สวัสดีครับ โค้ชปูแน่นเองครับ วันนี้ผมจะพามารู้จักท่าดันหน้าอกที่ผมชอบให้ลูกศิษย์มือใหม่และคนที่หัวไหล่ไม่ค่อยดีเริ่มก่อนใครเพื่อน นั่นคือ Dumbbell Floor Press หรือท่านอนดันดัมเบลบนพื้น เป็นการฝึกหน้าอกด้วยดัมเบลในท่านอนหงายกับพื้น โดยใช้พื้นเป็นตัวจำกัดช่วงการเคลื่อนไหว จุดที่ทำให้ผมชอบท่านี้เป็นพิเศษคือมันลดแรงกดและการยืดเกินที่ข้อไหล่ ทำให้ปลอดภัยกว่าการดันบนม้านั่ง แต่ยังเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าอกและต้นแขนด้านหลังได้เต็มที่ เหมาะทั้งมือใหม่ คนที่เจ็บไหล่ง่าย และคนที่ฝึกที่บ้านโดยไม่มีม้านั่งฝึก
บทความนี้ผมตั้งใจเขียนให้เป็นคู่มือ Dumbbell Floor Press ฉบับสมบูรณ์ ตั้งแต่กล้ามเนื้อที่ทำงาน กายวิภาคของหน้าอกแบบละเอียด วิธีทำทีละขั้นพร้อมจังหวะหายใจ การวอร์มอัพ การเลือกน้ำหนักและจำนวนเซต แผนฝึก 4 สัปดาห์ ตัวแปรของท่าหลากหลายแบบ วิธีจัดวันฝึกหน้าอก ไปจนถึงข้อผิดพลาดและคำถามที่พบบ่อย อ่านจบแล้วนำไปฝึกได้จริงทันทีครับ
สรุปก่อนเริ่มฝึก floor press dumbbell
ถ้ายังไม่มีดัมเบลคู่ใจ เลือกดูได้ที่หมวด อุปกรณ์ ดัมเบล แล้วค่อยกลับมาฝึกหน้าอกตามขั้นตอนด้านล่างได้เลยครับ
Dumbbell Floor Press คือการออกกำลังกายหน้าอกที่นอนหงายราบกับพื้น ถือดัมเบลไว้สองมือ แล้วดันน้ำหนักขึ้นจนแขนเหยียดตรงเหนือหน้าอก ก่อนลดลงจนต้นแขนด้านหลังแตะพื้นเบา ๆ แล้วดันขึ้นใหม่ ต่างจากการดันบนม้านั่ง (Bench Press) ตรงที่พื้นทำหน้าที่เป็นตัวจำกัดความลึก ทำให้ข้อศอกลงได้แค่ระดับพื้นเท่านั้น จุดนี้เองที่ช่วยลดการยืดของหัวไหล่ในช่วงล่างสุดของการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนรู้สึกเจ็บหรือเสี่ยงบาดเจ็บมากที่สุด
ในเชิงการเคลื่อนไหว ท่านี้เป็นการดันในแนวราบ (horizontal press) ที่เน้นกล้ามเนื้อหน้าอกเป็นหลัก ร่วมกับต้นแขนด้านหลังและหัวไหล่ด้านหน้า เพราะช่วงล่างถูกตัดออกไป น้ำหนักส่วนใหญ่จึงตกที่ช่วงกลางถึงช่วงบนของการดัน ซึ่งเป็นช่วงที่ Triceps และกล้ามเนื้อหน้าอกส่วนในทำงานหนัก ท่านี้จึงเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับคนที่อยากเพิ่มแรงในช่วงล็อกแขน (lockout) ของการดันน้ำหนักหนัก ๆ
ท่านี้เหมาะกับคนที่อยากเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าอกให้แข็งแรงและมีมิติ อยากฝึกหน้าอกที่บ้านโดยไม่ต้องมีม้านั่งราคาแพง รวมถึงมือใหม่และคนที่หัวไหล่รับแรงยืดเยอะไม่ค่อยไหว เพราะ floor press dumbbell เรียนรู้ฟอร์มได้ไม่ยาก ใช้พื้นที่น้อย และปรับน้ำหนักได้ตามระดับของแต่ละคน
ท่านี้ไม่ได้ดีแค่เรื่องสร้างกล้ามอก แต่ยังให้ประโยชน์อีกหลายด้านที่ทำให้ผมมักใส่ไว้ในโปรแกรมฝึกหน้าอกของลูกศิษย์เสมอ
Dumbbell Floor Press เป็นท่า compound ที่ใช้กล้ามเนื้อหลายมัดทำงานร่วมกัน แบ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักและกล้ามเนื้อเสริม
เพราะใช้ดัมเบลแยกสองข้าง ท่านี้จึงต้องการการควบคุมและการทรงตัวของแขนแต่ละข้างมากกว่าการดันด้วยบาร์เบล ทำให้ได้ทั้งกำลังและความมั่นคงไปพร้อมกัน
เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมท่านี้ถึงได้ผลกับหน้าอก ลองมาดูบทบาทของกล้ามเนื้อแต่ละมัดให้ลึกขึ้น จะช่วยให้รู้สึกถึงกล้ามเนื้อที่ควรทำงานและปรับฟอร์มได้ตรงจุด
จุดสำคัญคือเพราะพื้นตัดช่วงล่างของการเคลื่อนไหวออกไป กล้ามเนื้อหน้าอกจึงทำงานในช่วงที่ปลอดภัยกว่า ขณะที่ Triceps รับภาระเพิ่มในช่วงเหยียดแขน ท่านี้จึงเป็นการฝึกหน้าอกที่สมดุลระหว่างการสร้างกล้ามอกกับการถนอมข้อไหล่
การพัฒนากล้ามเนื้อหน้าอกอย่างต่อเนื่องมาจากหลัก progressive overload คือการค่อย ๆ เพิ่มความท้าทายให้ร่างกายเมื่อปรับตัวได้ ไม่ใช่เล่นน้ำหนักเดิมไปเรื่อย ๆ วิธีเพิ่มความหนักมีหลายทางที่ไม่ใช่แค่เพิ่มน้ำหนัก
แนะนำให้เปลี่ยนทีละตัวแปรในแต่ละรอบ และจดบันทึกน้ำหนัก จำนวนครั้ง และความรู้สึก เพื่อดูแนวโน้มว่าแข็งแรงขึ้นจริงหรือไม่ การฝึกแบบมีแผน เช่น สลับสัปดาห์หนักกับสัปดาห์เบา ช่วยให้พัฒนาต่อเนื่องและลดความเสี่ยงบาดเจ็บจากการฝึกหนักเกินไป
ข้อดีของ floor press dumbbell คือใช้อุปกรณ์น้อย แต่การเตรียมให้พร้อมช่วยให้ฝึกได้ปลอดภัยและต่อเนื่อง
เคล็ดลับการยกเวทเข้าท่า คือ นั่งลงกับพื้น วางดัมเบลไว้บนต้นขา แล้วเอนหลังลงพร้อมเตะเข่าเพื่อส่งน้ำหนักขึ้นสู่ตำแหน่งเริ่ม วิธีนี้ปลอดภัยกว่าการยกเวทหนักขึ้นจากพื้นในท่านอน โดยเฉพาะเมื่อใช้น้ำหนักมาก
จุดที่ควรรู้สึกคือกล้ามเนื้อหน้าอกและต้นแขนด้านหลังทำงานชัดในจังหวะดันขึ้น ถ้ารู้สึกที่หัวไหล่ล้วน ๆ หรือข้อศอกเจ็บ แสดงว่ามุมข้อศอกกางเกินไปหรือน้ำหนักมากเกิน ให้กลับไปเช็กก่อนเพิ่มน้ำหนัก
เช็กลิสต์ฟอร์ม Dumbbell Floor Press ที่ถูกต้อง (จำ 5 ข้อนี้)
เคล็ดลับจากพี่ปู - ให้คิดว่า "ดันดัมเบลออกจากหน้าอกเป็นเส้นตรง" และบีบกล้ามเนื้อหน้าอกเข้าหากันตอนขึ้นสุด จะรู้สึกอกทำงานชัดกว่าการดันสุ่มสี่สุ่มห้า และถ้าใช้ดัมเบลหนัก อย่าลืมใช้จังหวะเตะเข่าช่วยส่งน้ำหนักขึ้นเข้าท่า และวางลงทีละข้างเมื่อจบเซต จะปลอดภัยกับหัวไหล่ที่สุดครับ
จังหวะการเคลื่อนไหวสำคัญไม่แพ้ฟอร์ม หลายคนทำ Dumbbell Floor Press เร็วเกินไปจนเสียการควบคุมและกล้ามเนื้อหน้าอกทำงานไม่เต็มที่ วิธีที่ผมแนะนำคือ
การคุมจังหวะลงช้า ๆ ช่วยเพิ่มเวลาที่กล้ามเนื้ออยู่ใต้แรงต้าน (time under tension) ซึ่งดีต่อการสร้างกล้ามเนื้อหน้าอก และการพักสั้น ๆ ตอนต้นแขนแตะพื้นยังช่วยตัดแรงเหวี่ยง ทำให้ต้องออกแรงจากกล้ามเนื้อจริง ๆ ในการดันขึ้น
ก่อนออกกำลังกายหน้าอกด้วยดัมเบลจริง ควรวอร์มให้หัวไหล่ ข้อศอก และหน้าอกพร้อม จะช่วยให้ฟอร์มดีขึ้นและลดโอกาสบาดเจ็บ ใช้เวลาเพียง 5–8 นาที
หลายคนสงสัยว่าควรเล่น Floor Press หรือ Bench Press ดี ตารางนี้ช่วยเทียบให้เห็นชัดเพื่อเลือกให้ตรงเป้าหมายและสภาพหัวไหล่
| ท่า | เด่นเรื่อง | แรง/การยืดที่ไหล่ | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Dumbbell Floor Press | ต้นแขนด้านหลังและช่วงล็อกแขน ถนอมไหล่ | น้อย (พื้นจำกัดช่วงล่าง) | มือใหม่ คนเจ็บไหล่ ฝึกที่บ้าน |
| Dumbbell Bench Press | ช่วงยืดของหน้าอกเต็มระยะ | มากกว่า | คนไหล่แข็งแรง อยากยืดอกเต็มที่ |
| Barbell Bench Press | ยกน้ำหนักรวมได้มากที่สุด | มาก | คนมีพื้นฐาน มีแร็ก/คนช่วย |
| Push-up (วิดพื้น) | ใช้น้ำหนักตัว ฝึกที่ไหนก็ได้ | ปานกลาง | มือใหม่ วอร์มอัพ |
| Dumbbell Floor Fly | เน้นการยืด–บีบของหน้าอก | ปานกลาง | คนอยากเก็บรายละเอียดอก |
สำหรับคนที่หัวไหล่ไม่ค่อยดีหรือเพิ่งเริ่มฝึกหน้าอก ผมมักให้เริ่มจาก floor press dumbbell ก่อน เพราะปลอดภัยต่อไหล่กว่าและเรียนรู้ฟอร์มง่ายกว่า แล้วค่อยเพิ่ม Bench Press เข้าไปเมื่อไหล่แข็งแรงและฟอร์มนิ่งพอ ทั้งสองท่าเสริมกันได้ดีในโปรแกรมเดียว
เลือกจำนวนเซตและครั้งให้ตรงเป้าหมาย เพราะท่าเดียวกันแต่คุมจำนวนต่างกัน ผลลัพธ์ก็ต่างกัน ค่าด้านล่างเป็นแนวทางเริ่มต้น ปรับได้ตามระดับของตัวเอง
| เป้าหมาย | เซต | ครั้ง | น้ำหนัก |
|---|---|---|---|
| มือใหม่เรียนฟอร์ม | 2–3 | 10–12 | เบา |
| สร้างกล้ามเนื้อหน้าอก | 3–4 | 8–12 | ปานกลางถึงหนัก |
| กระชับและเพิ่มความอึด | 2–3 | 12–20 | เบาถึงปานกลาง |
| เพิ่มความแข็งแรง | 4–5 | 5–8 | หนัก (คุมฟอร์มได้) |
พักระหว่างเซตประมาณ 60–90 วินาที และเพิ่มน้ำหนักเมื่อทำครบจำนวนครั้งด้วยฟอร์มเดิมได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์ อย่ารีบเพิ่มน้ำหนักจนจังหวะลงเร็วเกินหรือฟอร์มเสีย
สำหรับคนที่อยากมีแผนชัด ๆ ตารางนี้ช่วยไล่ระดับความหนักจากเบาไปหนักภายใน 4 สัปดาห์ โดยไม่หักโหม
| สัปดาห์ | เซต x ครั้ง | น้ำหนัก | โฟกัส |
|---|---|---|---|
| สัปดาห์ที่ 1 | 2 x 10 | เบา | เรียนฟอร์มและมุมข้อศอก |
| สัปดาห์ที่ 2 | 3 x 10 | เบาถึงปานกลาง | คุมจังหวะลงช้า 2 วินาที |
| สัปดาห์ที่ 3 | 3 x 12 | ปานกลาง | เพิ่มการบีบอกตอนดันสุด |
| สัปดาห์ที่ 4 | 3–4 x 8–12 | ปานกลางถึงหนัก | เพิ่มน้ำหนักโดยฟอร์มยังนิ่ง |
ในวันฝึกหน้าอกหรือวันดัน (push day) ผมมักจัด floor press dumbbell เป็นท่าหลักสำหรับมือใหม่ หรือเป็นท่าเสริมหลัง Bench Press สำหรับคนมีพื้นฐาน ตามด้วยท่าเก็บรายละเอียดอย่าง Floor Fly และปิดด้วยท่าไทรเซปเพื่อเก็บต้นแขนด้านหลังให้ครบ
เมื่อคุมแบบมาตรฐานได้ดีแล้ว การเปลี่ยนตัวแปรช่วยเพิ่มความท้าทายและเน้นกล้ามเนื้อต่างมุม ทำให้โปรแกรมฝึกหน้าอกไม่น่าเบื่อและพัฒนาได้ต่อเนื่อง ด้านล่างคือ 10 ตัวแปรยอดนิยม พร้อมวิธีทำสั้น ๆ และกลุ่มที่เหมาะ
หันฝ่ามือเข้าหากัน (จับแบบ neutral) ตลอดการดัน ช่วยลดแรงกดที่หัวไหล่ลงอีกและเน้นต้นแขนด้านหลังมากขึ้น เหมาะกับคนที่ยังเจ็บไหล่แม้ทำแบบมาตรฐาน หรืออยากเน้น Triceps เพิ่ม
ดันดัมเบลทีละข้าง อีกมือวางข้างลำตัวช่วยทรงตัว การถือน้ำหนักข้างเดียวบังคับให้แกนกลางลำตัวต้านการบิดตัว (anti-rotation) จึงเสริมทั้งหน้าอกและความมั่นคงของลำตัว เหมาะกับคนที่อยากแก้แรงซ้าย–ขวาไม่เท่ากันแบบเจาะจง
ดันสลับซ้าย–ขวาทีละข้างต่อเนื่อง ขณะที่อีกข้างค้างไว้เหนืออก เพิ่มเวลาใต้แรงต้านและความท้าทายของแกนกลาง เหมาะกับคนที่คุมแบบสองมือพร้อมกันได้ดีแล้ว
เริ่มจับแบบ neutral ตอนล่าง แล้วค่อยหมุนข้อมือให้ฝ่ามือหันไปทางปลายเท้าตอนดันขึ้น การหมุนช่วยเพิ่มการบีบของหน้าอกส่วนในตอนขึ้นสุด เหมาะกับคนที่อยากเก็บรายละเอียดอกด้านใน
กางแขนออกด้านข้างโดยงอข้อศอกเล็กน้อยจนต้นแขนแตะพื้น แล้วบีบดัมเบลกลับเข้าหากันเหนืออก เน้นการยืดและบีบของกล้ามเนื้อหน้าอกโดยตรง ใช้น้ำหนักเบากว่าท่าดันปกติ เหมาะกับการเก็บรายละเอียดอกท้ายวันฝึก
ดันดัมเบลโดยให้ดัมเบลสองข้างชิดกันและบีบเข้าหากันตลอดการดัน เน้นกล้ามเนื้อหน้าอกส่วนในและต้นแขนด้านหลังชัดมาก เหมาะกับคนที่อยากเพิ่มความหนาของอกส่วนกลาง
คุมจังหวะลงช้าพิเศษ 3–4 วินาที แล้วดันขึ้นด้วยการควบคุม เพิ่มเวลาใต้แรงต้านให้กล้ามเนื้อทำงานหนักขึ้นแม้ใช้น้ำหนักเท่าเดิม เหมาะกับคนที่อยากกระตุ้นกล้ามเนื้อโดยไม่ต้องเพิ่มน้ำหนักมาก
ยกสะโพกขึ้นค้างเป็นท่าสะพาน (glute bridge) ขณะดันดัมเบล ทำให้ลำตัวมั่นคงขึ้นและกล้ามก้นกับแกนกลางทำงานร่วมด้วย เหมาะกับคนที่อยากฝึกการส่งแรงทั้งตัวและเสริมความมั่นคง
ยกเท้าขึ้นลอยหรือวางบนกล่องเตี้ย ตัดการช่วยของขา ทำให้แกนกลางลำตัวต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาลำตัวนิ่ง เหมาะกับคนที่อยากเพิ่มความท้าทายของ core ไปพร้อมกับการฝึกหน้าอก
เปลี่ยนจากดัมเบลเป็นบาร์เบล เหมาะกับคนที่แข็งแรงขึ้นและต้องการเพิ่มน้ำหนักรวมมากกว่าที่ดัมเบลคู่หนึ่งจะไหว แต่ควรมีที่ตั้งบาร์และคนช่วย เพราะยกบาร์หนักในท่านอนพื้นต้องระวังมากกว่าดัมเบล
ข้อดีอย่างหนึ่งของ Dumbbell Floor Press คือปรับให้เน้นกล้ามเนื้อต่างส่วนได้ด้วยการเปลี่ยนมุมข้อศอกและรูปแบบการจับ
เพื่อให้เห็นภาพการนำไปใช้จริง นี่คือตัวอย่างวันฝึกหน้าอกที่สมดุล โดยวาง floor press dumbbell ไว้เป็นท่าหลักหรือท่าเสริมตามระดับของผู้ฝึก
| ลำดับ | ท่า | เซต x ครั้ง | เหตุผล |
|---|---|---|---|
| 1 | วอร์มอัพ + Push-up เบา | 5–8 นาที + 1 เซต | เตรียมไหล่ ข้อศอก และหน้าอก |
| 2 | Dumbbell Floor Press | 3–4 x 8–12 | ท่าหลักสร้างกล้ามเนื้อหน้าอก ถนอมไหล่ |
| 3 | Incline Dumbbell Press | 3 x 10–12 | เก็บหน้าอกส่วนบน |
| 4 | Dumbbell Floor Fly | 3 x 12–15 | เน้นการยืด–บีบของหน้าอก |
| 5 | Triceps Extension | 3 x 12–15 | เก็บต้นแขนด้านหลังให้ครบ |
เล่นหน้าอกสัปดาห์ละ 1–2 วัน และปรับจำนวนท่าตามเวลาที่มี ถ้ามีเวลาน้อย เลือก Dumbbell Floor Press, Incline Press และ Triceps Extension อย่างละ 1 ท่าก็ครอบคลุมทั้งหน้าอกส่วนกลาง ส่วนบน และต้นแขนด้านหลังแล้ว
กล้ามเนื้อหน้าอกเติบโตในช่วงพัก ไม่ใช่ตอนฝึก การจัดการฟื้นตัวจึงสำคัญพอ ๆ กับการฝึก
ในระยะยาว ให้มองเป็นรอบ 8–12 สัปดาห์ เริ่มจากเรียนฟอร์ม เพิ่มจำนวนครั้ง แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนัก สลับกับสัปดาห์ที่เบาลงเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว จะพัฒนาได้ต่อเนื่องโดยไม่บาดเจ็บ
หลายคนพลาดตั้งแต่เลือกน้ำหนัก น้ำหนักที่เหมาะไม่ใช่หนักที่สุดที่ยกไหว แต่คือน้ำหนักที่ทำครบจำนวนครั้งด้วยฟอร์มเดิมได้ พร้อมเหลือแรงประมาณ 1–2 ครั้งก่อนหมดแรงจริง
เรื่องการจับ ให้กำเวทให้แน่น ข้อมือตรงไม่พับ ถ้าใช้ดัมเบลปรับน้ำหนักได้ (adjustable) จะสะดวกในการค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักทีละขั้น เหมาะกับการฝึกหน้าอกที่บ้าน และอย่าลืมว่าเป้าหมายคือให้กล้ามเนื้อหน้าอกและต้นแขนเป็นตัวจำกัด ไม่ใช่แรงกำมือหรือข้อมือ ถ้ากำไม่ไหวก่อนอกล้า ให้ลดน้ำหนักลงหรือใช้สายรัดข้อมือช่วย
Dumbbell Floor Press ปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ และเป็นหนึ่งในท่าดันที่เป็นมิตรกับหัวไหล่ที่สุด แต่บางกลุ่มควรระวังหรือปรับท่าก่อน
หลักง่าย ๆ คือถ้ารู้สึกเจ็บข้อ เสียวแปลบ หรือคุมดัมเบลไม่ไหว ให้หยุดและปรับก่อนเสมอ อย่าฝืนเล่นต่อเพื่อให้ครบจำนวนครั้งครับ
มีความเชื่อผิด ๆ หลายอย่างที่ทำให้คนมองข้ามท่านี้หรือเล่นแบบผิด ๆ ผมขอเคลียร์ให้ตรงนี้เลย
เหตุผลที่ผมให้ความสำคัญกับท่าดันแบบนี้ เพราะแรงดันของร่างกายส่วนบนมีบทบาททั้งในกีฬาและชีวิตประจำวัน
เน้นกล้ามเนื้อหน้าอก (Pectoralis Major) ต้นแขนด้านหลัง (Triceps) และหัวไหล่ด้านหน้า (Anterior Deltoid) เป็นท่าออกกำลังกายหน้าอกที่เน้นช่วงกลางถึงบนของการดันและช่วงล็อกแขน
Floor Press ใช้พื้นจำกัดความลึก ทำให้ข้อศอกลงได้แค่ระดับพื้น จึงลดการยืดและแรงกดที่หัวไหล่ ส่วน Bench Press ยืดหน้าอกได้เต็มระยะแต่กดไหล่มากกว่า Floor Press จึงเป็นมิตรกับไหล่และเน้นไทรเซปมากกว่า
ได้ผลจริง เพราะใช้แค่ดัมเบลกับพื้นราบก็กระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าอกและต้นแขนได้เต็มที่ เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ไม่มีม้านั่งฝึกหรือพื้นที่จำกัด
เริ่มจากน้ำหนักที่ยังคุมจังหวะลง–ขึ้นได้นิ่งและครบจำนวนครั้ง มือใหม่ราวข้างละ 4–8 กิโลกรัม ถ้าเริ่มลดดัมเบลเร็วจนกระแทกหรือฟอร์มเพี้ยน แปลว่าหนักเกินไป ให้ลดลงก่อน
ท่านี้เป็นมิตรกับหัวไหล่เพราะพื้นจำกัดช่วงล่าง จึงมักเล่นได้แม้ไหล่ไม่ค่อยดี แต่ถ้ามีอาการเจ็บชัดเจน ควรเริ่มด้วยน้ำหนักเบามาก จับแบบ neutral และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน
ให้ข้อศอกทำมุมประมาณ 45 องศากับลำตัว ไม่กางออกตั้งฉาก เพราะการกางสุดจะเพิ่มแรงกดที่หัวไหล่และลดการทำงานของกล้ามเนื้อหน้าอก
ใส่ในวันฝึกหน้าอกหรือวันดัน 2–3 วันต่อสัปดาห์ก็เพียงพอ โดยเว้นให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวประมาณ 48 ชั่วโมง
ทำงานทั้งคู่ แต่เพราะช่วงล่างถูกตัดออก ท่านี้จึงเน้นต้นแขนด้านหลังและช่วงล็อกแขนมากกว่าท่าดันเต็มระยะ ถ้าอยากเน้นอก ให้กางข้อศอก 45 องศาและบีบอกตอนขึ้นสุด
ไม่ต้อง ท่านี้ทำบนพื้นราบได้เลย นี่คือข้อดีหลักที่ทำให้เหมาะกับการฝึกหน้าอกที่บ้าน ส่วนม้านั่งจะใช้ต่อยอดไปท่า Bench Press หรือ Incline Press เมื่อพร้อม
ให้ต้นแขนด้านหลัง (ข้อศอก) แตะพื้นเบา ๆ แล้วพักแรงสั้น ๆ ก่อนดันขึ้น ไม่ต้องปล่อยดัมเบลกระแทกพื้น การพักที่จุดล่างช่วยตัดแรงเหวี่ยงและบังคับให้ใช้แรงกล้ามเนื้อจริง
เหมาะมากครับ เป็นท่าฝึกหน้าอกที่ปรับน้ำหนักได้ตามระดับ เป็นมิตรกับหัวไหล่ และทำที่บ้านได้ จึงเล่นได้ทุกเพศทุกวัย
เริ่มได้ทั้งคู่และเสริมกัน Push-up ใช้น้ำหนักตัวฝึกความมั่นคง ส่วน Floor Press ปรับน้ำหนักได้และเน้นแต่ละแขนแยกกัน ถ้ามีดัมเบลอยู่แล้ว เริ่มจาก Floor Press น้ำหนักเบาเพื่อเรียนฟอร์มการดันได้เลย
มือใหม่วางเป็นท่าหลักช่วงต้นของวันฝึกหน้าอกได้เลย ส่วนคนมีพื้นฐานมักวางไว้หลัง Bench Press เพื่อเสริมช่วงล็อกแขนและเก็บไทรเซป
floor press dumbbell เป็นการฝึกหน้าอกที่คุ้มค่า เล่นง่าย เป็นมิตรกับหัวไหล่ และทำที่บ้านได้โดยไม่ต้องมีม้านั่ง จุดเด่นคือพื้นช่วยจำกัดช่วงล่างของการเคลื่อนไหว ลดการยืดเกินที่ไหล่ ขณะที่ยังสร้างกล้ามเนื้อหน้าอกและเสริมแรงต้นแขนด้านหลังในช่วงล็อกแขนได้เต็มที่ จุดสำคัญคือเริ่มจากฟอร์มที่ถูกต้อง เก็บข้อศอกที่มุม 45 องศา คุมจังหวะลงช้า ๆ ไม่กระแทกพื้น เลือกน้ำหนักที่คุมได้ วอร์มอัพให้พร้อม และค่อย ๆ เพิ่มความหนักตามแผน เมื่อทำได้ครบเหล่านี้ ท่านี้ก็เป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างกล้ามเนื้อหน้าอกที่แข็งแรงและมีมิติได้จริง
ถ้าอยากได้ดัมเบลหรืออุปกรณ์เสริมสำหรับฝึกหน้าอกที่บ้าน ดูตัวเลือกได้ที่หมวด อุปกรณ์ดัมเบล ของ HomeFitTools หากมีคำถามเรื่องฟอร์มหรือการจัดโปรแกรม ทักมาคุยกับทีมงานได้เลยครับ
Login and Registration Form