ติดต่อเจ้าหน้าที่
สลับเส้นทาง
รถเข็นของฉัน 0

อบซาวน่า หลังออกกำลังกายกี่นาที กี่ครั้งอุณหภูมิเท่าไหร่ และข้อห้าม

อบซาวน่า หลังออกกำลังกายกี่นาที กี่ครั้งอุณหภูมิเท่าไหร่ และข้อห้าม

ห้องซาวน่าสำหรับบ้านและฟิตเนสดูรุ่นและราคา

การ อบซาวน่า หลังออกกำลังกายช่วยฟื้นตัวได้จริง แต่ต้องทำถูกจังหวะและถูกเวลา บทความนี้ตอบว่าควร อบซาวน่า กี่นาที กี่ครั้งต่อสัปดาห์ อุณหภูมิเท่าไหร่ และกรณีไหนที่การ อบซาวน่า หลังเวทเทรนนิ่งจะไม่เป็นผลดี

คำถามที่คนถามบ่อยที่สุดคืออบกี่นาที คำตอบไม่ใช่ตัวเลขเดียว เพราะขึ้นกับประเภทห้องและระดับประสบการณ์ อินฟราเรดใช้เวลานานกว่าแบบดั้งเดิมเกือบเท่าตัว

เรื่องที่สำคัญกว่าจำนวนนาที

ก่อนจะไปถึงว่าอบกี่นาที มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญกว่า และเป็นสาเหตุของอาการหน้ามืดเกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห้องร้อน นั่นคือการเดินจากลู่วิ่งเข้าห้องซาวน่าทันทีตอนที่หัวใจยังเต้นหนึ่งร้อยเจ็ดสิบครั้งต่อนาที

ร่างกายคุณกำลังทำงานหนักอยู่แล้วจากการซ้อม การเพิ่มความร้อนเข้าไปทันทีคือการซ้อนภาระเข้าไปอีกชั้น หัวใจจะเต้นสูงต่อและความดันจะแกว่ง

สามตัวเลขที่ต้องรู้ก่อนเข้าห้อง

  • ชีพจร ต้องลงต่ำกว่า 100 ครั้งต่อนาที ก่อนเข้าห้อง
  • เวลา อินฟราเรด 15 ถึง 20 นาที แบบดั้งเดิม 10 ถึง 15 นาที
  • น้ำ ดื่ม 300 ถึง 500 มล. ก่อน และ 500 ถึง 1,000 มล. หลัง

สารบัญ

อบซาวน่า กี่นาที ตัวเลขตามประเภทห้องและระดับ

อินฟราเรดใช้เวลานานกว่าเพราะอุณหภูมิต่ำกว่า ส่วนแบบดั้งเดิมร้อนจัดจึงใช้เวลาสั้นกว่า อย่าเอาตัวเลขของแบบหนึ่งไปใช้กับอีกแบบ

ทำไมตัวเลขถึงต่างกันเกือบเท่าตัว

อบซาวน่า แบบอินฟราเรดใช้อุณหภูมิสี่สิบห้าถึงหกสิบองศา ซึ่งต่ำกว่าแบบดั้งเดิมที่ใช้เจ็ดสิบถึงเก้าสิบองศามาก ร่างกายจึงร้อนขึ้นช้ากว่า และต้องใช้เวลานานกว่าเพื่อให้อุณหภูมิแกนกลางขึ้นถึงระดับที่ต้องการ

นี่คือเหตุผลที่คนที่เคยอบแบบดั้งเดิมมาก่อน แล้วมาลองอินฟราเรดสิบนาที มักบอกว่าไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่ความจริงคือเขาอบสั้นเกินไปสำหรับประเภทนั้น

ประเภทอุณหภูมิผู้เริ่มต้นระดับกลางระดับสูงไม่ควรเกิน
อินฟราเรด45 ถึง 60°C10 ถึง 12 นาที15 ถึง 20 นาที25 ถึง 30 นาที45 นาที
แบบดั้งเดิม แห้ง70 ถึง 90°C5 ถึง 8 นาที10 ถึง 15 นาที15 ถึง 20 นาที25 นาที
ไอน้ำ40 ถึง 50°C ชื้นสูง5 ถึง 10 นาที10 ถึง 15 นาที15 ถึง 20 นาที20 นาที

สัญญาณว่าครบเวลาแล้ว ไม่ใช่นาฬิกา แต่คือความรู้สึก ถ้าเริ่มวิงเวียนหรือใจสั่น ให้ออกทันทีแม้ยังไม่ครบเวลา นาฬิกาเป็นเพดาน ไม่ใช่เป้าหมาย

เข้าห้องหลังซ้อมทันทีได้ไหม ต้องรอนานแค่ไหน

ต้องรอ 5 ถึง 10 นาทีจนชีพจรลงต่ำกว่า 100 ครั้งต่อนาที นี่คือขั้นตอนที่คนข้ามมากที่สุด และเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของอาการหน้ามืดในห้องร้อน

ห้าขั้นตอนก่อนเข้าห้อง

ลำดับนี้ใช้เวลารวมประมาณสิบห้านาที ซึ่งฟังดูเสียเวลา แต่มันคือความต่างระหว่างการได้ประโยชน์กับการเป็นลมในห้องร้อนที่ไม่มีใครเห็น

  1. คูลดาวน์ เดินเบา ๆ 5 ถึง 10 นาที ให้ชีพจรลดลง
  2. ดื่มน้ำ 300 ถึง 500 มิลลิลิตร
  3. อาบน้ำล้างเหงื่อ 3 นาที เพื่อให้ผิวระบายเหงื่อได้ดี
  4. เช็คว่าชีพจรต่ำกว่า 100 ครั้งต่อนาที
  5. เข้าห้อง นั่งชั้นล่างก่อนใน 5 นาทีแรก

ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าชีพจรตัวเองอยู่ระดับไหน อ่านวิธีวัดและคำนวณโซนได้ที่ คู่มือโซนหัวใจ ซึ่งใช้ได้กับทั้งการซ้อมและการอบ

ขั้นตอนทำอะไรเวลาทำไมต้องทำ
1คูลดาวน์ เดินเบา5 ถึง 10 นาทีให้ชีพจรลดลง
2ดื่มน้ำทันทีชดเชยน้ำที่เสียไปตอนซ้อม
3อาบน้ำล้างเหงื่อ3 นาทีผิวสะอาด ระบายเหงื่อได้ดี
4รอจนชีพจรต่ำกว่า 1005 ถึง 10 นาทีกันหน้ามืดในห้อง
5เข้าห้องตามตารางด้านบนไม่มี

อบซาวน่า กี่ครั้งต่อสัปดาห์

งานวิจัยระยะยาวพบว่าความถี่ 4 ถึง 7 ครั้งต่อสัปดาห์สัมพันธ์กับผลด้านหัวใจที่ดีที่สุด แต่ต้องเริ่มจาก 2 ครั้งและไต่ขึ้น

ทำไมต้องไต่ระดับ

ความร้อนคือแรงกดดันที่ร่างกายต้องปรับตัว เหมือนกับการวิ่งหรือการยกน้ำหนัก คนที่ไม่เคยอบมาก่อนแล้วเริ่มอบวันละยี่สิบนาทีทันที มักรู้สึกล้าผิดปกติในวันถัดไป

การไต่ระดับสี่สัปดาห์ให้ผลดีกว่า และทำให้คุณอยู่กับมันได้นานพอที่จะเห็นผลจริง

ระดับความถี่เวลาต่อครั้งหมายเหตุ
สัปดาห์ 1 ถึง 22 ครั้ง8 ถึง 10 นาทีให้ร่างกายปรับตัว
สัปดาห์ 3 ถึง 43 ครั้ง12 ถึง 15 นาทีเริ่มรู้สึกสบายขึ้น
เดือนที่ 23 ถึง 4 ครั้ง15 ถึง 20 นาทีเข้าสู่ระดับใช้จริง
เดือนที่ 3 ขึ้นไป4 ถึง 5 ครั้ง15 ถึง 25 นาทีคงระดับต่อเนื่อง

อินฟราเรด เทียบกับ แบบดั้งเดิม เทียบกับ ไอน้ำ

สามแบบให้ความร้อนคนละกลไก ทำให้ความรู้สึกและการใช้งานต่างกันมาก ไม่ใช่แค่ตัวเลขอุณหภูมิ

อินฟราเรดทำให้ตัวคุณร้อน ไม่ใช่ทำให้อากาศร้อน

แบบดั้งเดิมทำงานโดยทำให้อากาศในห้องร้อนถึงเก้าสิบองศา แล้วอากาศร้อนนั้นจะทำให้ผิวคุณร้อนตาม ส่วนอินฟราเรดปล่อยแสงที่ร่างกายดูดซับโดยตรง ทำให้คุณร้อนจากภายใน โดยที่อากาศในห้องยังไม่ร้อนมาก

ผลในทางปฏิบัติคือ อินฟราเรดหายใจสบายกว่า ทนได้นานกว่า และเหมาะกับคนที่ทนอากาศร้อนจัดไม่ได้

หัวข้ออินฟราเรดแบบดั้งเดิมไอน้ำ
อุณหภูมิ45 ถึง 60°C70 ถึง 100°C40 ถึง 50°C
ความชื้นต่ำต่ำ 10 ถึง 20%สูงเกือบ 100%
ให้ความร้อนยังไงแสงเข้าสู่ร่างกายโดยตรงทำให้อากาศร้อนก่อนไอน้ำร้อนเกาะผิว
เวลาอุ่นเครื่อง10 ถึง 15 นาที30 ถึง 45 นาที15 ถึง 20 นาที
เวลาอบต่อครั้ง15 ถึง 30 นาที8 ถึง 20 นาที10 ถึง 20 นาที
ความรู้สึกอุ่นลึก หายใจสบายร้อนจัด แสบผิวอบอ้าว หายใจหนัก
เหมาะกับผู้เริ่มต้นเหมาะที่สุดต้องปรับตัวปานกลาง
ค่าไฟต่ำกว่าสูงกว่าปานกลาง
ติดตั้งในบ้านง่ายที่สุดต้องเดินไฟเฉพาะต้องกันน้ำ

เปรียบเทียบซาวน่าอินฟราเรด แบบดั้งเดิม และไอน้ำ

อบหลังเล่นเวท เรื่องที่คนอยากกล้ามโตต้องรู้

ต่างจากการแช่น้ำเย็นตรงที่ความร้อนไม่ยับยั้งการสร้างกล้ามเนื้อ และบางงานวิจัยพบว่าอาจช่วยกระตุ้นด้วยซ้ำ แต่ต้องระวังเรื่องการขาดน้ำ

ความร้อนกับความเย็นให้ผลตรงข้ามกัน

การอักเสบระดับหนึ่งหลังเล่นเวท คือสัญญาณที่ร่างกายใช้บอกให้สร้างกล้ามเนื้อใหม่ การแช่น้ำเย็นทันทีจะปิดสัญญาณนั้น ซึ่งอาจลดผลของการซ้อมที่คุณเพิ่งทำไป

ความร้อนไม่ทำแบบนั้น มันไม่ปิดสัญญาณการอักเสบเฉียบพลัน จึงใช้ได้ในวันเล่นเวทโดยไม่ต้องกังวล

ประเด็นความร้อน อบซาวน่า ความเย็น แช่น้ำแข็ง
ผลต่อการสร้างกล้ามเนื้อไม่ยับยั้ง อาจช่วยอาจลดถ้าทำทันทีหลังเวท
ผลต่ออาการปวดเมื่อยลดได้ลดได้
ควรทำหลังเวทกี่ชั่วโมง30 ถึง 60 นาทีหลังซ้อมเว้น 4 ถึง 6 ชม. ถ้าเป้าหมายคือกล้ามโต
ผลต่อการขาดน้ำเสียน้ำมาก ต้องดื่มชดเชยไม่เสียน้ำ
เหมาะกับวันไหนวันเล่นเวทวันแข่งหรือวันซ้อมหนักติดกัน

ถ้าคุณใช้ทั้งความร้อนและความเย็น อ่านลำดับที่ถูกต้องและอุณหภูมิที่เหมาะสมได้ที่ คู่มือ Ice Bath

การชดเชยน้ำ จุดที่คนพลาดจนหน้ามืด

อบซาวน่า 20 นาทีเสียเหงื่อได้ 0.5 ถึง 1 ลิตร ถ้าเพิ่งซ้อมมาแล้วเสียไปอีก 1 ลิตร รวมกันคือภาวะขาดน้ำจริง ๆ ไม่ใช่แค่รู้สึกกระหาย

ตัวเลขที่คนไม่เคยบวก

คนส่วนใหญ่รู้ว่าต้องดื่มน้ำหลังอบ แต่ไม่เคยบวกตัวเลขจากการซ้อมเข้าไปด้วย เมื่อรวมกันแล้ว การเสียน้ำสองลิตรในหนึ่งเซสชันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง

กิจกรรมปริมาณเหงื่อที่เสียต้องดื่มชดเชย
ออกกำลังกาย 60 นาที0.8 ถึง 1.5 ลิตร1 ถึง 1.5 ลิตร
อบอินฟราเรด 20 นาที0.3 ถึง 0.6 ลิตร0.5 ถึง 0.8 ลิตร
อบแบบดั้งเดิม 15 นาที0.4 ถึง 0.8 ลิตร0.6 ถึง 1 ลิตร
ซ้อม บวก อบซาวน่า 1.2 ถึง 2.3 ลิตร1.5 ถึง 2.5 ลิตร
  • ปัสสาวะสีเข้ม สัญญาณชัดที่สุดว่าดื่มไม่พอ
  • ปวดหัวหลังอบ มักเป็นอาการขาดน้ำ ไม่ใช่ความดัน
  • ล้าผิดปกติในวันถัดไป ให้เพิ่มน้ำและเกลือแร่ ไม่ใช่ลดการอบ

ชั่งน้ำหนักก่อนและหลัง วิธีที่แม่นที่สุด น้ำหนักที่หายไป 1 กิโลกรัม เท่ากับน้ำที่เสียไปประมาณ 1 ลิตร ให้ดื่มชดเชย 1.2 ถึง 1.5 เท่าของที่หายไป

อบซาวน่า เพื่ออะไร ตารางแยกตามเป้าหมาย

เป้าหมายต่างกัน เวลาและช่วงเวลาที่ควรอบต่างกัน อย่าใช้ตารางเดียวกับทุกเรื่อง โดยเฉพาะถ้าเป้าหมายคือการนอน

เลือกเป้าหมายเดียว แล้วทำให้ครบ

คนที่หวังทุกอย่างพร้อมกัน ทั้งฟื้นฟู ผ่อนคลาย นอนหลับดี และสุขภาพหัวใจ มักทำแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ จนไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง ทางที่ได้ผลกว่าคือเลือกเป้าหมายหลักหนึ่งอย่าง แล้วทำตามตารางของเป้าหมายนั้นให้ครบสามเดือน

เป้าหมายประเภทที่เหมาะเวลาช่วงเวลาความถี่
ฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังซ้อมอินฟราเรด20 นาทีหลังซ้อม 30 ถึง 60 นาที3 ถึง 4 ครั้งต่อสัปดาห์
ผ่อนคลาย ลดเครียดอินฟราเรดหรือไอน้ำ15 ถึง 20 นาทีเย็นหรือก่อนนอน3 ถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์
ช่วยการนอนหลับอินฟราเรด15 ถึง 20 นาที1 ถึง 2 ชม. ก่อนนอนทุกวัน
สุขภาพหัวใจแบบดั้งเดิม15 ถึง 20 นาทีตอนไหนก็ได้4 ถึง 7 ครั้งต่อสัปดาห์
ผิวพรรณไอน้ำ10 ถึง 15 นาทีเย็น2 ถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์
ลดปวดข้ออินฟราเรด20 ถึง 25 นาทีตอนไหนก็ได้4 ถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์

ประโยชน์ที่มีหลักฐานรองรับ และที่ยังไม่ชัด

แยกให้ชัดระหว่างสิ่งที่มีงานวิจัยหนาแน่น กับสิ่งที่เป็นแค่คำโฆษณา เพราะการคาดหวังผิดทำให้คุณผิดหวังและเลิกก่อนเวลา

เรื่องลดน้ำหนักคือความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุด

น้ำหนักที่ลดลงทันทีหลัง อบซาวน่า คือน้ำที่เสียไปทางเหงื่อ ไม่ใช่ไขมัน และมันจะกลับมาภายในสองถึงสี่ชั่วโมงเมื่อคุณดื่มน้ำชดเชย

พลังงานที่เผาผลาญจริงอยู่ที่ประมาณสามสิบถึงแปดสิบแคลอรีต่อครั้ง ซึ่งเทียบเท่าการเดินเร็วสิบนาที ไม่ใช่ตัวเลขที่จะเปลี่ยนอะไรได้

ประโยชน์ระดับหลักฐานหมายเหตุ
ลดความเสี่ยงโรคหัวใจค่อนข้างชัดงานวิจัยระยะยาวติดตามหลายสิบปี
ลดความดันโลหิตค่อนข้างชัดจากการขยายหลอดเลือด
ลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมีหลักฐานเพิ่มการไหลเวียนเลือด
ช่วยการนอนหลับมีหลักฐานขึ้นกับช่วงเวลาที่อบ
ลดความเครียดมีหลักฐานลดฮอร์โมนความเครียด
ขับสารพิษหลักฐานอ่อนตับและไตทำหน้าที่หลัก
ลดน้ำหนักถาวรไม่จริงน้ำหนักที่ลดคือน้ำ กลับมาทันที

ประโยชน์ที่แท้จริงต่อการลดไขมัน ไม่ใช่การเผาผลาญในห้อง แต่คือการที่คุณฟื้นตัวเร็วขึ้น จึงซ้อมได้ถี่ขึ้นและสม่ำเสมอขึ้น ซึ่งส่งผลต่อไขมันทางอ้อม

ใครไม่ควรอบ ข้อห้ามที่ต้องรู้

ห้องร้อนทำให้หัวใจทำงานหนักเหมือนออกกำลังกายปานกลาง จึงไม่ใช่กิจกรรมที่ปลอดภัยกับทุกคน โดยเฉพาะคนที่ดื่มแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์คือข้อห้ามเด็ดขาด

แอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายขาดน้ำอยู่แล้ว และยังทำให้การตัดสินใจบกพร่อง เมื่อรวมกับความร้อนที่ทำให้เสียเหงื่อเพิ่ม ผลคือคุณอาจหมดสติในห้องโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังจะหมดสติ

นี่ไม่ใช่คำเตือนเชิงป้องกันทั่วไป แต่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตในห้องซาวน่าที่มีรายงานจริงในหลายประเทศ

กลุ่มอบได้ไหมเหตุผล
ผู้ป่วยโรคหัวใจที่อาการไม่คงที่ไม่ควรหัวใจทำงานหนักขึ้นมาก
ผู้ที่มีความดันต่ำระวังเสี่ยงหน้ามืด เป็นลม
หญิงตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ความร้อนสูงอาจกระทบทารก
ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ห้ามเด็ดขาดเสี่ยงหมดสติและขาดน้ำรุนแรง
ผู้ที่ขาดน้ำอยู่แล้วไม่ควรทำให้แย่ลง
ผู้ที่มีไข้ไม่ควรอุณหภูมิร่างกายสูงอยู่แล้ว
ผู้ที่เพิ่งผ่าตัดปรึกษาแพทย์แผลและการไหลเวียนเลือด
เด็กเล็กต้องมีผู้ใหญ่ดูแลควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้ไม่ดี
คนสุขภาพทั่วไปอบได้ตามคำแนะนำในบทความนี้

ข้อความนี้ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ เป็นข้อควรระวังทั่วไป ถ้ามีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่ม

สัญญาณที่ต้องออกจากห้องทันที

อย่าฝืน ทุกอาการเหล่านี้คือสัญญาณว่าร่างกายรับไม่ไหวแล้ว และการฝืนต่ออีกสองนาทีคือความต่างระหว่างไม่เป็นอะไรกับเป็นลม

อาการที่คนมักเข้าใจผิดว่าปกติ

อาการที่อันตรายที่สุดและคนมักไม่รู้คือ การที่เหงื่อหยุดออกทั้งที่ยังร้อนอยู่ นี่ไม่ใช่สัญญาณว่าคุณปรับตัวได้แล้ว แต่เป็นสัญญาณว่าระบบระบายความร้อนของร่างกายกำลังล้มเหลว

  • วิงเวียน หน้ามืด ออกทันที นั่งลง ยกขาสูง
  • ใจสั่นผิดปกติ ออกทันที
  • คลื่นไส้ ออกทันที ดื่มน้ำ
  • ปวดหัวตุบ ๆ ออก ดื่มน้ำและเกลือแร่
  • หยุดเหงื่อออกทั้งที่ยังร้อน อันตรายที่สุด ออกทันทีและทำให้ตัวเย็นลง
  • สับสน มึนงง ออกทันที ขอความช่วยเหลือ

สัญญาณอันตรายที่ต้องออกจากห้องซาวน่าทันที

ขั้นตอน อบซาวน่า ที่ถูกต้อง ตั้งแต่ต้นจนจบ

ทำตามลำดับนี้ทุกครั้ง จะได้ประโยชน์เต็มและปลอดภัย โดยเฉพาะขั้นตอนสุดท้ายที่คนมักรีบข้าม

อย่าอาบน้ำเย็นจัดทันทีหลังออกจากห้อง

การกระโดดจากห้องร้อนเก้าสิบองศาไปอาบน้ำเย็นจัดทันที ทำให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรวดเร็วและความดันแกว่งแรง สำหรับคนหนุ่มสาวสุขภาพดีอาจไม่เป็นอะไร แต่สำหรับคนที่มีความดันหรือหัวใจ นี่คือความเสี่ยงจริง

ทางที่ปลอดภัยคือค่อย ๆ ลดอุณหภูมิ อาบน้ำอุ่นก่อนแล้วค่อย ๆ ลดลง หรือนั่งพักให้ตัวเย็นลงเองก่อนสักห้านาที

  1. ดื่มน้ำ 300 ถึง 500 มิลลิลิตรก่อนเข้า
  2. อาบน้ำล้างตัว 3 นาที
  3. เช็ดตัวให้แห้ง
  4. เข้าห้อง นั่งชั้นล่างก่อนใน 5 นาทีแรก
  5. ขยับขึ้นชั้นบนถ้าเป็นแบบดั้งเดิมและยังไหว
  6. ออกเมื่อครบเวลา หรือเมื่อมีสัญญาณเตือน
  7. อาบน้ำอุ่นแล้วค่อย ๆ ลดอุณหภูมิลง
  8. นั่งพัก ดื่มน้ำ 10 นาที

ค่าไฟและต้นทุนใช้งานที่บ้าน

อินฟราเรดกินไฟน้อยกว่าแบบดั้งเดิมมาก เพราะไม่ต้องทำให้อากาศทั้งห้องร้อนถึงเก้าสิบองศา และไม่ต้องอุ่นเครื่องนาน

ค่าอุ่นเครื่องคือส่วนที่คนลืมคิด

แบบดั้งเดิมต้องอุ่นเครื่องสามสิบถึงสี่สิบห้านาทีก่อนใช้ ซึ่งกินไฟเต็มที่ตลอดช่วงนั้น ในขณะที่คุณยังไม่ได้เข้าห้องเลย ส่วนอินฟราเรดอุ่นแค่สิบถึงสิบห้านาที

เมื่อรวมค่าอุ่นเครื่องเข้าไป ส่วนต่างค่าไฟระหว่างสองแบบจะห่างกันมากกว่าที่ตัวเลขกำลังไฟบอก

ประเภทกำลังไฟเวลาใช้ต่อครั้ง รวมอุ่นเครื่องค่าไฟต่อครั้งโดยประมาณ
อินฟราเรด 1 ถึง 2 คน1,500 ถึง 2,000 วัตต์30 นาที3 ถึง 5 บาท
อินฟราเรด 3 ถึง 4 คน2,500 ถึง 3,500 วัตต์35 นาที6 ถึง 9 บาท
แบบดั้งเดิม 2 ถึง 3 คน4,500 ถึง 6,000 วัตต์60 นาที20 ถึง 27 บาท
ไอน้ำ3,000 ถึง 4,500 วัตต์40 นาที9 ถึง 14 บาท

ติดตั้งที่บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่พื้นที่ แต่คือระบบไฟฟ้าที่ไม่รองรับ โดยเฉพาะแบบดั้งเดิมที่ต้องเดินวงจรเฉพาะ

เช็คเบรกเกอร์ก่อนเช็คพื้นที่

ห้องซาวน่าแบบดั้งเดิมขนาดสองถึงสามคน ใช้กำลังไฟสี่พันห้าร้อยถึงหกพันวัตต์ ซึ่งเกินกว่าที่ปลั๊กบ้านทั่วไปจะรองรับ ต้องเดินวงจรเฉพาะจากตู้ไฟ

ส่วนอินฟราเรดขนาดเล็กบางรุ่น เสียบปลั๊กสองร้อยยี่สิบโวลต์ธรรมดาได้เลย ซึ่งเป็นเหตุผลใหญ่ที่คนเลือกอินฟราเรดสำหรับบ้าน

สิ่งที่ต้องมีอินฟราเรดแบบดั้งเดิม
พื้นที่1.2 x 1.2 เมตรขึ้นไป1.5 x 1.5 เมตรขึ้นไป
ความสูงเพดาน2 เมตร2.1 เมตร
ระบบไฟปลั๊ก 220V ทั่วไปในบางรุ่นต้องเดินวงจรเฉพาะ
การระบายอากาศต้องมีต้องมี
พื้นเรียบ แข็งแรงทนความร้อน
ระยะห่างจากผนัง5 ถึง 10 ซม.10 ถึง 15 ซม.
เวลาติดตั้ง2 ถึง 4 ชั่วโมง1 ถึง 2 วัน

ถ้ากำลังวางแผนพื้นที่ออกกำลังกายทั้งหมด ดูการจัดผังและลำดับการซื้ออุปกรณ์ได้ที่ คู่มือจัดโฮมยิม

สลับร้อนเย็น ทำยังไงให้ถูกลำดับ

การสลับระหว่างความร้อนกับความเย็นให้ผลต่างจากการทำอย่างเดียว แต่มีลำดับที่ต้องทำตาม คือร้อนก่อนเย็นเสมอ

จบด้วยความเย็น แล้วปล่อยให้อุ่นเอง

เหตุผลที่ควรจบด้วยความเย็นแล้วไม่รีบอาบน้ำร้อน เพราะกระบวนการที่ร่างกายสร้างความร้อนขึ้นมาเองหลังจากนั้น คือส่วนหนึ่งของประโยชน์ที่ได้ การอาบน้ำร้อนทันทีทำให้กระบวนการนั้นถูกตัดตอน

รอบที่ทำอะไรเวลา
1 อบซาวน่า 12 ถึง 15 นาที
2แช่น้ำเย็น1 ถึง 3 นาที
3พัก3 ถึง 5 นาที
4 อบซาวน่า รอบสอง10 ถึง 12 นาที
5แช่น้ำเย็น1 ถึง 3 นาที
6พักและอุ่นตัวเอง10 นาที

ดูรายละเอียดอ่างแช่น้ำเย็นและอุณหภูมิที่ควรตั้งได้ที่ อ่างแช่น้ำเย็น และดูฝั่งแสงบำบัดที่ เครื่องแสงบำบัด

7 ความผิดพลาดที่พบบ่อย

ทุกข้อทำให้ประโยชน์ลดลงหรือเกิดอันตราย และทุกข้อป้องกันได้ด้วยการรู้ตัวเลขที่ถูกต้อง

สามข้อแรกที่อันตรายที่สุด

อันดับหนึ่งคือเข้าห้องทันทีหลังซ้อมหนัก อันดับสองคือดื่มแอลกอฮอล์ก่อนอบ และอันดับสามคืออบคนเดียวโดยไม่มีใครรู้ สามข้อนี้คือสาเหตุของอุบัติเหตุร้ายแรงเกือบทั้งหมด

ความผิดพลาดผลที่เกิดขึ้นวิธีแก้
เข้าห้องทันทีหลังซ้อมหนักหน้ามืด ใจสั่นคูลดาวน์ก่อน 5 ถึง 10 นาที
ไม่ดื่มน้ำก่อนและหลังขาดน้ำ ปวดหัวดื่ม 0.5 ลิตรก่อน 1 ลิตรหลัง
อบนานเกินเพราะคิดว่ายิ่งนานยิ่งดีเสี่ยงร้อนเกินยึดตามตารางเวลา
ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนอบอันตรายถึงชีวิตห้ามเด็ดขาด
อาบน้ำเย็นจัดทันทีหลังออกความดันแกว่งแรงค่อย ๆ ลดอุณหภูมิ
อบตอนท้องว่างมากหน้ามืดกินเบา ๆ ก่อน 1 ถึง 2 ชม.
อบคนเดียวโดยไม่มีใครรู้ถ้าเป็นอะไรไม่มีคนช่วยบอกคนอื่นเสมอ

วิดีโอ ประโยชน์ของการ อบซาวน่า หลังออกกำลังกาย

คลิปสรุปว่าความร้อนช่วยเรื่องการฟื้นตัวยังไง และควรอบนานแค่ไหนหลังซ้อม ดูควบคู่กับตารางเวลาด้านบน

ประเด็นที่ตรงกับบทความนี้

สิ่งที่คลิปย้ำและบทความนี้ย้ำตรงกันคือ การอบหลังซ้อมควรอยู่ในช่วงสิบห้าถึงยี่สิบนาที และต้องให้ชีพจรลงมาก่อน ไม่ใช่เดินจากลู่วิ่งเข้าห้องร้อนทันที

ถ้าคุณดูแล้วยังไม่แน่ใจว่าห้องแบบไหนเหมาะกับบ้านของคุณ ให้กลับไปดูตารางเปรียบเทียบสามประเภทด้านบน แล้วเทียบกับพื้นที่และระบบไฟที่บ้านคุณมีจริง

ตัวเลขสำคัญทั้งหมดในหน้าเดียว

เก็บหน้านี้ไว้เปิดก่อนเข้าห้องทุกครั้งในเดือนแรก จนกว่าตัวเลขจะติดตัว

ใช้อย่างไร

ตัวเลขที่สำคัญที่สุดสองตัวคือ ชีพจรต้องต่ำกว่าหนึ่งร้อยก่อนเข้า และต้องดื่มน้ำชดเชยให้ครบ สองข้อนี้ป้องกันอุบัติเหตุได้เกือบทั้งหมด

หัวข้อตัวเลข
อุณหภูมิอินฟราเรด45 ถึง 60°C
อุณหภูมิแบบดั้งเดิม70 ถึง 90°C
เวลาสำหรับผู้เริ่มต้น อินฟราเรด10 ถึง 12 นาที
เวลาสำหรับผู้เริ่มต้น แบบดั้งเดิม5 ถึง 8 นาที
เวลาระดับใช้จริง15 ถึง 20 นาที
ความถี่ที่แนะนำ3 ถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์
รอหลังซ้อมก่อนเข้าห้อง5 ถึง 10 นาที
ชีพจรที่ปลอดภัยก่อนเข้าต่ำกว่า 100 ครั้งต่อนาที
น้ำที่ต้องดื่มก่อน300 ถึง 500 มล.
น้ำที่ต้องดื่มหลัง500 ถึง 1,000 มล.
เวลาที่ไม่ควรเกิน25 ถึง 30 นาที
เวลาก่อนนอนที่เหมาะ1 ถึง 2 ชั่วโมง

sauna แบบดั้งเดิมกับอินฟราเรดซาวน่าเลือกอย่างไร

sauna แบบดั้งเดิมทำงานด้วยการทำให้อากาศในห้องร้อนจัด ส่วน อินฟราเรดซาวน่า ใช้คลื่นอินฟราเรดทำให้ร่างกายร้อนขึ้นโดยตรงที่อุณหภูมิห้องต่ำกว่า คนที่ทนความร้อนสูงไม่ไหวจึงมักอยู่ในห้องได้นานกว่า

ทั้งสองแบบช่วยลดอาการ DOMS หรืออาการปวดกล้ามเนื้อหลังซ้อมหนักได้ใกล้เคียงกัน สิ่งที่ต่างคือความสบายตัวและพื้นที่ที่ต้องใช้ ไม่ใช่ผลลัพธ์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รวมคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดเกี่ยวกับการ อบซาวน่า หลังออกกำลังกาย พร้อมคำตอบที่นำไปใช้ได้ทันที

อบซาวน่า หลังออกกำลังกายกี่นาที

ถ้าเป็นอินฟราเรด 15 ถึง 20 นาทีสำหรับคนที่ปรับตัวแล้ว ถ้าเป็นแบบดั้งเดิม 10 ถึง 15 นาทีก็เพียงพอ ผู้เริ่มต้นควรเริ่มที่ 8 ถึง 10 นาทีสำหรับอินฟราเรด และ 5 ถึง 8 นาทีสำหรับแบบดั้งเดิม แล้วค่อยเพิ่มขึ้นภายใน 3 ถึง 4 สัปดาห์

ต้องรอนานแค่ไหนหลังออกกำลังกายถึงจะเข้าห้องได้

ควรคูลดาวน์ 5 ถึง 10 นาทีจนชีพจรลดลงต่ำกว่า 100 ครั้งต่อนาที ดื่มน้ำ และอาบน้ำล้างเหงื่อก่อน การเดินจากลู่วิ่งเข้าห้องร้อนทันทีตอนหัวใจยังเต้น 170 ถึง 180 คือสาเหตุอันดับหนึ่งของอาการหน้ามืดและเป็นลม

อบซาวน่า ทุกวันได้ไหม

ได้ถ้าร่างกายปรับตัวแล้วและดื่มน้ำชดเชยเพียงพอ งานวิจัยระยะยาวพบว่าความถี่ 4 ถึง 7 ครั้งต่อสัปดาห์สัมพันธ์กับผลด้านสุขภาพหัวใจที่ดี แต่ต้องเริ่มจาก 2 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงแรก และเพิ่มขึ้นทีละน้อย

อบซาวน่า ช่วยลดน้ำหนักไหม

น้ำหนักที่ลดลงทันทีหลังอบคือน้ำที่เสียไปทางเหงื่อ ไม่ใช่ไขมัน และจะกลับมาภายใน 2 ถึง 4 ชั่วโมงเมื่อดื่มน้ำชดเชย พลังงานที่เผาผลาญจริงอยู่ที่ประมาณ 30 ถึง 80 แคลอรีต่อครั้ง เทียบเท่าการเดินเร็ว 10 นาที

อบซาวน่า ทำให้กล้ามเนื้อไม่โตเหมือนแช่น้ำแข็งหรือเปล่า

ไม่ ความร้อนไม่ยับยั้งการสร้างกล้ามเนื้อเหมือนความเย็น และบางงานวิจัยพบว่าอาจช่วยกระตุ้นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมเซลล์ด้วยซ้ำ ต่างจากการแช่น้ำเย็นทันทีหลังเล่นเวทหนัก ซึ่งอาจลดสัญญาณการสร้างกล้ามเนื้อ

อินฟราเรดกับแบบดั้งเดิม เลือกอันไหน

ถ้าใช้ที่บ้าน อบบ่อย และอยากประหยัดค่าไฟ อินฟราเรดตอบโจทย์กว่า เพราะอุ่นเครื่องเร็ว 10 ถึง 15 นาที ใช้ไฟน้อยกว่า และติดตั้งง่ายกว่า แต่ถ้าชอบความร้อนจัดแบบฟินแลนด์และมีพื้นที่กับระบบไฟฟ้าพร้อม แบบดั้งเดิมให้ประสบการณ์ที่ต่างออกไป

อบซาวน่า ก่อนนอนดีไหม

ดี ถ้าเว้นระยะ 1 ถึง 2 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะร่างกายต้องมีเวลาลดอุณหภูมิแกนกลางลง ซึ่งการลดลงนี้เองที่เป็นสัญญาณให้ร่างกายเข้าสู่การนอน แต่ถ้าอบแล้วเข้านอนทันที ร่างกายยังร้อนอยู่ อาจหลับยากกว่าเดิม

ต้องดื่มน้ำเท่าไหร่

ดื่ม 300 ถึง 500 มิลลิลิตรก่อนเข้า และ 500 ถึง 1,000 มิลลิลิตรหลังออก ถ้าอบต่อจากการออกกำลังกาย ต้องเพิ่มขึ้นอีก เพราะรวมกันแล้วอาจเสียเหงื่อถึง 2 ลิตร สัญญาณว่าดื่มไม่พอคือปัสสาวะสีเข้มและปวดหัวหลังอบ

ใครไม่ควร อบซาวน่า

ผู้ป่วยโรคหัวใจที่อาการยังไม่คงที่ ผู้ที่มีความดันต่ำ ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่มีไข้ และผู้ที่ขาดน้ำอยู่แล้ว หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่เพิ่งผ่าตัดควรปรึกษาแพทย์ก่อน ข้อมูลนี้เป็นข้อควรระวังทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์

อบซาวน่า สลับกับแช่น้ำเย็นได้ไหม

ได้ และเป็นวิธีที่ใช้กันมานานในแถบสแกนดิเนเวีย ลำดับที่แนะนำคือร้อนก่อนเย็นเสมอ อบ 12 ถึง 15 นาที แช่น้ำเย็น 1 ถึง 3 นาที พัก 3 ถึง 5 นาที แล้ววนซ้ำ 2 ถึง 3 รอบ และควรจบด้วยความเย็นแล้วปล่อยให้ร่างกายอุ่นขึ้นเอง

เริ่มจากตัวเลขที่ถูกต้อง แล้วผลจะตามมา

อบ 15 ถึง 20 นาที 3 ถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ดื่มน้ำให้พอ และรอให้ชีพจรลงก่อนเข้าห้อง สามข้อนี้คือสิ่งที่แยกคนที่ได้ประโยชน์จริง ออกจากคนที่แค่นั่งเหงื่อออก ปรึกษาทีมงานเพื่อเลือกห้องที่เหมาะกับพื้นที่และระบบไฟของคุณ

สรุปสั้น ๆ ก่อนคุณเริ่ม

ความร้อนคือแรงกดดันที่ร่างกายต้องปรับตัว ซึ่งเป็นเหตุผลที่มันได้ผล และเป็นเหตุผลที่มันมีขีดจำกัด

อบซาวน่า ไม่ใช่แค่การนั่งเหงื่อออก

มันคือการเพิ่มแรงกดดันทางความร้อนให้ร่างกายปรับตัว ซึ่งมีประโยชน์จริงต่อระบบหัวใจและการฟื้นตัว แต่การเพิ่มแรงกดดันนี้ต่อจากการซ้อมหนัก โดยไม่รอให้ชีพจรลงและไม่ดื่มน้ำชดเชย คือการเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าประโยชน์

เริ่มจากสั้น แล้วไต่ขึ้น

ร่างกายต้องการเวลาสามถึงสี่สัปดาห์ในการปรับตัวกับความร้อน เหมือนกับที่ต้องการเวลาปรับตัวกับการวิ่งหรือการยกน้ำหนัก คนที่เริ่มจากยี่สิบนาทีตั้งแต่วันแรก มักรู้สึกล้าผิดปกติและเลิกไปในสัปดาห์ที่สอง

กลไกของความร้อน เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

เข้าใจกลไกแล้วจะรู้ว่าทำไมความร้อนถึงไม่ขัดกับการสร้างกล้ามเนื้อ และทำไมมันถึงช่วยเรื่องการนอน

อุณหภูมิแกนกลางคือตัวแปรหลัก

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณ อบซาวน่า คือ อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายสูงขึ้นหนึ่งถึงสององศา ซึ่งฟังดูน้อย แต่เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะเครียดจากความร้อนระดับที่ควบคุมได้

ร่างกายตอบสนองด้วยการขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนเลือด และสร้างโปรตีนกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า heat shock protein ซึ่งช่วยซ่อมแซมโปรตีนที่เสียหายในเซลล์

ทำไมถึงช่วยเรื่องการนอน

หลังออกจากห้อง อุณหภูมิแกนกลางจะลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหนึ่งถึงสองชั่วโมง และการลดลงของอุณหภูมิแกนกลางนี้เอง คือสัญญาณหลักที่ร่างกายใช้บอกว่าถึงเวลานอนแล้ว

นี่คือเหตุผลที่การอบก่อนนอนหนึ่งถึงสองชั่วโมงช่วยให้หลับลึกขึ้น ในขณะที่การอบแล้วเข้านอนทันทีกลับทำให้หลับยาก เพราะร่างกายยังร้อนอยู่

สิ่งที่เกิดขึ้นผลที่ตามมา
อุณหภูมิแกนกลางสูงขึ้น 1 ถึง 2 องศาเข้าสู่ภาวะเครียดจากความร้อนที่ควบคุมได้
หลอดเลือดขยายตัวเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมากขึ้น
หัวใจเต้นเร็วขึ้น 100 ถึง 150 ครั้งต่อนาทีระบบหัวใจได้รับการฝึกแบบเบา
สร้าง heat shock proteinช่วยซ่อมโปรตีนที่เสียหายในเซลล์
หลั่งเอนดอร์ฟินรู้สึกผ่อนคลายหลังออกจากห้อง
อุณหภูมิลดลงหลังออกเป็นสัญญาณให้ร่างกายเข้าสู่การนอน

ทำไมความดันโลหิตถึงลดลงได้ การขยายหลอดเลือดซ้ำ ๆ ทำให้หลอดเลือดยืดหยุ่นขึ้นในระยะยาว เหมือนยางยืดที่ถูกยืดบ่อย ๆ จึงไม่แข็งกรอบ

การปรับตัวต่อความร้อน และผลต่อการซ้อมกลางแจ้ง

ร่างกายปรับตัวได้จริงภายใน 2 ถึง 3 สัปดาห์ และการปรับตัวนี้ส่งผลดีต่อการออกกำลังกายในอากาศร้อนของไทยโดยตรง

สิ่งที่เปลี่ยนไปในแต่ละสัปดาห์

ในสัปดาห์แรก คุณจะทนได้ไม่นานและหัวใจเต้นเร็วมาก แต่พอถึงสัปดาห์ที่สามและสี่ ปริมาณพลาสมาในเลือดจะเพิ่มขึ้น ทำให้ชีพจรในห้องต่ำลงที่อุณหภูมิเท่าเดิม

ผลพลอยได้ที่คนไม่ค่อยรู้คือ การปรับตัวนี้ทำให้คุณวิ่งกลางแจ้งในอากาศร้อนได้ดีขึ้นด้วย เพราะร่างกายระบายความร้อนได้มีประสิทธิภาพขึ้น

ระยะเวลาสิ่งที่เปลี่ยนไป
สัปดาห์ที่ 1เหงื่อออกช้า ทนได้ไม่นาน หัวใจเต้นเร็ว
สัปดาห์ที่ 2เหงื่อออกเร็วขึ้น เริ่มทนได้นานขึ้น
สัปดาห์ที่ 3ปริมาณพลาสมาเพิ่มขึ้น ชีพจรในห้องต่ำลง
สัปดาห์ที่ 4ทนความร้อนได้ดีขึ้นชัดเจน ทั้งในห้องและกลางแจ้ง
หยุดไป 2 ถึง 3 สัปดาห์การปรับตัวเริ่มหายไป ต้องเริ่มไต่ใหม่
  • วัดความก้าวหน้าจากชีพจรในห้อง ที่อุณหภูมิเท่าเดิม ชีพจรควรต่ำลง
  • ไม่ใช่จากเวลาที่ทนได้ เพราะเวลาที่ทนได้ขึ้นกับอารมณ์และการนอนด้วย
  • จดทุกสัปดาห์ อุณหภูมิ เวลา และชีพจรตอนออกจากห้อง

อยากมีห้องซาวน่าที่บ้าน แต่ไม่รู้จะเลือกแบบไหน

ถ้าเป้าหมายคือฟื้นฟูหลังซ้อมและใช้ได้ทุกวัน อินฟราเรดตอบโจทย์กว่า เพราะอุ่นเครื่องเร็ว ค่าไฟต่ำ และเสียบปลั๊กบ้านได้ในหลายรุ่น แต่ถ้าต้องการความร้อนจัดแบบดั้งเดิม ต้องเตรียมระบบไฟฟ้าเฉพาะ

ตาราง อบซาวน่า 4 สัปดาห์ ไต่ระดับอุณหภูมิและเวลา

ตารางทั้งสัปดาห์ ตัวอย่างสำหรับคนซ้อม 4 วัน

เอาไปใช้ได้เลย ปรับตามวันที่ซ้อมจริง หลักคือวันเล่นเวทใช้ความร้อน วันคาร์ดิโอใช้ได้ทั้งร้อนและเย็น

ทำไมวันเล่นเวทถึงเหมาะกับความร้อน

เพราะความร้อนไม่ปิดสัญญาณการอักเสบเฉียบพลันที่ร่างกายใช้บอกให้สร้างกล้ามเนื้อ ต่างจากความเย็นที่ปิดสัญญาณนั้น

วันกิจกรรม อบซาวน่า เวลา
จันทร์เวทท่อนล่าง อบซาวน่า 20 นาที
อังคารคาร์ดิโอไม่อบไม่มี
พุธเวทท่อนบน อบซาวน่า 20 นาที
พฤหัสพัก อบซาวน่า 15 นาที
ศุกร์เวทเต็มตัว อบซาวน่า 20 นาที
เสาร์คาร์ดิโอเบาไม่อบไม่มี
อาทิตย์พัก อบซาวน่า 15 นาที
  1. เลือกเป้าหมายหลักหนึ่งอย่างจากตารางแยกตามเป้าหมาย
  2. จองเวลา 2 วันในสัปดาห์นี้
  3. เตรียมน้ำ ผ้าเช็ดตัว และนาฬิกาจับเวลา
  4. ครั้งแรกอบแค่ 8 ถึง 10 นาที ไม่ต้องฝืน
  5. จดว่ารู้สึกยังไง และคืนนั้นนอนหลับดีขึ้นไหม

อบซาวน่า ในอากาศร้อนของไทย ต่างจากประเทศหนาวยังไง

อากาศไทยร้อนชื้นตลอดปี ร่างกายจึงมีภาระระบายความร้อนสูงกว่าคนในประเทศหนาวอยู่แล้ว ต้องปรับตัวเลขลง

ทำไมต้องลดเวลาลง 20%

ก่อนที่คุณจะก้าวเข้าห้อง ร่างกายคุณกำลังระบายความร้อนอยู่แล้วจากอากาศภายนอกที่สามสิบสี่องศาและความชื้นเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ นี่คือภาระที่คนในประเทศหนาวไม่มี

เมื่อคุณเพิ่มความร้อนจากห้องเข้าไปอีก ภาระรวมจึงสูงกว่า และนี่คือเหตุผลที่ควรลดเวลาลงประมาณยี่สิบเปอร์เซ็นต์จากตัวเลขมาตรฐาน โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่ร้อนที่สุด

ปัจจัยประเทศหนาวประเทศไทยต้องปรับอะไร
อุณหภูมิภายนอก0 ถึง 15°C30 ถึง 36°Cลดเวลาอบลงประมาณ 20%
ความชื้นต่ำสูง 60 ถึง 90%ระบายเหงื่อยากขึ้น
ภาระของร่างกายก่อนเข้าต่ำสูงอยู่แล้วต้องดื่มน้ำมากกว่า
เวลาฟื้นตัวหลังออกสั้นนานกว่าพักในห้องแอร์
ความเสี่ยงขาดน้ำต่ำสูงกว่าชั่งน้ำหนักก่อนและหลัง
  • อย่าอบตอนบ่ายวันที่อากาศ 36 องศา ร่างกายร้อนอยู่แล้วก่อนเข้า
  • อย่าเข้าห้องแอร์ 18 องศาทันทีหลังออก ความดันแกว่งแรง
  • อย่าดื่มน้ำเย็นจัดรวดเดียวหลังออก จิบน้ำอุณหภูมิห้องแทน
  • อย่าอบต่อจากการวิ่งกลางแดด เสี่ยงภาวะร้อนเกิน

ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับคนไทย เช้าตรู่หรือหลังพระอาทิตย์ตก เพราะร่างกายไม่ต้องแบกภาระความร้อนจากภายนอกมาก่อน

วัดว่าได้ผลจริงไหม ไม่ใช่แค่รู้สึกดี

ความรู้สึกสบายหลังอบไม่ใช่ตัวชี้วัด เพราะมันมาจากเอนดอร์ฟินซึ่งเกิดขึ้นทุกครั้งไม่ว่าคุณจะได้ประโยชน์ระยะยาวหรือไม่

สี่ตัวเลขที่บอกความจริง

ตัวชี้วัดที่ตรงที่สุดคือชีพจรขณะพักตอนเช้า ซึ่งควรลดลงเมื่อระบบหัวใจแข็งแรงขึ้น ตัวที่สองคือจำนวนวันที่ยังปวดหลังซ้อมหนัก ซึ่งควรสั้นลง

สองตัวนี้วัดง่ายและไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย นอกจากนาฬิกาและสมุดจด

ตัวชี้วัดวัดยังไงควรดีขึ้นเมื่อไหร่
ชีพจรขณะพักตอนเช้าวัดก่อนลุกจากเตียง4 ถึง 8 สัปดาห์
จำนวนวันที่ปวดหลังซ้อมหนักนับวัน2 ถึง 4 สัปดาห์
คุณภาพการนอนให้คะแนน 1 ถึง 102 ถึง 4 สัปดาห์
เวลาที่ทนอยู่ในห้องได้จับเวลา3 ถึง 4 สัปดาห์
ชีพจรตอนออกจากห้องวัดทันทีที่ออก4 ถึง 6 สัปดาห์

ดูแลรักษาห้องซาวน่า ให้อยู่ได้นาน

ความชื้นและเหงื่อคือศัตรูของไม้ ถ้าไม่ดูแล ห้องจะมีกลิ่นภายในไม่กี่เดือน และไม้จะเสื่อมเร็วกว่าที่ควรหลายปี

สิ่งเดียวที่ต้องทำทุกครั้ง

ปูผ้าเช็ดตัวก่อนนั่งเสมอ นี่คือสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด เพราะเหงื่อที่ซึมลงไปในเนื้อไม้โดยตรง คือสาเหตุของกลิ้นและเชื้อราแทบทั้งหมด

ข้อที่สองคือเปิดประตูระบายความชื้นสิบห้าถึงสามสิบนาทีหลังใช้ ซึ่งใช้เวลาเป็นศูนย์เพราะคุณแค่เปิดประตูทิ้งไว้

ทำอะไรความถี่ป้องกันอะไร
ปูผ้าเช็ดตัวก่อนนั่งทุกครั้งเหงื่อซึมลงไม้
เช็ดม้านั่งด้วยผ้าชุบน้ำหมาดทุกครั้งหลังใช้คราบเหงื่อฝังในไม้
เปิดประตูระบายความชื้นทุกครั้งหลังใช้ 15 ถึง 30 นาทีเชื้อรา
ทำความสะอาดพื้นทุกสัปดาห์กลิ่น
ตรวจฮีตเตอร์หรือแผงอินฟราเรดทุก 3 เดือนประสิทธิภาพลดลงโดยไม่รู้ตัว
ตรวจสายไฟและเทอร์โมสตัททุก 6 เดือนความปลอดภัย

ครั้งแรกในชีวิต ต้องรู้อะไรบ้าง

ประสบการณ์ครั้งแรกกำหนดว่าคุณจะทำต่อหรือเลิก ทำให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก แล้วโอกาสที่จะทำต่อจะสูงขึ้นมาก

สามถึงห้านาทีแรกจะรู้สึกอึดอัด

นี่เป็นเรื่องปกติและเกิดกับทุกคน ร่างกายกำลังตกใจกับความร้อนที่ไม่คุ้นเคย และสมองกำลังส่งสัญญาณให้คุณออกไป ถ้าคุณผ่านช่วงนี้ไปได้ ห้านาทีถัดไปจะรู้สึกดีขึ้นอย่างชัดเจน

สิ่งที่ช่วยได้มากคือการหายใจช้าและลึกทางจมูก แทนที่จะหายใจตื้นและเร็ว การหายใจตื้นทำให้ความรู้สึกอึดอัดรุนแรงขึ้นโดยไม่จำเป็น

นั่งชั้นล่างก่อนเสมอ

ในห้องแบบดั้งเดิม อุณหภูมิระหว่างชั้นล่างกับชั้นบนต่างกันได้ถึงสิบห้าถึงยี่สิบองศา เพราะอากาศร้อนลอยขึ้นข้างบน คนที่ขึ้นไปนั่งชั้นบนสุดตั้งแต่นาทีแรก มักทนได้ไม่ถึงห้านาที

ให้เริ่มจากชั้นล่างสุด อยู่สักห้านาที แล้วค่อยขยับขึ้นถ้ายังไหว วิธีนี้ทำให้คุณอยู่ได้นานขึ้นและได้ประโยชน์มากกว่า

เหงื่อจะเริ่มออกตอนนาทีที่สามถึงหก

ถ้าเหงื่อยังไม่ออกในนาทีที่ห้า ไม่ต้องกังวลและไม่ต้องเพิ่มอุณหภูมิ ร่างกายแต่ละคนตอบสนองไม่เท่ากัน และคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายมักเหงื่อออกช้ากว่า

สิ่งที่จะเปลี่ยนไปเมื่อคุณอบต่อเนื่องสองถึงสามสัปดาห์ คือเหงื่อจะเริ่มออกเร็วขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังปรับตัวได้ดีขึ้น

contrast therapy คืออะไร และทำไมถึงต่างจากการอบอย่างเดียว

การสลับร้อนเย็นทำให้หลอดเลือดหดและขยายสลับกัน เหมือนการปั๊มเลือดผ่านกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นกลไกที่การอบอย่างเดียวให้ไม่ได้

กลไกที่อยู่เบื้องหลัง

เมื่อคุณอยู่ในห้องร้อน หลอดเลือดจะขยายตัวและเลือดไหลเวียนไปที่ผิวหนังมากขึ้น เมื่อคุณลงน้ำเย็นทันที หลอดเลือดจะหดตัวและเลือดถูกดันกลับเข้าสู่แกนกลาง

การสลับไปมานี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทำให้เกิดผลคล้ายการปั๊ม ซึ่งช่วยเร่งการนำของเสียออกจากกล้ามเนื้อ และเป็นกลไกที่การอยู่ในห้องร้อนเฉย ๆ ให้ไม่ได้

ใครควรลองและใครไม่ควร

คนสุขภาพดีที่ต้องการฟื้นตัวเร็วหลังซ้อมหนัก คือกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจาก contrast therapy แต่คนที่มีความดันสูงหรือโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะการเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างฉับพลันทำให้ความดันแกว่งแรง

อีกกลุ่มที่ควรระวังคือคนที่กำลังเน้นสร้างกล้ามเนื้อ เพราะส่วนของความเย็นอาจลดสัญญาณการสร้างกล้ามเนื้อได้ ถ้าทำทันทีหลังเล่นเวทหนัก

กฎเหล็กของ contrast therapy ร้อนก่อนเย็นเสมอ และจบด้วยความเย็น แล้วปล่อยให้ร่างกายอุ่นขึ้นเอง อย่ารีบอาบน้ำร้อนทันที

ใครได้ประโยชน์มากที่สุดจากการ อบซาวน่า

บางกลุ่มเห็นผลชัดกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญ และการรู้ว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน ช่วยให้เลือกประเภทห้องและตารางได้ตรงกว่า

คนทำงานออฟฟิศได้ประโยชน์มากกว่าที่คิด

สิ่งที่ควรระวังสำหรับกลุ่มนี้คือ อย่าใช้ห้องซาวน่าเป็นตัวแทนของการขยับร่างกาย เพราะความร้อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงได้จริง แต่มันไม่ได้แก้ต้นเหตุ ซึ่งคือการนั่งท่าเดิมนานเกินไป การลุกขึ้นเดินทุกชั่วโมงยังจำเป็นอยู่

คนที่นั่งทำงานวันละแปดถึงสิบชั่วโมง มักมีกล้ามเนื้อคอ บ่า และหลังที่ตึงเรื้อรังจากการอยู่ท่าเดิมนาน ๆ ความร้อนช่วยคลายกล้ามเนื้อกลุ่มนี้ได้ดี และการเพิ่มการไหลเวียนเลือดช่วยนำของเสียที่สะสมออกไป

กลุ่มนี้มักเห็นผลเร็วกว่ากลุ่มนักกีฬาด้วยซ้ำ เพราะจุดเริ่มต้นของพวกเขาแย่กว่า จึงมีช่องว่างให้ดีขึ้นมากกว่า

คนนอนไม่หลับควรลองก่อนจะพึ่งยา

การอบก่อนนอนหนึ่งถึงสองชั่วโมง ช่วยเรื่องการนอนผ่านกลไกที่ตรงไปตรงมา คือทำให้อุณหภูมิแกนกลางลดลงในช่วงที่คุณกำลังจะเข้านอน ซึ่งเป็นสัญญาณธรรมชาติที่ร่างกายใช้

นี่ไม่ใช่วิธีที่ได้ผลกับทุกคน แต่เป็นวิธีที่ไม่มีผลข้างเคียงและลองได้ฟรีถ้าคุณมีห้องอยู่แล้ว

กลุ่มได้ประโยชน์อะไรมากที่สุดประเภทที่แนะนำ
นักกีฬาซ้อมหนักฟื้นตัวเร็วขึ้นอินฟราเรด
คนทำงานออฟฟิศปวดคอบ่าคลายกล้ามเนื้ออินฟราเรด
คนนอนหลับยากคุณภาพการนอนอินฟราเรด
คนความดันสูงที่คุมได้ความดันลดลงแบบดั้งเดิม ปรึกษาแพทย์ก่อน
ผู้สูงอายุปวดข้อลดปวดอินฟราเรด
คนเครียดสะสมผ่อนคลายไอน้ำหรืออินฟราเรด

อุณหภูมิที่ควรตั้ง แยกตามระดับ

อย่าตั้งอุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่วันแรก ร่างกายต้องการเวลาปรับตัวเหมือนการฝึกซ้อม และการฝืนทำให้คุณเลิกเร็วขึ้น

เพิ่มทีละอย่าง อย่าเพิ่มพร้อมกัน

ในทางปฏิบัติ นี่แปลว่าคุณจะใช้เวลาประมาณสองเดือนกว่าจะไปถึงระดับที่ตารางเรียกว่าใช้จริง ซึ่งฟังดูช้า แต่คนที่รีบไปถึงในสองสัปดาห์ มักเลิกไปในเดือนที่สอง เพราะร่างกายไม่ได้ปรับตัวทัน

กฎเดียวที่ต้องจำคือ อย่าเพิ่มทั้งอุณหภูมิและเวลาพร้อมกันในสัปดาห์เดียว ถ้าจะเพิ่มอุณหภูมิ ให้คงเวลาไว้เท่าเดิม และถ้าจะเพิ่มเวลา ให้คงอุณหภูมิไว้

การเปลี่ยนทีละอย่างทำให้คุณรู้ว่าอะไรทำให้รู้สึกแย่ลง ถ้ามีอะไรผิดปกติ และทำให้ร่างกายปรับตัวได้ทันโดยไม่เกิดอาการล้าสะสม

สัปดาห์อินฟราเรดแบบดั้งเดิมเวลา
145 ถึง 48°C65 ถึง 70°C8 ถึง 10 นาที
248 ถึง 52°C70 ถึง 75°C10 ถึง 12 นาที
352 ถึง 56°C75 ถึง 80°C12 ถึง 15 นาที
455 ถึง 60°C80 ถึง 85°C15 ถึง 20 นาที
5 ขึ้นไป55 ถึง 60°C80 ถึง 90°C15 ถึง 25 นาที
  • สัปดาห์นี้เพิ่มอุณหภูมิ ให้คงเวลาไว้เท่าเดิม
  • สัปดาห์หน้าเพิ่มเวลา ให้คงอุณหภูมิไว้เท่าเดิม
  • ถ้ารู้สึกล้าผิดปกติ ให้ถอยกลับไปที่สัปดาห์ก่อนหน้า

กินอะไรก่อนและหลัง และเรื่องเกลือแร่ที่คนลืม

อาหารและเกลือแร่มีผลต่ออาการหน้ามืดมากกว่าที่คนคิด และการดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียวหลังเสียเหงื่อมาก อาจยังไม่พอ

น้ำเปล่าอย่างเดียวอาจไม่พอ

เมื่อคุณเสียเหงื่อสองลิตร คุณไม่ได้เสียแค่น้ำ แต่เสียโซเดียมและเกลือแร่อื่นไปด้วย การดื่มน้ำเปล่าจำนวนมากโดยไม่ชดเชยเกลือแร่ อาจทำให้ความเข้มข้นของโซเดียมในเลือดเจือจางลง

ในกรณีทั่วไปที่คุณกินอาหารปกติ ร่างกายจะปรับสมดุลได้เอง แต่ถ้าคุณซ้อมหนักและ อบซาวน่า ติดกันหลายวัน ควรเพิ่มเกลือแร่หรือกินอาหารที่มีโซเดียมบ้าง

อย่าอบตอนท้องว่างมาก

การอบตอนท้องว่างจัด ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำอยู่แล้ว เมื่อเจอความร้อนที่ทำให้ความดันตก อาการหน้ามืดจึงเกิดง่ายกว่ามาก ทางที่ดีคือกินอาหารเบา ๆ ก่อนหนึ่งถึงสองชั่วโมง

ในทางกลับกัน การอบตอนอิ่มจัดก็ไม่ดีเช่นกัน เพราะเลือดจะไปเลี้ยงระบบย่อยอาหาร ทำให้รู้สึกอึดอัดและคลื่นไส้ได้ง่าย

ช่วงเวลาควรกินไม่ควรกิน
1 ถึง 2 ชั่วโมงก่อนอาหารเบา คาร์บย่อยง่ายอาหารมันจัด หรืออิ่มมาก
30 นาทีก่อนน้ำเปล่า 300 ถึง 500 มล.แอลกอฮอล์ กาแฟปริมาณมาก
ระหว่างอบจิบน้ำได้ถ้าจำเป็นไม่ควรกินอาหาร
ทันทีหลังออกน้ำและเกลือแร่น้ำเย็นจัดปริมาณมากรวดเดียว
30 ถึง 60 นาทีหลังโปรตีน 20 ถึง 30 กรัมอาหารหนักมาก

เหงื่อกับการขับสารพิษ ข้อเท็จจริง

ประเด็นนี้ถูกใช้ทางการตลาดเยอะมาก จึงควรแยกให้ชัดว่าอะไรจริงอะไรเกินจริง ก่อนที่คุณจะจ่ายเงินเพราะเหตุผลที่ผิด

ตับและไตทำหน้าที่หลัก ไม่ใช่ผิวหนัง

อีกประเด็นที่ควรพูดตรง ๆ คือ ถ้าใครขายห้องซาวน่าให้คุณโดยใช้เหตุผลเรื่องการขับสารพิษเป็นจุดขายหลัก นั่นเป็นสัญญาณว่าเขาไม่ได้อ้างอิงจากหลักฐาน และคุณควรตั้งคำถามกับข้อมูลอื่นที่เขาให้มาด้วย

การกำจัดของเสียออกจากร่างกาย เป็นหน้าที่หลักของตับและไต ซึ่งทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่แล้ว เหงื่อเป็นช่องทางรอง และสัดส่วนของสิ่งที่ถูกขับออกทางเหงื่อ น้อยกว่าที่การตลาดทำให้เชื่อมาก

สิ่งที่ควรเป็นเหตุผลในการอบจริง ๆ คือผลต่อระบบหัวใจ การฟื้นตัว การนอน และการผ่อนคลาย ซึ่งทั้งหมดนี้มีหลักฐานหนักแน่นกว่าเรื่องการขับสารพิษมาก

ข้ออ้างข้อเท็จจริง
เหงื่อขับสารพิษออกได้เป็นหลักไม่จริง ตับและไตทำหน้าที่หลัก
ยิ่งเหงื่อออกมากยิ่งดีไม่จำเป็น เหงื่อมากแปลว่าเสียน้ำมาก
เหงื่อออกแล้วผิวใสการไหลเวียนเลือดมีส่วน แต่ต้องล้างหน้าหลังอบ
ห้ามอาบน้ำหลังอบ เพราะสารพิษจะซึมกลับไม่จริง ควรอาบน้ำล้างเหงื่อ

เด็กและผู้สูงอายุ ต้องปรับตัวเลขลงแค่ไหน

สองกลุ่มนี้ควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ทั่วไป ต้องลดทั้งอุณหภูมิและเวลาลงอย่างมาก และต้องมีคนอยู่ด้วยเสมอ

เด็กเสียน้ำเร็วกว่าผู้ใหญ่

เด็กมีพื้นที่ผิวต่อน้ำหนักตัวสูงกว่าผู้ใหญ่ ทำให้เสียความร้อนและเสียน้ำเร็วกว่า และระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ในเด็กเล็ก

ผลคือเด็กอาจเข้าสู่ภาวะร้อนเกินได้เร็วกว่าผู้ใหญ่มาก โดยที่ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองไม่ไหว จึงต้องมีผู้ใหญ่คอยดูตลอดเวลา

ผู้สูงอายุรับรู้ความร้อนได้ช้ากว่า

ข้อแนะนำที่ใช้ได้กับทั้งสองกลุ่มคือ ให้เริ่มจากครึ่งหนึ่งของเวลาที่ตารางแนะนำ แล้วสังเกตอาการในวันถัดไป ถ้าไม่มีอาการล้าผิดปกติ ค่อยเพิ่มขึ้นทีละสองถึงสามนาทีต่อสัปดาห์ วิธีนี้ช้ากว่าที่หลายคนอยากได้ แต่ปลอดภัยกว่ามาก

เมื่ออายุมากขึ้น การรับรู้อุณหภูมิและการตอบสนองด้วยการหลั่งเหงื่อจะช้าลง ทำให้ผู้สูงอายุอาจอยู่ในห้องนานเกินไปโดยไม่รู้สึกว่าร้อนเกิน

ทางที่ปลอดภัยคือตั้งเวลาให้ชัดเจนและออกเมื่อครบเวลาเสมอ ไม่ใช้ความรู้สึกเป็นตัวตัดสิน

กลุ่มอุณหภูมิสูงสุดเวลาสูงสุดข้อควรระวัง
เด็กต่ำกว่า 6 ปีไม่แนะนำไม่มีระบบควบคุมอุณหภูมิยังไม่สมบูรณ์
เด็ก 6 ถึง 12 ปี45 ถึง 50°C5 นาทีต้องมีผู้ใหญ่อยู่ด้วยตลอด
วัยรุ่น50 ถึง 60°C10 ถึง 15 นาทีดื่มน้ำให้พอ
ผู้สูงอายุ 60 ถึง 70 ปี50 ถึง 55°C10 ถึง 15 นาทีปรึกษาแพทย์ถ้ามีโรคประจำตัว
ผู้สูงอายุเกิน 70 ปี45 ถึง 50°C8 ถึง 10 นาทีต้องมีคนดูแล

บทความนี้เขียนโดย...


โค้ชปูแน่น

โค้ชปูแน่น (ปู จักรินทร์ บุญลาภ)


เป็น CEO และที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทีมเทรนเนอร์ในฟิตเนสของตัวเองที่ Real Gym ซาฟารีเวิลด์ รวมถึงแบรนด์อาหารเสริม และที่ปรึกษาด้าน Training Quality ให้กับทีมเทรนเนอร์ของ Sport club และฟิตเนสชั้นนำ

โปรไฟล์โค้ชปูแน่น

บทความทั้งหมด




ติดต่อเรา ร้านขายเครื่องออกกำลังกาย Homefittools