ติดต่อเจ้าหน้าที่
สลับเส้นทาง
รถเข็นของฉัน 0

Calisthenics Exercise คืออะไร รวมท่าเล่นสุดเท่ที่ใช้กับอุปกรณ์บอดี้เวท

Calisthenics Exercise คืออะไร รวมท่าเล่นสุดเท่ที่ใช้กับอุปกรณ์บอดี้เวท

 

สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่านต่อ

  • Calisthenics คืออะไร: การออกกำลังกายที่ใช้น้ำหนักตัวเป็นแรงต้าน เช่น Push-up, Pull-up, Dip, Squat และ Plank
  • เหมาะกับใคร: มือใหม่ที่อยากเริ่มออกกำลังกายโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์เยอะ คนที่อยากได้ร่างกายแข็งแรงและควบคุมตัวเองได้ดี
  • อุปกรณ์ขั้นต่ำ: บาร์ดึงข้อ 1 ชิ้น กับพื้นที่ว่างพอวางเสื่อ ส่วนราวคู่ ห่วงยิมนาสติก และยางยืดค่อยเพิ่มทีหลังได้
  • เริ่มต้นยังไง: ฝึก Plank, Push-up และ Australian Pull-up ก่อน แล้วค่อยขยับไปท่า Dip และ Pull-up (ดูแผน 30 วันด้านล่าง)

Calisthenics เป็นอีกหนึ่งชื่อสุดแปลกที่ใช้เรียกประเภทการเวิร์คเอ้าท์แบบหนึ่ง ซึ่งคนจำนวนมากต่างไม่ค่อยรู้จัก ทว่าชื่อเรียกและรูปแบบการออกกำลังกายของมันได้ถือกำเนิดขึ้นมายาวนานกว่า 2,000 ปีทีเดียว ซึ่งหากค้นถึงรากศัพท์กรีกจะพบว่าคำดังกล่าวล้วนเกิดจากการนำคำว่า “สวยงาม” และ “แข็งแรง” มารวมกัน แน่นอนว่าเมื่อมันเกิดขึ้นมานาน ท่าพื้นฐานพอจะให้ทุกคนทำเองได้จนเป็นที่นิยมในทุกวันนี้ แต่บางคนก็ยังนึกภาพไม่ออกว่า Calisthenics Exercise นั้นคืออะไร ใช่สิ่งเดียวกับที่เราเรียกติดปากว่า Body Weight หรือเปล่า

Homefittools จึงกลับมาไขข้อข้องใจเช่นเคย พร้อมเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียและท่าสำหรับใช้กับอุปกรณ์บอดี้เวทกันแบบจุใจจากที่ไหนก็ได้กัน และถ้าคุณอยากลองฝึก Calisthenics แบบจริงจัง หรืออยากให้โค้ชช่วยแนะนำฟอร์ม ฝึกกับบาร์ดึงข้อ ราวคู่ หรือใช้น้ำหนักตัวอย่างถูกวิธี ลองมาทดลองเล่นฟรี 3 วันที่ Real Gym ได้เลยครับ มีทั้งอุปกรณ์บอดี้เวทครบ และทีมโค้ชที่เข้าใจการฝึกแนวนี้เป็นอย่างดี กดลงทะเบียนและดูสาขาใกล้บ้านคุณได้ที่นี่

Calisthenics exercise คืออะไร

สนใจอุปกรณ์บอดี้เวท? ดูอุปกรณ์บอดี้เวททั้งหมด

Calisthenics คือการออกกำลังกายที่ใช้น้ำหนักตัวเองและแรงโน้มถ่วงเป็นแรงต้าน เน้นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ไม่ใช่ทุกท่าของ Bodyweight จะนับเป็น Calisthenics เช่น โยคะและพิลาทิส

Calisthenics คืออะไร

เครดิตภาพ: www.freepik.com

Calisthenics exercise คือการออกกำลังกายชนิดหนึ่งที่ใช้น้ำหนักตัวเองร่วมกับแรงโน้มถ่วงโลกเป็นแรงต้าน โดยเน้นบริหารกล้ามเนื้อมัดใหญ่เป็นหลัก ไม่ว่าคุณจะก้มกระโดดดึงผลักหรืองอตัวก็ล้วนเข้าข่ายคาลิสเทนิคทั้งสิ้น แน่นอนว่ากีฬายิมนาสติกก็จัดเป็นหนึ่งในนั้น อย่างไรก็ตาม คุณจะใช้มือเปล่าหรืออุปกรณ์บอดี้เวท ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้ยืดหยุ่นและแข็งแกร่งได้ตรงจุดยิ่งขึ้นก็ย่อมทำได้ อย่างไรก็ตาม หลายคนมักเข้าใจว่าการเคลื่อนไหวแบบคาลิสเทนิคคืออีกชื่อหนึ่งของ Bodyweight Exercise ซึ่งจะเข้าใจเช่นนั้นก็ไม่ผิดนัก ทว่าคุณต้องไม่ลืมว่าไม่ใช่ท่าทั้งหมดของ Bodyweight จะจัดเป็น Calisthenics เสมอไป เช่น โยคะ พิลาทิส เป็นต้น

ข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับการ Weightlifting

  • บริหารท่าได้สะดวกทุกที่ซึ่งมีความกว้างมากพอ
  • ปรับเปลี่ยนท่วงท่าได้ง่ายตามสภาพร่างกายและความครีเอทของเรา
  • ใช้กล้ามเนื้อหลายมัดในคราวเดียว มีผลทำให้เผาผลาญแคลอรีได้มากในเวลาอันสั้น หากใครที่รูปร่างผอม จะช่วยขับเน้นให้มัดกล้ามเห็นเด่นชัดขึ้น

ประโยชน์ของ Calisthenics ที่ได้จริง

ประโยชน์หลักคือความแข็งแรงที่ใช้ได้จริง Core แข็งแรง ควบคุมร่างกายและทรงตัวดีขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่าย และปรับระดับความยากได้ตามสภาพร่างกาย

  • ความแข็งแรงที่ใช้ได้ในชีวิตจริง: ท่าส่วนใหญ่เป็นการดึง ผลัก และทรงตัวด้วยน้ำหนักตัว จึงฝึกกล้ามเนื้อหลายมัดให้ทำงานร่วมกัน
  • กล้ามเนื้อแกนกลาง (Core) แข็งแรงขึ้น: เกือบทุกท่าต้องเกร็งลำตัวให้นิ่ง ทำให้ Core ถูกใช้งานตลอดแม้ไม่ได้ทำท่าหน้าท้องโดยตรง
  • ควบคุมร่างกายและทรงตัวได้ดีขึ้น: ท่าอย่าง L-Sit, Handstand และ Human Flag ฝึกการประสานงานของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่การยกเวทบนเครื่องเน้นน้อยกว่า
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา: ฝึกที่บ้านหรือสวนสาธารณะได้ ไม่ต้องเดินทางไปฟิตเนสทุกครั้ง
  • ปรับระดับความยากได้: ถ้าท่าหนักไปให้ลดความยาก เช่น Push-up เข่าแตะพื้น ถ้าเบาไปให้เพิ่มความยาก เช่น Archer Push-up หรือเปลี่ยนเป็นทำข้างเดียว

Calisthenics vs Weight Training เลือกแบบไหนดี

Calisthenics เด่นเรื่องส่วนบน Core และการทรงตัว ส่วน Weight Training เพิ่มโหลดได้ละเอียดกว่า โดยเฉพาะส่วนขา คนส่วนใหญ่ได้ผลดีเมื่อผสมกัน

คำถามที่คนค้นหาบ่อยคือสองแบบนี้ต่างกันอย่างไร และควรเริ่มจากอะไร ตารางด้านล่างเทียบประเด็นที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ประเด็น Calisthenics Weight Training (ยกเวท)
แรงต้าน น้ำหนักตัวเอง บาร์เบล ดัมเบล หรือเครื่องออกกำลังกาย
การเพิ่มความหนัก เปลี่ยนท่าให้ยากขึ้น เพิ่มจำนวนครั้ง หรือเพิ่มน้ำหนักถ่วง เพิ่มน้ำหนักทีละน้อยได้ละเอียด เช่น ครั้งละ 1-2.5 กก.
กล้ามเนื้อส่วนบน (อก หลัง ไหล่ แขน) ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะ Pull-up และ Dip ทำได้ดีมาก ปรับโหลดได้ง่ายกว่า
กล้ามเนื้อขาและสะโพก เพิ่มโหลดยากกว่า ต้องใช้ท่าขาเดียว เช่น Bulgarian Split Squat และ Pistol Squat เพิ่มโหลดง่ายด้วย Squat, Leg Press และ Deadlift
ทักษะการทรงตัวและควบคุมร่างกาย เด่นมาก (Handstand, L-Sit, Front Lever) เน้นน้อยกว่า
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ต่ำ ใช้บาร์ดึงข้อกับเสื่อก็เริ่มได้ สูงกว่า ถ้าซื้อชุดเวทหรือสมัครฟิตเนส
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง ข้อมือ ข้อศอก และไหล่ ถ้าก้าวหน้าเร็วเกินไป หลังและเข่า ถ้าฟอร์มผิดหรือยกหนักเกินไป

สรุปคือไม่มีแบบไหนดีกว่าอีกแบบเสมอไป คนส่วนใหญ่ได้ผลดีที่สุดเมื่อผสมกัน เช่น ใช้ Calisthenics ฝึกส่วนบนกับ Core แล้วเสริมขาด้วยเวท หรือถ้าอยากรู้ว่า Bodyweight แตกต่างจากแบบอื่นอย่างไร ดูเพิ่มที่อุปกรณ์บอดี้เวท และท่าฝึกแบบ CrossFit

ข้อจำกัดของ Calisthenics ที่ควรรู้ก่อนเริ่ม

  • ท่ายากใช้เวลานาน: ท่าอย่าง Muscle-up, Planche และ Human Flag ต้องสะสมความแข็งแรงต่อเนื่องหลายเดือนถึงหลายปี ไม่ใช่ท่าที่ฝึกไม่กี่สัปดาห์แล้วทำได้
  • ขาและก้นต้องออกแบบโปรแกรมเพิ่ม: Squat ธรรมดาเบาเกินไปสำหรับคนที่ฝึกมาสักพัก ต้องขยับไปท่าขาเดียวหรือเสริมอุปกรณ์
  • ข้อต่อรับแรงสะสม: ท่าที่ลงน้ำหนักที่มือและข้อมือบ่อย ๆ ถ้าเพิ่มปริมาณเร็วเกินไปอาจทำให้ปวดข้อมือ ข้อศอก หรือไหล่
  • ไม่ได้เหมาะกับทุกสภาพร่างกาย: คนที่มีโรคประจำตัว ปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการบาดเจ็บเดิม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน

ท่าออกกำลังกายแนะนำ

5 ท่าแนะนำ ได้แก่ Dip, Pull-ups x Chin-ups, Human Flag, Crunches และ L-Sit ทำได้กับบาร์โหน ห่วงยิมนาสติก ม้านั่งออกกำลังกาย และโฮมยิม

1. Dip

Calisthenics exercise

เครดิตภาพ: www.freepik.com

ประเดิมด้วย Dip ซึ่งจัดเป็นท่า Compound Exercise ที่เพิ่มกล้ามเนื้อแขน ไหล่และลำตัวเป็นท่าแรก เริ่มต้นทำง่าย ๆ เพียงคุณยืนตรงกึ่งกลางระหว่าง Dip Bar ทั้งสองข้าง จับราวทั้งซ้ายขวาพร้อมใช้แรงแขนและไหล่ยกตัวขึ้นจากพื้นในท่างอเข่า ขณะเดียวกันให้งอศอกไปด้านหลังให้กล้ามเนื้อส่วน Triceps (แขนส่วนหลัง) จนได้รูปแขนเป็นมุมฉาก 90 องศา เอนตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย จากนั้นใช้แขนยกทั้งลำตัวขึ้นลงสุด

Tip: กรณีที่ไม่มีบาร์โหน คุณสามารถใช้ลูกบอล Bosu Ball หรือม้านั่งออกกำลังกาย โดยวางเท้าไว้บนพื้นงอเข้าพร้อมกับใช้แขนทั้งสองทาบบนวัตถุที่ใช้ค้ำยันร่างกาย และทำท่าบริหารในลักษณะเดียวกันกับแบบที่ใช้กับดิฟบาร์

2. Pull-ups x Chin-ups

Calisthenics exercise

เครดิตภาพ: www.freepik.com

Pull-ups x Chin-ups เป็นท่าต่อมาที่สายฟิตเนสนิยมใช้เล่นเพื่อให้ได้แผ่นหลังเว้าทรง V-Shape นั่นเอง ซึ่งจะทำที่ไหนก็ได้ตามสะดวก อย่างไรก็ตาม หากบ้านหรือที่พักของใครไม่มีคานไว้จับเป็นกิจจะลักษณะ แนะนำให้ลองหาซื้อบาร์โหน ห่วงยิมนาสติก (Gymnastics Rings) หรือโฮมยิม ไว้ใช้งานแบบครบสูตรดู เมื่ออุปกรณ์ครบแล้วให้เริ่มไปทีละท่ากัน

  • Pull-ups: ยืนหันหน้าเข้าหาบาร์ออกกำลังกายและจับส่วนบนของบาร์โดยให้แขนแยกห่างกว้างจากไหล่เล็กน้อย จากนั้นให้ใช้แรงจากกล้ามเนื้อหลัง (Lats) และหัวไหล่ดึงตัวขึ้นจนศีรษะอยู่เหนือบาร์
  • Chin-ups: ยืนหันหน้าเข้าหาบาร์เช่นเดียวกับท่า pull-ups ทว่าต่างกันที่เน้นจับส่วนล่างของบาร์โดยหันท้องแขนเข้าหาลำตัว บีบระยะห่างของแขนแคบกว่าช่วงไหล่เล็กน้อย จากนั้นใช้กล้ามเนื้อส่วน biceps (แขนส่วนด้านหน้า) ดึงตัวขึ้นให้ศีรษะอยู่เหนือบาร์

3. Human Flag

Calisthenics exercise

เครดิตภาพ: www.freepik.com

ท่าธงมนุษย์หรืออีกชื่อที่คนจากทั่วทั้งโลกในวงการต่างเรียกว่า Human Flag จัดเป็นท่าปราบเซียนที่หากใครจะทำได้จะต้องมีกล้ามเนื้อข้างลำตัวที่แข็งแรงพอจะยืดเหยียดตึงกลางอากาศ ท่านี้จึงไม่เหมาะกับ Beginner และคนน้ำหนักตัวเยอะเท่าไหร่นัก แต่หากลองทำก็สามารถแยกย่อยค่อยทำทีละส่วนในพื้นที่มีแผ่นยางกันกระแทก และคนคอยเซฟจะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

4. Crunches

Calisthenics exercise

เครดิตภาพ: www.freepik.com

หากพูดถึงอีกหนึ่งท่าเบสิคที่ใช้ประกอบกับอุปกรณ์ได้หลากหลาย Crunches มักเป็นท่าที่ติด Top 5 เสมอ ซึ่งหากบริหารเป็นประจำจะได้ pack หน้าท้องส่วนบนและช่วงอก ทั้งพื้นและม้านั่งออกกำลังกาย ต่างใช้ท่วงท่าเดียวกัน เพียงเริ่มต้นนอนหงายโดยให้เท้าราบกับพื้น งอเข่าทำมุม 90 องศา (กรณีเบาะให้ล็อคปลายเท้าเข้ากับส่วนหัวเบาะ) ไขว้มือไว้เหนือหน้าอก เกร็งกล้ามเนื้อแกนกลางก่อนยกลำตัวช่วงบนเข้าหาหัวเข่า แล้วกลับสู่ท่านอนท่าเดิม ทั้งนี้ผู้เล่นต้องระวังห้ามใช้หลังหรือท้ายทอยช่วยดันตัวขึ้น

5. L-Sit

Calisthenics exercise

เครดิตภาพ: www.freepik.com

ปิดท้ายด้วย L-Sit ท่วงท่าพื้นฐานสำหรับนักเพาะกายที่ใช้กล้ามเนื้อส่วนบนหลายมัด เช่น ไหล่ แกนกลางส่วนบนล่าง ขา เป็นต้น ซึ่งหากใครจะทำควรฝึกร่างกายให้แข็งแรงและคล่องตัวพอดู จะใช้กับห่วงยิมนาสติก บาร์โหนหรือโฮมยิมก็สะดวก อย่างไรก็ตาม ระหว่างทำท่าควรยืดแขนออกให้สุดเพื่อให้คุณทรงตัวกลางอากาศได้

Tip: นอกเหนือจากนี้ผู้เล่นยังสามารถเรียนรู้ท่าเบสิคอื่น ๆ จากท่า CrossFit อื่นอีกสำหรับเพิ่มความหลากหลายและท้าทายยิ่งขึ้น ร่วมกับข้อควรระวังเพื่อลดความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ

ท่า Calisthenics แยกตามระดับ จากมือใหม่ถึงขั้นสูง

ไล่ระดับตามกลุ่มกล้ามเนื้อ เมื่อทำท่าระดับหนึ่งได้สะอาดตามจำนวนครั้งที่ตั้งไว้ ค่อยขยับขึ้นระดับถัดไป ไม่ข้ามขั้น

หลายคนอยากข้ามไปทำท่ายากเลยแล้วบาดเจ็บ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือไล่ระดับตามกลุ่มกล้ามเนื้อ เมื่อทำท่าระดับหนึ่งได้สะอาดตามจำนวนครั้งที่ตั้งไว้ แล้วค่อยขยับขึ้น

กลุ่มท่า ระดับเริ่มต้น ระดับกลาง ระดับสูง
ผลัก (อก ไหล่ ไตรเซ็ป) Push-up เข่าแตะพื้น, Push-up Diamond Push-up, Pike Push-up, Dip Archer Push-up, Handstand Push-up
ดึง (หลัง ไบเซ็ป) Australian Pull-up, Dead Hang Negative Pull-up, Pull-up, Chin-up L-Sit Pull-up, Muscle-up
แกนกลาง (Core) Plank, Hollow Hold Hanging Knee Raise, L-Sit Toes to Bar, Dragon Flag, Human Flag
ขาและสะโพก Squat, Lunge Bulgarian Split Squat, Jump Squat Pistol Squat
ทักษะทรงตัว Wall Handstand (ยืนพิงกำแพง) Handstand ฝึกเตะขึ้นเข้าหากำแพง Freestanding Handstand, Front Lever, Planche

ถ้าอยากฝึกท่า Dip หรือ L-Sit อย่างปลอดภัย เลือกอุปกรณ์ที่มั่นคง เช่น Dip Bar, ห่วงยิมนาสติก และแผ่นยางกันกระแทก เพื่อลดแรงกระแทกตอนลงพื้น

ทดลองเล่นฟิตเนสฟรี 3 วัน ที่ Real Gym

มี 5 สาขาใกล้บ้านคุณ ครบทุกเครื่อง – คลาส – เทรนเนอร์ เล่นฟรีทุกคลาส


อุปกรณ์ออกกำลังกายที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้



วิธีเริ่มต้นเล่นคาลิสเทนิคสำหรับมือใหม่

เริ่มจากสร้างความแข็งแรงของ Core ด้วย Plank และ Hollow Hold วันละ 3 เซต เซตละ 30 วินาที ต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ แล้วค่อยเพิ่ม Push-ups และ Australian Pull-ups

จากประสบการณ์ที่ผมเป็นเทรนเนอร์มากว่า 20 ปี เห็นนักเล่นมือใหม่หลายคนพลาดโอกาสดีๆ ในการพัฒนาร่างกายเพราะเริ่มต้นผิดวิธี วันนี้ผมจะแชร์วิธีเริ่มต้นที่ถูกต้องสำหรับคนที่อยากลองเล่นคาลิสเทนิค

  เคล็ดลับคือ ต้องเริ่มจากการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลาง (Core) ก่อน ผมแนะนำให้เริ่มจากท่าพื้นฐานอย่าง Plank และ Hollow Hold โดยทำวันละ 3 เซต เซตละ 30 วินาที ทำต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้น ค่อยเพิ่มเป็น Push-ups และ Australian Pull-ups

พบว่าการฝึกความอดทนของกล้ามเนื้อด้วยท่า Wall Handstand เป็นเวลา 1 นาทีต่อวัน ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนไหล่และกล้ามเนื้อแขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ที่สำคัญคือ อย่าลืมยืดกล้ามเนื้อก่อนและหลังการฝึกทุกครั้ง

อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเล่นคาลิสเทนิคที่บ้าน

อุปกรณ์ที่แนะนำคือ Pull-up Bar ที่รับน้ำหนักได้อย่างน้อย 150 กิโลกรัม Parallettes Bars Resistance Bands Gymnastics Rings และเสื่อหรือแผ่นรองกันกระแทก

ถึงคาลิสเทนิคจะเน้นใช้น้ำหนักตัว แต่การมีอุปกรณ์พื้นฐานบางอย่างจะช่วยให้การฝึกมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากการทำงานกับนักกีฬามืออาชีพ ผมพบว่าอุปกรณ์ต่อไปนี้จำเป็นมากสำหรับการฝึกที่บ้าน

  • Pull-up Bar เลือกแบบติดผนังหรือแบบแขวนประตูก็ได้ แต่ต้องรับน้ำหนักได้อย่างน้อย 150 กิโลกรัม
  • Parallettes Bars ช่วยในการฝึก L-sit และ Handstand Push-ups
  • Resistance Bands สำหรับช่วยพยุงน้ำหนักในท่ายากๆ
  • Gymnastics Rings อุปกรณ์ที่เพิ่มความท้าทายและความหลากหลายในการฝึก
  • เสื่อโยคะหรือแผ่นรองกันกระแทก ป้องกันการบาดเจ็บขณะฝึกท่าที่ต้องลงพื้น

แผนการฝึกคาลิสเทนิค 30 วันสำหรับผู้เริ่มต้น

แผนแบ่งเป็นสัปดาห์ที่ 1-2 (3 ท่า) และสัปดาห์ที่ 3-4 (4 ท่า) ฝึกวันจันทร์ถึงเสาร์ และพักวันอาทิตย์

จากการทดลองกับนักกีฬาหลายร้อยคน ผมได้พัฒนาแผนการฝึก 30 วันที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น แบ่งเป็น 3 ช่วง

ตารางการเล่นคาลิสเทนิคสำหรับมือใหม่ สัปดาห์ที่ 1-2

วัน ท่าที่ 1 ท่าที่ 2 ท่าที่ 3
จันทร์ Push-ups
3 x 10 ครั้ง
Squats
3 x 15 ครั้ง
Plank
3 x 30 วินาที
อังคาร Australian Pull-ups
3 x 8 ครั้ง
Lunges
3 x 10 ครั้ง
Hollow Hold
3 x 20 วินาที
พุธ Dips
3 x 5 ครั้ง
Mountain Climbers
3 x 20 ครั้ง
Wall Handstand
3 x 30 วินาที
พฤหัสบดี Push-ups
3 x 10 ครั้ง
Squats
3 x 15 ครั้ง
Plank
3 x 30 วินาที
ศุกร์ Australian Pull-ups
3 x 8 ครั้ง
Lunges
3 x 10 ครั้ง
Hollow Hold
3 x 20 วินาที
เสาร์ Dips
3 x 5 ครั้ง
Mountain Climbers
3 x 20 ครั้ง
Wall Handstand
3 x 30 วินาที
อาทิตย์ พักผ่อน พักผ่อน พักผ่อน

ตารางการเล่นคาลิสเทนิคสำหรับมือใหม่ สัปดาห์ที่ 3-4

วัน ท่าที่ 1 ท่าที่ 2 ท่าที่ 3 ท่าที่ 4
จันทร์ Push-ups
4 x 10 ครั้ง
Squats
4 x 15 ครั้ง
Plank
4 x 45 วินาที
Pike Push-ups
3 x 8 ครั้ง
อังคาร Australian Pull-ups
4 x 8 ครั้ง
Lunges
4 x 10 ครั้ง
Hollow Hold
4 x 45 วินาที
Negative Pull-ups
3 x 5 ครั้ง
พุธ Dips
4 x 5 ครั้ง
Mountain Climbers
4 x 20 ครั้ง
Wall Handstand
4 x 45 วินาที
Pike Push-ups
3 x 8 ครั้ง
พฤหัสบดี Push-ups
4 x 10 ครั้ง
Squats
4 x 15 ครั้ง
Plank
4 x 45 วินาที
Pike Push-ups
3 x 8 ครั้ง
ศุกร์ Australian Pull-ups
4 x 8 ครั้ง
Lunges
4 x 10 ครั้ง
Hollow Hold
4 x 45 วินาที
Negative Pull-ups
3 x 5 ครั้ง
เสาร์ Dips
4 x 5 ครั้ง
Mountain Climbers
4 x 20 ครั้ง
Wall Handstand
4 x 45 วินาที
Pike Push-ups
3 x 8 ครั้ง
อาทิตย์ พักผ่อน พักผ่อน พักผ่อน  

เทคนิคการเล่นคาลิสเทนิคให้ปลอดภัย

วอร์มอัพอย่างน้อย 10 นาที เริ่มจากท่าง่ายก่อน หายใจสม่ำเสมอ พักระหว่างเซตอย่างน้อย 90 วินาที และหยุดทันทีถ้าเจ็บผิดปกติ

ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ ผมเคยเห็นนักกีฬาหลายคนบาดเจ็บเพราะขาดความระมัดระวัง นี่คือเทคนิคที่ผมใช้สอนนักกีฬาทุกคน

  • Warm-up อย่างน้อย 10 นาทีด้วยการวิ่งเหยาะๆ และ Dynamic Stretching
  • เริ่มจากท่าง่ายก่อนเสมอ อย่าข้ามขั้นตอน
  • หายใจให้สม่ำเสมอขณะฝึก ไม่กลั้นหายใจ
  • พักระหว่างเซต 90 วินาทีเป็นอย่างน้อย
  • หากรู้สึกเจ็บผิดปกติ ให้หยุดทันที

ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ Calisthenics มักทำ

ข้อผิดพลาดหลักคือข้ามพื้นฐาน ฟอร์มหลวม ฝึกดึงไม่สมดุลกับผลัก ลืมฝึกขา ไม่เพิ่มความยากต่อเนื่อง และไม่ให้เวลาพักฟื้น

  • ข้ามพื้นฐาน: รีบฝึก Muscle-up หรือ Handstand ทั้งที่ยังทำ Pull-up และ Push-up ตามเกณฑ์ไม่ได้ ทำให้ข้อต่อรับแรงเกินและฟอร์มเสีย
  • ทำจำนวนครั้งเยอะแต่ฟอร์มหลวม: Push-up ที่สะโพกตกหรือ Pull-up ที่แกว่งตัวไม่ช่วยให้กล้ามเนื้อพัฒนา ควรทำช้าและคุมฟอร์มก่อนเพิ่มจำนวน
  • ไม่ฝึกดึงให้สมดุลกับฝึกผลัก: ถ้าทำแต่ Push-up และ Dip โดยไม่ฝึกท่าดึง ไหล่อาจเสียสมดุลและปวดได้ ควรให้มีท่าดึงอย่างน้อยเท่ากับท่าผลัก
  • ลืมฝึกขาและสะโพก: ส่วนบนแข็งแรงแต่ขาเล็กทำให้ร่างกายไม่สมดุล ควรมีวันขาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 วัน
  • ไม่เพิ่มความยากอย่างต่อเนื่อง: ถ้าทำท่าเดิม จำนวนเท่าเดิมทุกสัปดาห์ ร่างกายจะหยุดพัฒนา ให้เพิ่มเซต เพิ่มจำนวนครั้ง หรือเปลี่ยนไปท่าที่ยากขึ้นทีละน้อย
  • ไม่ให้เวลาพักฟื้น: ข้อมือ ข้อศอก และไหล่ต้องใช้เวลาปรับตัว ถ้าปวดต่อเนื่องหลายวันให้ลดปริมาณและพักก่อน

Calisthenics กับเป้าหมายต่าง ๆ ที่คนอยากได้

เลือกท่าและวิธีฝึกตามเป้าหมาย ทั้งลดไขมัน เพิ่มกล้ามเนื้อ ฝึกที่บ้านในพื้นที่น้อย หรือเริ่มแบบลดโหลดถ้าเคยบาดเจ็บ

ถ้าอยากลดไขมัน

เลือกท่าที่ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน เช่น Squat, Lunge, Push-up และ Mountain Climbers ทำเป็นวงจร พักสั้น ๆ ระหว่างท่า และควบคุมอาหารควบคู่กัน เพราะการออกกำลังกายอย่างเดียวไม่พอถ้าพลังงานที่กินยังเกินที่ใช้

ถ้าอยากเพิ่มกล้ามเนื้อ

เมื่อท่าเดิมง่ายเกินไป ให้เปลี่ยนไปท่าที่ยากขึ้น ทำช้าลง (เช่น ลงช้า 3 วินาที) หรือเพิ่มน้ำหนักถ่วงด้วยเป้หรือเข็มขัดถ่วง ทำให้เหนื่อยใกล้ถึงจุดล้าในแต่ละเซต และกินโปรตีนให้พอ ส่วนขาควรใช้ท่าขาเดียวเพื่อให้โหลดเพียงพอ

ถ้าอยากฝึกที่บ้านโดยใช้พื้นที่น้อย

เริ่มจากเสื่อ บาร์ดึงข้อ และยางยืดก็พอ ฝึกท่าพื้นฐานได้ครบทั้งดึง ผลัก ขา และ Core ถ้าอยากต่อยอดค่อยเพิ่มห่วงยิมนาสติกหรือราวคู่ ดูชุดอุปกรณ์ทั้งหมดได้ที่หมวดอุปกรณ์บอดี้เวท

ถ้ากังวลเรื่องสุขภาพหรือเคยบาดเจ็บ

เริ่มจากท่าที่ลดโหลดก่อน เช่น Push-up เอียงตัวกับพื้นที่สูง และ Australian Pull-up ถ้าเจ็บแปลบหรือปวดต่อเนื่องให้หยุดแล้วปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด ไม่ควรฝืนทำต่อ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องคาลิสเทนิค

คาลิสเทนิคเหมาะกับผู้หญิงหรือไม่?

เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อแบบสมส่วน ไม่บึกบึนเกินไป

ควรเล่นคาลิสเทนิควันละกี่ชั่วโมง?

สำหรับมือใหม่ แนะนำ 45-60 นาทีต่อวัน 3-4 วันต่อสัปดาห์

อายุเท่าไหร่ถึงจะเริ่มเล่นคาลิสเทนิคได้?

เริ่มได้ตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป แต่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญดูแล

คนน้ำหนักเยอะสามารถเล่นคาลิสเทนิคได้ไหม?

ได้ แต่ควรเริ่มจากท่าพื้นฐานและใช้ Resistance Bands ช่วย

ต้องกินอาหารเสริมไหมถ้าเล่นคาลิสเทนิค?

ไม่จำเป็น แต่ควรทานอาหารที่มีโปรตีนเพียงพอ 1.6-2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

ทำคาลิสเทนิคแล้วจะลดไขมันได้ไหม?

ได้ เพราะเป็นการออกกำลังแบบ Full Body ที่เผาผลาญแคลอรีสูง

ควรเล่นคาลิสเทนิคตอนไหนดีที่สุด?

เช้าหรือเย็นก็ได้ แต่ควรห่างจากมื้ออาหาร 2-3 ชั่วโมง

มีอาการปวดหลังควรเล่นคาลิสเทนิคไหม?

ควรปรึกษาแพทย์ก่อน และเริ่มจากการบริหารกล้ามเนื้อ Core เบาๆ

ทำคาลิสเทนิคทุกวันได้ไหม?

ไม่แนะนำ ควรพัก 1-2 วันต่อสัปดาห์ให้กล้ามเนื้อฟื้นตัว

ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล?

โดยทั่วไป 4-6 สัปดาห์จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ขึ้นกับความสม่ำเสมอ อาหาร การนอน และพื้นฐานร่างกายของแต่ละคน

คาลิสเทนิคกับบอดี้เวทต่างกันอย่างไร?

บอดี้เวทหมายถึงการออกกำลังกายที่ใช้น้ำหนักตัวเป็นแรงต้านทั้งหมด ส่วนคาลิสเทนิคเน้นท่าที่พัฒนาความแข็งแรง การควบคุมร่างกาย และความต่อเนื่องของการเคลื่อนไหว เช่น Pull-up, Dip และ Handstand ท่าอย่างโยคะหรือพิลาทิสจัดเป็นบอดี้เวท แต่โดยทั่วไปไม่ถือเป็นคาลิสเทนิค

คาลิสเทนิคกับการยกเวทอันไหนสร้างกล้ามเนื้อได้ดีกว่า?

ทั้งสองแบบสร้างกล้ามเนื้อได้ถ้ามีแรงต้านเพียงพอและเพิ่มความยากต่อเนื่อง การยกเวทเพิ่มโหลดได้ละเอียดกว่าโดยเฉพาะส่วนขา ส่วนคาลิสเทนิคเด่นเรื่องความแข็งแรงของส่วนบน Core และการทรงตัว คนจำนวนมากเลือกใช้ผสมกัน

เล่นคาลิสเทนิคอย่างเดียวจะได้กล้ามใหญ่ไหม?

ได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะมือใหม่ที่ร่างกายตอบสนองเร็ว แต่ต้องเพิ่มความยากอย่างต่อเนื่อง เช่น เปลี่ยนไปท่าที่ยากขึ้น ทำช้าลง หรือใช้น้ำหนักถ่วง และกินโปรตีนให้เพียงพอ ส่วนขาควรใช้ท่าขาเดียวเพื่อให้โหลดพอ

ถ้าไม่มีบาร์ดึงข้อ เริ่มเล่นคาลิสเทนิคได้ไหม?

ได้ เริ่มจาก Push-up, Squat, Lunge, Plank และ Hollow Hold ได้เลยโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ เมื่อพร้อมฝึกท่าดึงค่อยหาบาร์ดึงข้อหรือห่วงยิมนาสติกมาเพิ่ม และไม่ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่มั่นคงแทนบาร์เพราะเสี่ยงล้ม

ทำ Pull-up ไม่ได้สักครั้ง ควรฝึกอย่างไร?

เริ่มจาก Dead Hang เพื่อสร้างแรงจับ แล้วฝึก Australian Pull-up และ Negative Pull-up (ค่อย ๆ ลดตัวลงช้า ๆ 3-5 วินาที) หรือใช้ยางยืดช่วยพยุง ฝึกสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ส่วนใหญ่จะเริ่มทำ Pull-up ครั้งแรกได้เมื่อแรงดึงสะสมพอ ซึ่งแต่ละคนใช้เวลาไม่เท่ากัน

ควรทำกี่เซต กี่ครั้งต่อท่า?

ถ้าเน้นความแข็งแรงให้เลือกท่าที่ยากพอจนทำได้ประมาณ 5-8 ครั้งต่อเซต ทำ 3-5 เซต ถ้าเน้นกล้ามเนื้อให้ทำท่าที่ทำได้ประมาณ 8-12 ครั้ง และหยุดเมื่อเหลือแรงอีก 1-2 ครั้ง ส่วนท่าค้าง เช่น Plank ให้ทำ 20-60 วินาทีตามระดับ

เล่นคาลิสเทนิคควบคู่กับการวิ่งหรือกีฬาอื่นได้ไหม?

ได้ แต่ควรจัดตารางไม่ให้ซ้อนกัน เช่น วันที่ฝึกขาหนักไม่ควรวิ่งระยะไกล และให้มีวันพักอย่างน้อย 1-2 วันต่อสัปดาห์ ถ้ารู้สึกล้าสะสมให้ลดปริมาณของอย่างใดอย่างหนึ่ง

ปวดข้อมือเวลาทำ Push-up ควรทำอย่างไร?

อุ่นข้อมือก่อนเล่น ลองเปลี่ยนไปกำมือหรือใช้ที่จับ Push-up (Push-up Handles) หรือ Parallettes เพื่อให้ข้อมือตรงขึ้น ลดจำนวนครั้งลงชั่วคราว ถ้าปวดแปลบหรือปวดต่อเนื่องหลายวันให้หยุดและปรึกษาแพทย์

ผู้สูงอายุเล่นคาลิสเทนิคได้ไหม?

ได้ถ้าเลือกท่าที่เหมาะสม เช่น ลุกนั่งจากเก้าอี้ Push-up กับกำแพง และ Plank แบบเข่าแตะพื้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว และเพิ่มความยากทีละน้อย

เล่นคาลิสเทนิคที่บ้านกับที่ฟิตเนสต่างกันอย่างไร?

ที่บ้านสะดวกและประหยัด แต่ต้องดูแลฟอร์มและความปลอดภัยด้วยตัวเอง ส่วนที่ฟิตเนสมีบาร์ ราวคู่ และเทรนเนอร์คอยแนะนำฟอร์มและปรับโปรแกรม เหมาะกับคนที่อยากเริ่มอย่างถูกวิธีหรือฝึกท่ายาก ใครอยากลองก่อนตัดสินใจ ทดลองเล่นฟรี 3 วันที่ Real Gym ได้ที่นี่

กว่าจะทำ Muscle-up ได้ต้องฝึกนานแค่ไหน?

ไม่มีตัวเลขตายตัว ส่วนใหญ่ต้องมี Pull-up และ Dip ที่แข็งแรงพอก่อน และฝึกต่อเนื่องหลายเดือนถึงมากกว่าหนึ่งปี ขึ้นกับพื้นฐานร่างกายและความสม่ำเสมอของแต่ละคน

ควรกินอะไรก่อนและหลังเล่นคาลิสเทนิค?

ก่อนเล่น 1-2 ชั่วโมงควรกินคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่ายและโปรตีนเล็กน้อย หลังเล่นควรกินโปรตีนร่วมกับคาร์โบไฮเดรตเพื่อช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวัน

สรุป

Calisthenics ทำได้ง่าย แต่ยังมีความเสี่ยงสำหรับคนที่มีปัญหาข้อต่อหรือโรคประจำตัว ถ้าไม่มั่นใจเรื่องสุขภาพ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่ม

แม้คาลิสเทนิค จะเป็นรูปแบบการออกกำลังกายพื้นฐานที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ทว่าก็มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อยเหมือนกันสำหรับบางคนที่มีปัญหาบริเวณช่วงข้อต่อและโรคประจำตัวอื่นที่ไม่สามารถใช้แรงได้เป็นเวลานาน เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น ดังนั้นสำหรับใครที่อยากเริ่มฝึกคาลิสเทนิคแต่ไม่มั่นใจเรื่องสุขภาพ หรือกังวลว่าท่าที่ฝึกจะกระทบข้อต่อ ลองมาทดลองเล่นฟรี 3 วันที่ Real Gym ได้เลยครับ เรามีโค้ชดูแลอย่างใกล้ชิด ปรับโปรแกรมให้เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละคน พร้อมอุปกรณ์เสริมที่ช่วยลดแรงกระแทกได้อย่างปลอดภัย กดลงทะเบียนและดูสาขาใกล้บ้านคุณได้ที่นี่ →

แหล่งอ้างอิง

https://umovesg.com/blogs/calisthenics-articles/is-calisthenics-the-same-as-bodyweight-exercises


บทความนี้เขียนโดย...


โค้ชปูแน่น

โค้ชปูแน่น (ปู จักรินทร์ บุญลาภ)


เป็น CEO และที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทีมเทรนเนอร์ในฟิตเนสของตัวเองที่ Real Gym ซาฟารีเวิลด์ รวมถึงแบรนด์อาหารเสริม และที่ปรึกษาด้าน Training Quality ให้กับทีมเทรนเนอร์ของ Sport club และฟิตเนสชั้นนำ

โปรไฟล์โค้ชปูแน่น

บทความทั้งหมด



ติดต่อเรา ร้านขายเครื่องออกกำลังกาย Homefittools


สินค้าที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้