่าสควอท จึงย่อเข่าลึกเกินไป ทำให้แรงตกไปที่ต้นขาด้านหน้าแทนที่จะใช้กล้ามเนื้อก้นและหลังต้นขา ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักของท่า ส่งผลให้กำลังลดลงและเหนื่อยเร็วกว่าเดิม

    วิธีแก้: ฝึกการดันสะโพกไปด้านหลัง (Hip Hinge) โดยรักษาหน้าแข้งให้เกือบตั้งตรง จะรู้สึกตึงบริเวณก้นและหลังต้นขา เมื่อดีดสะโพกกลับมาด้านหน้าให้บีบก้นเต็มแรง นี่คือจังหวะที่สร้างพลังของท่าอย่างแท้จริง
  • 3. หลังงอหรือปล่อยหลังส่วนล่างรับน้ำหนัก
    การปล่อยหลังโค้ง โดยเฉพาะช่วงก้มลงหยิบหรือเหวี่ยงเคตเทิลเบล เป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดหลังและการบาดเจ็บบริเวณกระดูกสันหลังส่วนล่าง เพราะแรงทั้งหมดจะตกไปที่หลังแทนที่จะกระจายไปยังสะโพกและแกนกลางลำตัว

    วิธีแก้: รักษาแนวกระดูกสันหลังให้เป็นกลาง (Neutral Spine) ตลอดการเคลื่อนไหว เกร็งหน้าท้องก่อนเริ่มทุกครั้ง เปิดอก ดึงหัวไหล่ลง และมองไปข้างหน้าหรือเฉียงลงเล็กน้อย ไม่ก้มคอหรือแหงนหน้ามากเกินไป
  • 4. รีบเหวี่ยงเร็วเกินไปก่อนควบคุมท่าได้
    หลายคนเห็นคลิปในโซเชียลแล้วพยายามเหวี่ยงเคตเทิลเบลด้วยความเร็วตั้งแต่ครั้งแรก ทำให้จังหวะการเคลื่อนไหวผิด ลูกตุ้มแกว่งไม่สมดุล และเสี่ยงต่อการเสียการทรงตัวหรือบาดเจ็บที่หลัง ไหล่ และข้อมือ

    วิธีแก้: เริ่มฝึกด้วยน้ำหนักที่เหมาะสมและจังหวะช้า ๆ ก่อน เน้นให้การเคลื่อนไหวของสะโพก แขน และลูกตุ้มสัมพันธ์กัน เมื่อสามารถควบคุมท่าได้อย่างมั่นคงแล้ว จึงค่อยเพิ่มความเร็ว จำนวนครั้ง หรือเพิ่มน้ำหนักในภายหลัง

คำแนะนำจากโค้ช: อย่ารีบเพิ่มน้ำหนักหรือเพิ่มจำนวนครั้ง หากท่ายังไม่ถูกต้อง เพราะการฝึกด้วยเทคนิคที่ดีจะช่วยให้ใช้กล้ามเนื้อได้เต็มประสิทธิภาพ เผาผลาญพลังงานได้มากกว่า และลดโอกาสบาดเจ็บในระยะยาว การฝึกช้าแต่ถูกต้อง ย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการฝึกหนักแต่ทำผิดท่าเสมอ

Tips ความปลอดภัย

ในการฝึกท่า kettlebell swing ทุกแบบ ขณะเหวี่ยงลูกให้ยืดหลังตรง เกร็งหน้าท้องเพื่อทรงตัว จะช่วยให้ฝึกได้ผลมากขึ้นและป้องกันการบาดเจ็บที่หลัง

รวมท่าออกกำลังกายลดพุงสำหรับผู้หญิงด้วย Kettlebell

ท่าลดพุงหลักด้วยเคตเทิลเบลสำหรับผู้หญิง ได้แก่ leg raise, swing, goblet squat, deadlift และท่าฝึก core เลือกน้ำหนักตามตารางแล้วทำสม่ำเสมอจะเห็นผลจริง

ท่าออกกำลังกายลดพุงผู้หญิงด้วยเจ้าลูกตุ้มเคตเทิลเบล ที่รับรองว่าเห็นผลเมื่อทำสม่ำเสมอ มีดังนี้ ทุกท่าเลือกน้ำหนักตามตารางในหัวข้อที่ 4 เพื่อให้การ kettlebell ลดพุง ได้ผลและปลอดภัย

1. KETTLEBELL LEG RAISE

วิธีการฝึกท่า KETTLEBELL LEG RAISE

  • นอนราบลงไปกับพื้น ให้ส่วนหลังและก้นติดกับพื้น
  • นำเคตเทิลเบลวางไว้เหนือศีรษะ แล้วเกร็งส่วนหน้าท้อง
  • ค่อย ๆ ยกขาขึ้นทั้ง 2 ข้างให้ทำมุม 90 องศา ค้างไว้ 3-5 วินาที
  • จากนั้นค่อย ๆ ลดระดับขากลับลงมาในแนวระนาบเหมือนท่าเริ่มต้น
  • ทำแบบเดิมทั้งหมด 15 ครั้ง ก็จะได้ในส่วนหน้าท้องไปเต็ม ๆ

กล้ามเนื้อที่ใช้: กล้ามเนื้อหน้าท้อง, กล้ามเนื้อสะโพก, กล้ามเนื้อต้นขา

รวมท่าออกกำลัง Leg Raise หลายรูปแบบ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย!

Tips

  • เกร็งหน้าท้องตลอดเวลาที่ทำท่า
  • หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
  • ยกขาขึ้นสูงเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ต้องดึงหลังส่วนล่างออกจากพื้น
  • ชะลอการเคลื่อนไหวทั้งขาขึ้นและขาลง
  • เพิ่มจำนวนครั้งหรือเซ็ตตามต้องการ

2. LUNGE PRESS-OUT

ท่า Lunge Press-Out เป็นท่าออกกำลังกายแบบผสมผสานที่รวมท่า Lunge เข้ากับท่ากดสำหรับลำตัวส่วนบน ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลายกลุ่มในร่างกาย

  • ยืนให้เท้าเสมอกัน ยกเคตเทิลเบลมาไว้บริเวณหน้าอก
  • ก้าวเท้า 1 ข้างออกไปข้างหน้าแล้วย่อตัวลง พยายามทรงตัวให้หลังตรง
  • แล้วบิดลำตัวไปด้านข้าง ผลักลูกตุ้มเคตเทิลเบลออกจากลำตัว
  • แล้วดึงกลับมาที่เดิม จากนั้นดึงเท้ากลับมาให้อยู่ตำแหน่งเดิม
  • ทำสลับข้างไปมาจะได้พัฒนากล้ามเนื้อในส่วนแกนกลางลำตัวและหน้าท้องร่วมด้วย

กล้ามเนื้อที่ใช้:

  • กล้ามเนื้อขา: กล้ามเนื้อต้นขาหน้า (quadriceps) กล้ามเนื้อสะโพก (glutes) กล้ามเนื้อหลังต้นขา (hamstrings)
  • กล้ามเนื้อลำตัวส่วนบน: กล้ามเนื้อไหล่ (shoulders) กล้ามเนื้อหลังแขน (triceps) กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (core)

3. SINGLE-LEG DEADLIFT

ท่า Single-Leg Deadlift เป็นท่าออกกำลังกายที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว กล้ามเนื้อหลัง และกล้ามเนื้อขา ท่านี้ยังช่วยฝึกการทรงตัวและการประสานงานระหว่างกล้ามเนื้ออีกด้วย

  • ยืนตรงในท่าเตรียม กางขาให้กว้างประมาณหัวไหล่ของตัวเอง
  • ยกหัวเข่าข้างใดข้างหนึ่งขึ้นมาด้านหน้า แล้วยันขาไปด้านหลังในลักษณะเหยียดตรง
  • โน้มตัวไปด้านหน้าพร้อมกับยื่นแขนที่ถือเคตเทิลเบลลงด้านล่าง ค้างไว้ประมาณ 3-5 วินาที
  • ทำสลับข้างไปมาให้ได้ 15 รอบ จะช่วยในส่วนหน้าท้อง รวมถึงแขน น่อง สะโพก และต้นขา

กล้ามเนื้อที่ใช้:

  • กล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง: กล้ามเนื้อหลังใหญ่ (erector spinae) กล้ามเนื้อสะโพก (glutes) กล้ามเนื้อหลังต้นขา (hamstrings)
  • กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว: กล้ามเนื้อหน้าท้อง (rectus abdominis) กล้ามเนื้อเฉียงนอก (obliques)
  • กล้ามเนื้อขา: กล้ามเนื้อต้นขาหน้า (quadriceps)

4. REGULAR KETTLEBELL SWING

เป็นท่าออกกำลังกายแบบผสมผสานที่ยอดเยี่ยม ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลายกลุ่มทั่วร่างกาย ฝึกทั้งพลัง ความแข็งแรง ความอดทน และการเผาผลาญแคลอรี่ เป็นแกนหลักของการ kettlebell ลดพุง ที่ได้ผลไวที่สุด

  • ยืนตรงในท่าเตรียม กางขาออกให้กว้าง ตั้งท่าคล้ายกับท่าสควอท
  • ถือ Kettlebell ด้วยมือทั้งสองข้างไว้ด้านหน้า แขนยืดตรงเพื่อช่วยในการเหวี่ยง
  • ยืดขาตรงพร้อมกับเหวี่ยง Kettlebell ขึ้นมาถึงบริเวณหน้าอก
  • จากนั้นย่อขาลงพร้อมกับต้านแรงเหวี่ยงให้กลับมาในท่าเริ่มต้น

กล้ามเนื้อที่ใช้:

  • กล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง: กล้ามเนื้อหลังใหญ่ (erector spinae) กล้ามเนื้อสะโพก (glutes) กล้ามเนื้อหลังต้นขา (hamstrings)
  • กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว: กล้ามเนื้อหน้าท้อง (rectus abdominis) กล้ามเนื้อเฉียงนอก (obliques)
  • กล้ามเนื้อขา: กล้ามเนื้อต้นขาหน้า (quadriceps)

5. AMERICAN KETTLEBELL SWING

เป็นท่าเหวี่ยงที่ใกล้เคียงกับท่า REGULAR KETTLEBELL SWING แตกต่างตรงที่ AMERICAN KETTLEBELL SWING จะเหวี่ยงลูก KETTLEBELL สูงเหนือหัว ทำให้ใช้กล้ามเนื้อไหล่และแกนกลางลำตัวมากขึ้น เหมาะกับคนที่ฟอร์ม swing แน่นแล้ว

Tips

ในการฝึกท่า REGULAR KETTLEBELL SWING และ AMERICAN KETTLEBELL SWING ขณะเหวี่ยงลูก KETTLEBELL ให้ยืดหลังตรง เกร็งหน้าท้องเพื่อช่วยทรงตัว จะทำให้ฝึกท่านี้ได้ผลมากขึ้น

6 ท่าเสริม ช่วยลดพุง สร้างกล้ามเนื้อ และเผาผลาญไขมันทั้งตัว

6 ท่าเสริมที่ควรเพิ่มในโปรแกรมคือ Goblet Squat, Clean and Press, Turkish Get-Up, Deadlift, Halo และ Russian Twist ครอบคลุมการฝึกทั้งตัวเพื่อเพิ่มการเผาผลาญและสร้างกล้ามเนื้อรอบด้าน

นอกจาก 5 ท่าหลักที่แนะนำไปแล้ว ยังมีอีก 6 ท่าออกกำลังกายด้วยเคตเทิลเบลที่ช่วยให้โปรแกรม kettlebell ลดพุง มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะครอบคลุมการฝึกทั้งร่างกาย ทั้งขา สะโพก หลัง ไหล่ แขน และแกนกลางลำตัว (Core) ส่งผลให้ใช้พลังงานมากขึ้น สร้างกล้ามเนื้อได้รอบด้าน และช่วยให้การเผาผลาญพลังงานในระยะยาวดีขึ้น

แม้จะไม่ได้มีท่าไหนที่สามารถ "ลดพุงเฉพาะจุด" ได้ แต่การฝึกท่าเหล่านี้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการพักผ่อนที่เพียงพอ จะช่วยลดเปอร์เซ็นต์ไขมันทั้งร่างกาย ทำให้หน้าท้องและเอวดูกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

1. Goblet Squat

Goblet Squat เป็นหนึ่งในท่าพื้นฐานที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะช่วยฝึกการสควอทได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยถือเคตเทิลเบลด้วยสองมือไว้ระดับหน้าอก จากนั้นย่อสะโพกลงเหมือนนั่งเก้าอี้จนต้นขาเกือบขนานกับพื้น ก่อนออกแรงดันส้นเท้ากลับมายืนตรง

ท่านี้ช่วยบริหารกล้ามเนื้อต้นขา ก้น สะโพก และแกนกลางลำตัวพร้อมกัน อีกทั้งยังช่วยปรับท่าทางการยืนและเพิ่มความแข็งแรงของข้อต่อสะโพกและหัวเข่า เหมาะสำหรับผู้หญิงและผู้ชายที่ต้องการสร้างพื้นฐานก่อนฝึกท่าที่ซับซ้อนกว่า

แนะนำ: ทำ 3 เซ็ต เซ็ตละ 12-15 ครั้ง พักระหว่างเซ็ตประมาณ 60-90 วินาที

2. Clean and Press

Clean and Press เป็นท่า Full Body ที่รวมการยกและการดันไว้ในท่าเดียว เริ่มจากเหวี่ยงเคตเทิลเบลขึ้นมาพักบริเวณหัวไหล่ (Clean) แล้วดันขึ้นเหนือศีรษะจนแขนเหยียดตรง (Press) ก่อนลดกลับลงอย่างควบคุม

ท่านี้ใช้กล้ามเนื้อแทบทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นขา สะโพก หลัง ไหล่ แขน และ Core จึงเผาผลาญพลังงานได้สูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรงและกระตุ้นระบบหัวใจและหลอดเลือดไปพร้อมกัน

แนะนำ: ทำข้างละ 8-10 ครั้ง จำนวน 3 เซ็ต โดยเลือกน้ำหนักที่สามารถควบคุมท่าได้ตลอดการเคลื่อนไหว

3. Turkish Get-Up

Turkish Get-Up เป็นหนึ่งในท่าที่ท้าทายที่สุดของการฝึกเคตเทิลเบล เริ่มจากนอนหงาย ถือเคตเทิลเบลไว้เหนือไหล่ จากนั้นค่อย ๆ ลุกขึ้นจนยืนเต็มตัว และกลับลงสู่ท่าเริ่มต้นโดยไม่ให้ลูกตุ้มเสียสมดุล

แม้จะดูเป็นท่าช้า ๆ แต่กลับใช้กล้ามเนื้อแทบทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะแกนกลางลำตัว ไหล่ สะโพก และกล้ามเนื้อที่ช่วยรักษาสมดุล จึงช่วยพัฒนาการควบคุมร่างกาย ความมั่นคงของข้อไหล่ และลดโอกาสบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย

แนะนำ: ผู้เริ่มต้นควรฝึกโดยไม่ใช้น้ำหนัก หรือใช้เคตเทิลเบลน้ำหนักเบา ทำข้างละ 3-5 ครั้ง เน้นความถูกต้องมากกว่าความเร็ว

4. Kettlebell Deadlift

Kettlebell Deadlift เป็นท่าพื้นฐานที่ช่วยฝึกการ Hip Hinge หรือการพับสะโพก ซึ่งเป็นรูปแบบการเคลื่อนไหวสำคัญของท่า Swing และการยกของในชีวิตประจำวัน

เริ่มจากวางเคตเทิลเบลไว้ระหว่างเท้า ดันสะโพกไปด้านหลัง หลังตรง เก็บหน้าท้อง แล้วออกแรงจากสะโพกและส้นเท้าเพื่อยกน้ำหนักขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการใช้หลังส่วนล่างยกน้ำหนัก

ท่านี้ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อก้น หลังต้นขา หลังส่วนล่าง และแกนกลางลำตัว ทำให้ท่ายืนดีขึ้น ลดอาการปวดหลังจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง และเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนฝึก Kettlebell Swing

แนะนำ: ทำ 3 เซ็ต เซ็ตละ 10-12 ครั้ง พร้อมควบคุมจังหวะการยกทุกครั้ง

5. Kettlebell Halo

Kettlebell Halo เป็นท่าที่หลายคนมองข้าม แต่มีประโยชน์อย่างมากในการเพิ่มความยืดหยุ่นของหัวไหล่และความมั่นคงของแกนกลางลำตัว โดยถือเคตเทิลเบลด้วยสองมือ แล้วหมุนรอบศีรษะเป็นวงกลมอย่างช้า ๆ โดยไม่เอนตัวตามน้ำหนัก

ท่านี้ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวไหล่ หลังส่วนบน คอ และ Core พร้อมทั้งเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ เหมาะสำหรับผู้ที่นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือมีอาการไหล่ตึงเป็นประจำ

แนะนำ: หมุนซ้ายและขวาทิศทางละ 8-10 รอบ จำนวน 2-3 เซ็ต โดยใช้น้ำหนักเบาและควบคุมการเคลื่อนไหวตลอดเวลา

6. Kettlebell Russian Twist

Kettlebell Russian Twist เป็นท่าที่เน้นการหมุนลำตัวเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านข้าง (Obliques) และแกนกลางลำตัว โดยนั่งเอนตัวประมาณ 45 องศา ถือเคตเทิลเบลไว้ด้านหน้า แล้วบิดลำตัวไปซ้ายและขวาสลับกัน หากต้องการเพิ่มความท้าทายสามารถยกเท้าลอยจากพื้นได้

แม้ว่าท่านี้จะช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านข้างและช่วยให้ลำตัวกระชับขึ้น แต่ควรเข้าใจว่าการลดไขมันบริเวณหน้าท้องยังคงต้องอาศัยการลดไขมันทั้งร่างกายร่วมด้วย ดังนั้นควรใช้ Russian Twist เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมฝึก ไม่ใช่ท่าหลักเพียงท่าเดียวในการลดพุง

แนะนำ: ทำ 3 เซ็ต เซ็ตละ 16-20 ครั้ง (หมุนซ้าย-ขวานับเป็น 1 ครั้ง) พร้อมควบคุมการบิดจากลำตัว ไม่ใช่แกว่งแขนเพียงอย่างเดียว

โปรแกรม 6 สัปดาห์ลดพุงด้วย Kettlebell

โปรแกรม 6 สัปดาห์เล่นวันละ 20-25 นาที 3 วันต่อสัปดาห์แบบ HIIT ไล่จากเรียนฟอร์มไปจนเพิ่มความหนัก ควบคู่กับคุมอาหารให้ขาดดุล 300-500 kcal ต่อวัน จะเห็นรอบเอวลดชัดในสัปดาห์ที่ 4-6

โปรแกรมนี้ออกแบบให้ผู้หญิงมือใหม่ทำ kettlebell ลดพุง ที่บ้านได้จริง ใช้เวลาวันละ 20-25 นาที 3 วันต่อสัปดาห์ (เว้นวันพัก) เน้นรูปแบบ HIIT คือทำหนักสลับพัก เพื่อรีดการเผาผลาญให้สูงสุด อยากรู้ว่าควรออกกำลังกายกี่วันต่อสัปดาห์ถึงพอดี อ่านเพิ่มได้ที่ คู่มือความถี่การออกกำลังกายต่อสัปดาห์

สัปดาห์โฟกัสท่าหลักเซ็ต × ครั้งน้ำหนัก (ผู้หญิง)
1เรียนฟอร์มDeadlift, Goblet Squat, Halo3 × 124-8 kg
2สร้างพื้นฐาน swingSwing, Goblet Squat, Leg Raise3 × 12-158 kg
3เพิ่มความอึดSwing, Lunge Press-Out, Russian Twist4 × 158 kg
4เพิ่มความหนักSwing, Clean and Press, Single-Leg Deadlift4 × 128-12 kg
5วงจร HIITCircuit 5 ท่า × 40 วิ พัก 20 วิ4 รอบ8-12 kg
6ทดสอบผลSwing, Turkish Get-Up, Circuit4-5 รอบ12 kg

ทุกครั้งอบอุ่นร่างกาย 5 นาทีก่อนเริ่ม และคูลดาวน์ยืดกล้ามเนื้อ 3-5 นาทีหลังจบ ควบคู่กับคุมอาหารให้ขาดดุลแคลอรี่วันละ 300-500 kcal จะเห็นรอบเอวลดชัดเจนในสัปดาห์ที่ 4-6 นี่คือสูตรเดียวกับที่สมาชิกในยิมของโค้ชใช้ลดรอบเอวได้ 5 เซนติเมตร

ข้อควรระวัง

หากมีอาการปวดหลังส่วนล่าง ปวดเข่า หรือเวียนศีรษะขณะทำ swing ให้หยุดและตรวจฟอร์มก่อน คนที่มีปัญหาหลังหรือตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรม การ kettlebell ลดพุง เน้นความสม่ำเสมอ ไม่ใช่ฝืนหนักในวันเดียว

อัปเดต 2026: เทรนด์ kettlebell ลดพุงที่บ้าน

เทรนด์ปี 2026 คือ kettlebell flow ต่อหลายท่าเป็นวงจรเดียวไม่พักเพื่อรีดการเผาผลาญแบบ HIIT และเคตเทิลเบลปรับน้ำหนักได้สำหรับคนพื้นที่จำกัด พร้อมคลิปสั้น 15-20 นาทีที่ทำตามได้จริง

อัปเดต 2026: เทรนด์ kettlebell ลดพุงที่บ้าน

ในปี 2026 กระแสออกกำลังกายที่บ้านยังแรงต่อเนื่องหลังยุคโควิด และเคตเทิลเบลกลายเป็นอุปกรณ์ยอดฮิตเพราะราคาเข้าถึงง่ายและใช้พื้นที่น้อย เทรนด์ที่โค้ชเห็นชัดคือคนหันมาเล่นแบบ kettlebell flow คือต่อหลายท่าเป็นวงจรเดียวไม่พัก เพื่อรีดการเผาผลาญแบบ HIIT ให้สูงสุดในเวลาสั้น

อีกเทรนด์คือเคตเทิลเบลแบบปรับน้ำหนักได้ (adjustable) ที่รวมหลายน้ำหนักไว้ในลูกเดียว เหมาะกับคนพื้นที่จำกัดที่ไม่อยากมีหลายลูก และคอนเทนต์ kettlebell ลดพุง สั้น ๆ 15-20 นาทีตามแพลตฟอร์มวิดีโอก็ได้รับความนิยมสูง เพราะทำตามได้จริงในห้องเล็ก ๆ ข้อสรุปคือแนวทางลดพุงด้วยลูกตุ้มน้ำหนักยังใช้ได้ดีและปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองได้ลงตัว

FAQ 8 คำถามยอดฮิตเรื่อง Kettlebell ลดพุง

Kettlebell ลดพุงได้จริงไหม?

ได้จริงเมื่อเล่นสม่ำเสมอคู่กับคุมอาหาร ท่าอย่าง kettlebell swing เผาผลาญได้ราว 400-600 แคลอรี่ต่อชั่วโมง ทำให้ร่างกายขาดดุลแคลอรี่และไขมันหน้าท้องค่อย ๆ ลดลง ไม่มีการลดไขมันเฉพาะจุด

ผู้หญิงควรเริ่มเคตเทิลเบลกี่กิโล?

ผู้หญิงมือใหม่เริ่มที่ 4 kg สำหรับท่าลำตัวส่วนบน และ 8 kg สำหรับท่า swing กับ squat ถ้ามีพื้นฐานแล้วขยับเป็น 6 kg และ 12 kg ได้

ต้องเล่นกี่ครั้งต่อสัปดาห์ถึงเห็นผล?

เล่น 3 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 20-25 นาที เว้นวันพัก จะเริ่มเห็นรอบเอวลดชัดในสัปดาห์ที่ 4-6 เมื่อทำควบคู่กับควบคุมอาหาร

Kettlebell swing กับ American swing ต่างกันอย่างไร?

Regular swing เหวี่ยงลูกขึ้นระดับหน้าอก ส่วน American swing เหวี่ยงสูงเหนือหัว ใช้ไหล่และ core มากกว่า มือใหม่ควรเริ่มจาก regular swing ให้ฟอร์มแน่นก่อน

เล่นเคตเทิลเบลทำให้แขนใหญ่หรือตัวบึกไหม?

ไม่ ผู้หญิงมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำจึงยากที่จะกล้ามใหญ่ การ kettlebell ลดพุงจะทำให้สัดส่วนกระชับ เอวคอด และก้นเด้งขึ้นมากกว่า

เคตเทิลเบลลดน้ำหนักได้ทั้งตัวหรือแค่พุง?

ลดได้ทั้งตัว เพราะเป็นการออกกำลังกายแบบ full body เมื่อร่างกายขาดดุลแคลอรี่ ไขมันจะลดจากทั่วตัวรวมถึงหน้าท้อง สะโพก และต้นขา

ปวดหลังตอนทำ swing ควรทำอย่างไร?

มักเกิดจากหลังงอหรือใช้แขนยกแทนสะโพก ให้กลับไปฝึกท่า deadlift เพื่อเรียน hip hinge ก่อน เกร็งหน้าท้องตลอด และลดน้ำหนักลง ถ้ายังปวดควรหยุดและพบผู้เชี่ยวชาญ

ต้องซื้อกี่ลูกถึงจะพอ?

เริ่มด้วย 2 ลูกกำลังดี คือลูกเบา (4-6 kg) สำหรับท่า upper body และลูกหนัก (8-12 kg) สำหรับ swing กับ squat จะครอบคลุมทุกท่าในโปรแกรม 6 สัปดาห์

สรุป — Kettlebell ลดพุงคืออุปกรณ์คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนอยากหน้าท้องแบน

kettlebell ลดพุงได้ผลจริงเมื่อครบสามอย่าง คือเลือกน้ำหนักให้พอดี เล่นถูกท่าโดยเฉพาะ kettlebell swing และทำสม่ำเสมอ 3 วันต่อสัปดาห์คู่กับคุมอาหาร เป็นอุปกรณ์คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนอยากหน้าท้องแบน

Kettlebell คืออุปกรณ์ออกกำลังกายที่หลายคนหลงรัก เพราะเล่นได้หลากหลายท่า บริหารร่างกายได้ครบทุกส่วน สะดวก ไม่ยุ่งยาก แต่เบิร์นไขมันได้ดี การ kettlebell ลดพุง ให้ได้ผลจริงต้องครบสามอย่าง คือเลือกน้ำหนักให้พอดี เล่นถูกท่าโดยเฉพาะ kettlebell swing และทำสม่ำเสมอ 3 วันต่อสัปดาห์ควบคู่กับคุมอาหาร ลูกตุ้มน้ำหนักตัวเดียวจึงคู่ควรที่จะมีติดบ้านไว้ออกกำลังกายให้หุ่นเป๊ะ หน้าท้องแบนราบ และสุขภาพดี

พร้อมเริ่ม kettlebell ลดพุงที่บ้านแล้วใช่ไหม? เลือกเซ็ตเคตเทิลเบล 2 ลูกที่โปรแกรม 6 สัปดาห์ในบทความนี้ใช้จริง แล้วลงมือได้ทันที ส่งฟรีทั่วไทย เริ่มต้นเพียง ฿590

เลือกเซ็ต Kettlebell ลดพุง อ่านแผนลดน้ำหนัก 7 วัน

หากสนใจหรือมีข้อสงสัย

บทความที่เกี่ยวข้อง (อ่านต่อ)


Author: โค้ชปูแน่น — ACE-CPT | แชมป์ Thai Muscle & Physique | CEO Real Gym Safari World

แหล่งอ้างอิง

  • American Council on Exercise (ACE). Kettlebell Training Study — Caloric Expenditure.
  • Lake & Lauder (2012). Kettlebell Swing Training Improves Maximal and Explosive Strength. JSCR.


บทความนี้เขียนโดย...


โค้ชปูแน่น

โค้ชปูแน่น (ปู จักรินทร์ บุญลาภ)


เป็น CEO และที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทีมเทรนเนอร์ในฟิตเนสของตัวเองที่ Real Gym ซาฟารีเวิลด์ รวมถึงแบรนด์อาหารเสริม และที่ปรึกษาด้าน Training Quality ให้กับทีมเทรนเนอร์ของ Sport club และฟิตเนสชั้นนำ

โปรไฟล์โค้ชปูแน่น

บทความทั้งหมด



ติดต่อเรา ร้านขายเครื่องออกกำลังกาย Homefittools