คนที่บอกว่า แสงบำบัด ไม่ได้ผล ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ผิดเพราะขี้เกียจ แต่เพราะไม่มีใครบอกตัวเลขที่ถูกต้อง ยืนไกลเกินไป ใช้สั้นเกินไป หรือเลิกก่อนถึงสัปดาห์ที่แปด สามอย่างนี้ทำให้ผลลัพธ์เป็นศูนย์ ทั้งที่เครื่องทำงานปกติ
คำถามที่ค้นหากันมากที่สุดคือ วิธีใช้ red light therapy ให้ได้ผลจริงต้องทำยังไง ต้องยืนห่างเท่าไหร่ ใช้ครั้งละกี่นาที และทำสัปดาห์ละกี่ครั้ง บทความนี้ตอบทั้งสามข้อด้วยตัวเลขที่ใช้ได้ทันที
แสงบำบัด ที่ใช้ผิดวิธี ให้ผลเท่ากับไม่ได้ใช้เลย และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่ที่ซื้อเครื่องมาแล้วเลิกไปในเดือนที่สอง
ถ้าคุณมาถึงบทความนี้ แปลว่าคุณน่าจะรู้อยู่แล้วว่า แสงบำบัด คือการใช้แสงสีแดงและอินฟราเรดใกล้ส่องผิวหนัง สิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ ไม่ใช่คำอธิบายซ้ำ แต่คือตัวเลขที่ใช้ได้
บทความนี้จึงข้ามส่วนอธิบายทฤษฎีไปเกือบทั้งหมด และลงไปที่คำถามที่คนถามจริงคือ ยืนห่างเท่าไหร่ ใช้กี่นาที ทำสัปดาห์ละกี่ครั้ง และเมื่อไหร่ถึงจะเห็นผล
สามตัวเลขที่ตัดสินทุกอย่าง
ระยะห่าง เวลา และความถี่ ถ้าสามอย่างนี้ไม่ครบ ต่อให้เครื่องดีแค่ไหนก็ไม่ได้ผล และถ้าครบทั้งสามอย่าง เครื่องระดับกลางก็ให้ผลได้
แสงบำบัด ต่างจากการออกกำลังกายตรงที่ ทำมากขึ้นไม่ได้แปลว่าได้ผลมากขึ้น มันมีช่วงที่เหมาะสม และเกินช่วงนั้นไปแล้ว ผลจะลดลง
แสงบำบัด เป็นหนึ่งในไม่กี่วิธี ที่การทำมากเกินไปให้ผลแย่กว่าการทำพอดี ซึ่งขัดกับสัญชาตญาณของคนส่วนใหญ่
จุดที่คนไทยพลาดบ่อยที่สุดคือคิดว่ายิ่งส่องนานยิ่งดี ตรรกะนี้ใช้ได้กับหลายอย่าง แต่ไม่ใช่กับ แสงบำบัด เพราะมันมีลักษณะที่เรียกว่า biphasic dose response
แปลง่าย ๆ คือ ผลจะเพิ่มขึ้นตามขนาดพลังงานจนถึงจุดหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นผลจะเริ่มลดลง ไม่ใช่คงที่ การส่งสี่สิบนาทีจึงไม่ได้ผลดีกว่าสิบห้านาที และในบางกรณีอาจแย่กว่าด้วยซ้ำ
สิ่งที่ต้องเลิกเชื่อ ยิ่งนานยิ่งดี ยิ่งใกล้ยิ่งดี และยิ่งบ่อยยิ่งดี ทั้งสามข้อผิดหมด แสงบำบัด มีช่วงที่เหมาะสม และเกินช่วงนั้นไปแล้ว ผลจะลดลง
| ตัวแปร | ค่าที่ถูกต้อง | ถ้าน้อยเกินไป | ถ้ามากเกินไป |
|---|---|---|---|
| ระยะห่าง | 15 ถึง 30 ซม. เฉพาะจุด | พลังงานล้นเกิน | พลังงานไม่ถึงเซลล์ |
| เวลาต่อครั้ง | 10 ถึง 20 นาที | ไม่ถึงเกณฑ์กระตุ้น | ผลเริ่มลดลง |
| ความถี่ | 3 ถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์ | สะสมไม่พอ | ไม่ได้ผลเพิ่ม อาจระคายเคือง |
| ระยะเวลาต่อเนื่อง | 8 ถึง 12 สัปดาห์ | ยังไม่เห็นผล | ไม่มีข้อเสีย |
ความเข้มแสงลดลงตามกำลังสองของระยะทาง ยืนไกลขึ้นเป็นสองเท่า ได้พลังงานเหลือแค่หนึ่งในสี่ ไม่ใช่ครึ่งเดียวอย่างที่หลายคนคิด
ระยะห่างคือตัวแปรที่คนใช้ แสงบำบัด พลาดมากที่สุด เพราะไม่มีใครคิดว่ามันสำคัญขนาดนี้
คนที่ใช้ แสงบำบัด แล้วไม่เห็นผล กว่าครึ่งมีปัญหาเดียวกันคือยืนไกลเกินไป โดยที่ไม่เคยวัดระยะจริงเลยสักครั้ง
สมมติคุณยืนห่างจากแผงสิบห้าเซนติเมตร แล้วรู้สึกว่าอยากถอยออกมาหน่อยเพราะร้อน คุณถอยไปที่สามสิบเซนติเมตร ระยะเพิ่มขึ้นสองเท่า แต่พลังงานที่ผิวได้รับ ลดลงเหลือแค่ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์
นี่คือเหตุผลที่คนสองคนใช้เครื่องรุ่นเดียวกัน เวลาเท่ากัน แต่ได้ผลต่างกันคนละขั้ว เพราะคนหนึ่งยืนใกล้ อีกคนยืนไกล และไม่มีใครวัดระยะจริง
วัดด้วยไม้บรรทัด อย่ากะด้วยสายตา คนส่วนใหญ่ประเมินระยะคลาดเคลื่อน 10 ถึง 20 เซนติเมตร ซึ่งเปลี่ยนพลังงานที่ได้รับไปเกือบเท่าตัว
| ระยะห่าง | ความเข้มแสงโดยประมาณ | เวลาที่ต้องใช้ | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| 10 ซม. | สูงมาก | 5 ถึง 8 นาที | จุดเล็ก เช่น ข้อเข่า |
| 15 ซม. | สูง | 8 ถึง 12 นาที | ใบหน้า ไหล่ |
| 30 ซม. | ปานกลาง | 12 ถึง 20 นาที | หลัง ต้นขา |
| 60 ซม. | ต่ำ | 20 ถึง 25 นาที | ครึ่งตัว |
| 90 ซม. | ต่ำมาก | 25 ถึง 30 นาที | ทั้งตัว |
แสงสีแดงกับอินฟราเรดใกล้ทะลุลึกไม่เท่ากัน เลือกผิดคือส่องไม่ถึงจุดที่มีปัญหา และนี่คือสาเหตุที่คนใช้เครื่องสำหรับผิวมาแก้ปวดเข่าแล้วไม่ได้ผล
เครื่อง แสงบำบัด ที่มีแต่แสงสีแดง กับเครื่องที่มีอินฟราเรดใกล้ด้วย ใช้แก้ปัญหาคนละแบบ และนี่คือจุดที่คนซื้อผิดประเภทบ่อยที่สุด
แสงสีแดงที่ตาเรามองเห็น ทะลุลงไปได้แค่หนึ่งถึงสามมิลลิเมตร ซึ่งครอบคลุมชั้นผิวหนังและหลอดเลือดฝอย นั่นทำให้มันเหมาะกับปัญหาผิว สิว ริ้วรอย และผมร่วง
ส่วนอินฟราเรดใกล้ที่ตามองไม่เห็น ทะลุลงไปได้สี่ถึงสิบมิลลิเมตร ถึงกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และกระดูก จึงเหมาะกับอาการปวดและการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
เครื่องที่มองไม่เห็นแสงไม่ได้แปลว่าเสีย อินฟราเรดใกล้เป็นแสงที่ตามนุษย์มองไม่เห็น หลายคนคิดว่าเครื่องพัง ทั้งที่มันทำงานปกติ
| ความยาวคลื่น | ทะลุลึก | เหมาะกับ | เห็นผลใน |
|---|---|---|---|
| 630 nm | 1 ถึง 2 มม. | ผิวชั้นนอก สิว รอยแดง | 4 ถึง 6 สัปดาห์ |
| 660 nm | 2 ถึง 3 มม. | คอลลาเจน ริ้วรอย แผลเป็น | 6 ถึง 12 สัปดาห์ |
| 810 nm | 3 ถึง 5 มม. | เส้นประสาท | 8 ถึง 12 สัปดาห์ |
| 830 nm | 4 ถึง 7 มม. | กล้ามเนื้อ การอักเสบ | 4 ถึง 8 สัปดาห์ |
| 850 nm | 5 ถึง 10 มม. | ข้อต่อ กระดูก ปวดลึก | 6 ถึง 12 สัปดาห์ |
เริ่มเบาแล้วค่อยเพิ่ม เพราะผิวและเนื้อเยื่อต้องปรับตัว การอัดหนักตั้งแต่วันแรกทำให้ผิวแดงและระคายเคือง แล้วคุณจะเลิกไปก่อนเห็นผล
ตารางสี่สัปดาห์ของ แสงบำบัด ออกแบบมาเพื่อให้คุณอยู่กับมันได้นานพอที่จะเห็นผล ไม่ใช่เพื่อให้ได้ผลเร็วที่สุด
การเริ่มใช้ แสงบำบัด ด้วยเวลาเต็มที่ตั้งแต่วันแรก ทำให้ผิวแดงและแห้ง ซึ่งเป็นสาเหตุที่หลายคนเลิกไปตั้งแต่สัปดาห์แรก
หลายคนคิดว่าแสงไม่มีความร้อน ไม่มีแรงกระแทก จึงไม่จำเป็นต้องไต่ระดับเหมือนการออกกำลังกาย ความจริงคือผิวหนังตอบสนองต่อพลังงานแสงเช่นกัน และการอัดหนักตั้งแต่วันแรกทำให้เกิดผิวแดงและแห้งได้
การไต่ระดับสี่สัปดาห์ ทำให้ร่างกายปรับตัวได้ทัน และทำให้คุณอยู่กับมันได้นานพอที่จะเห็นผลจริง
| สัปดาห์ | เวลาต่อครั้ง | ระยะห่าง | ความถี่ | เป้าหมายของสัปดาห์นั้น |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 8 ถึง 10 นาที | 25 ถึง 30 ซม. | 3 ครั้ง | ให้ร่างกายปรับตัว |
| 2 | 12 ถึง 15 นาที | 20 ถึง 25 ซม. | 3 ถึง 4 ครั้ง | เริ่มสะสมผล |
| 3 | 15 ถึง 20 นาที | 15 ถึง 20 ซม. | 4 ครั้ง | เข้าสู่ขนาดใช้จริง |
| 4 | 15 ถึง 20 นาที | 15 ถึง 20 ซม. | 4 ถึง 5 ครั้ง | คงระดับต่อเนื่อง |
หลังสัปดาห์ที่ 4 ทำอะไรต่อ ให้คงระดับนี้ต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 8 สัปดาห์ เพราะงานวิจัยส่วนใหญ่ที่เห็นผลชัด ใช้เวลาสะสม 8 ถึง 12 สัปดาห์ ไม่ใช่ 2 ถึง 3 สัปดาห์
เป้าหมายต่างกัน ตำแหน่งที่ส่อง ความยาวคลื่นที่เน้น และช่วงเวลาที่ควรใช้ ต่างกันหมด อย่าใช้ตารางเดียวกับทุกปัญหา
คนที่ใช้ แสงบำบัด แล้วได้ผลจริง มักมีเป้าหมายเดียวที่ชัดเจน ไม่ใช่คนที่หวังทุกอย่างพร้อมกัน
ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือ คนอยากได้ทุกอย่างพร้อมกัน ทั้งผิวดีขึ้น ปวดข้อหาย นอนหลับดี และฟื้นตัวเร็ว แล้วก็ใช้แบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ จนไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง
ทางที่ได้ผลกว่ามากคือเลือกเป้าหมายหลักหนึ่งอย่าง ทำตามตารางของเป้าหมายนั้นให้ครบสิบสองสัปดาห์ แล้วค่อยเพิ่มเป้าหมายที่สอง
| เป้าหมาย | ตำแหน่งที่ส่อง | ความยาวคลื่นที่เน้น | เวลา | ความถี่ | ช่วงเวลาที่ดีที่สุด |
|---|---|---|---|---|---|
| ริ้วรอย ผิวกระชับ | ใบหน้า คอ | 630 ถึง 660 nm | 10 ถึง 12 นาที | 4 ถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์ | ก่อนนอน |
| สิวและรอยแดง | ใบหน้า | 630 nm | 8 ถึง 10 นาที | 3 ถึง 4 ครั้งต่อสัปดาห์ | เย็น |
| ผมร่วง | หนังศีรษะ | 650 ถึง 670 nm | 10 ถึง 15 นาที | 3 ถึง 4 ครั้งต่อสัปดาห์ | เช้าหรือเย็น |
| ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ | กล้ามเนื้อที่เพิ่งใช้ | 830 ถึง 850 nm | 12 ถึง 15 นาที | หลังซ้อมทุกครั้ง | ภายใน 2 ชม. หลังซ้อม |
| ปวดข้อ ข้อเข่า | ข้อที่ปวด | 850 nm | 15 ถึง 20 นาที | 5 ครั้งต่อสัปดาห์ | ตอนไหนก็ได้ |
| การนอนหลับ | ทั้งตัวหรือหน้าอก | 660 ถึง 850 nm | 15 ถึง 20 นาที | ทุกวัน | 1 ถึง 2 ชม. ก่อนนอน |
| พลังงานตอนเช้า | ทั้งตัว | 660 ถึง 850 nm | 10 ถึง 15 นาที | 4 ถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์ | เช้า |
แสงต้องถึงผิวจริง ไม่ใช่ถึงชั้นครีม ห้าข้อนี้ใช้เวลารวมไม่ถึงสามนาที แต่เป็นสามนาทีที่แยกคนที่เห็นผลออกจากคนที่ไม่เห็นผล
ก่อนใช้ แสงบำบัด ทุกครั้ง ผิวต้องสะอาดและเปล่า ไม่มีครีม ไม่มีเมกอัพ และไม่มีสารกันแดดเหลืออยู่
การใช้ แสงบำบัด บนผิวที่มีครีมกันแดด เท่ากับจ่ายเงินซื้อเครื่องมาเพื่อให้แสงถูกบล็อกทิ้งทั้งหมด
ครีมกันแดดถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนและดูดซับแสง นั่นคือหน้าที่ของมัน ดังนั้นการทาครีมกันแดดแล้วส่อง แสงบำบัด คือการจ่ายเงินซื้อเครื่องมาเพื่อให้แสงถูกบล็อกทิ้ง
เมกอัพ รองพื้น และครีมบำรุงที่มีสารกันแดดผสมอยู่ ก็ให้ผลแบบเดียวกัน ล้างออกก่อนเสมอ
ข้อ 5 คือข้อที่คนข้ามมากที่สุด และเป็นข้อที่มีผลมากที่สุด เพราะระยะที่คลาดเคลื่อน 15 เซนติเมตร เปลี่ยนพลังงานที่ได้รับไปเกือบเท่าตัว
| สิ่งที่อยู่บนผิว | แสงถึงผิวได้แค่ไหน |
|---|---|
| ผิวเปล่า สะอาด | เต็มที่ |
| มอยส์เจอไรเซอร์บาง | ลดลงเล็กน้อย |
| เมกอัพหรือรองพื้น | ลดลงมาก |
| ครีมกันแดด | แทบไม่ถึงเลย |
| เสื้อผ้าบาง | ลดลงมาก |
| เสื้อผ้าหนาหรือสีเข้ม | แทบไม่ถึงเลย |
ช่วงสามสิบนาทีหลังส่อง คือช่วงที่เซลล์ทำงานสูงสุด สิ่งที่คุณทำในช่วงนี้ ส่งผลต่อผลลัพธ์มากกว่าที่คิด
ช่วงหลังใช้ แสงบำบัด คือช่วงที่เซลล์ทำงานสูงสุด สิ่งที่คุณทำในสามสิบนาทีนั้น มีผลมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด
การอาบน้ำร้อนจัดทันทีหลังส่อง ทำให้หลอดเลือดขยายตัวอย่างรวดเร็วและรบกวนกระบวนการที่กำลังเกิดขึ้น ควรรออย่างน้อยสิบห้าถึงสามสิบนาที
ส่วนการทาครีมบำรุงหรือเซรั่ม ควรทำหลังส่องภายในห้าถึงสิบห้านาที เพราะเป็นช่วงที่ผิวดูดซึมได้ดีที่สุด
| ช่วงเวลา | ควรทำ | ไม่ควรทำ |
|---|---|---|
| ทันทีหลังส่อง | ดื่มน้ำ | อาบน้ำร้อนจัด |
| 5 ถึง 15 นาที | ทาครีมบำรุงหรือเซรั่ม | ขัดผิวหรือใช้กรดผลไม้เข้มข้น |
| 30 นาที | พักผ่อน หรือกิจกรรมเบา | ออกกำลังกายหนักทันทีถ้าใช้เพื่อผิว |
| 2 ชั่วโมง | กินโปรตีนถ้าใช้เพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ | ไม่มี |
ทุกข้อในหัวข้อนี้คือสิ่งที่เจอจริงกับคนที่ซื้อเครื่องมาแล้วบอกว่าใช้ไม่ได้ผล และเกือบทุกข้อแก้ได้ในวันเดียว
ความผิดพลาดในการใช้ แสงบำบัด แทบทั้งหมด ย้อนกลับไปที่สามข้อนี้ และทั้งสามข้อแก้ได้ในวันเดียว
อันดับหนึ่งคือยืนไกลเกินไป คนจำนวนมากยืนห่างหกสิบเซนติเมตรเพื่อส่องหน้า ทั้งที่ควรอยู่ที่สิบห้าถึงยี่สิบเซนติเมตร ผลคือพลังงานที่ได้รับเหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบของที่ควรได้
อันดับสองคือใช้แค่ห้านาที เพราะคิดว่าไม่มีเวลา แต่ห้านาทีที่ระยะไกล ให้พลังงานต่ำกว่าเกณฑ์ที่จะกระตุ้นเซลล์ได้เลย
อันดับสามคือใช้สัปดาห์ละครั้งเพราะลืม แล้วสรุปในเดือนที่สองว่าเครื่องไม่ได้ผล ทั้งที่ยังไม่ได้ใช้ครบสิบครั้งด้วยซ้ำ
| ความผิดพลาด | ผลที่เกิดขึ้น | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| ยืนไกลเกิน 60 ซม. สำหรับจุดเฉพาะ | พลังงานไม่ถึงเกณฑ์ | ขยับเข้ามา 15 ถึง 30 ซม. |
| ใช้แค่ 5 นาที | ไม่ถึงขนาดที่กระตุ้นเซลล์ | เพิ่มเป็น 10 ถึง 20 นาที |
| ใช้สัปดาห์ละครั้ง | ไม่สะสม | เพิ่มเป็น 3 ถึง 5 ครั้ง |
| ทาครีมกันแดดก่อนส่อง | แสงถูกบล็อกเกือบหมด | ล้างผิวให้สะอาดก่อน |
| ส่องผ่านเสื้อผ้า | แสงผ่านได้น้อยมาก | เปิดผิวบริเวณนั้น |
| ใช้ 2 สัปดาห์แล้วเลิก | ยังไม่ถึงเวลาที่เห็นผล | ให้เวลา 8 ถึง 12 สัปดาห์ |
| ส่องนาน 40 ถึง 60 นาที | ผลลดลง ไม่ได้เพิ่ม | คุมที่ 20 นาที |
| ใช้เครื่องความเข้มต่ำมาก | ต้องใช้เวลานานผิดปกติ | เลือกเครื่องที่ระบุค่าความเข้ม |
ตลาดมีเครื่องตั้งแต่ไม่กี่พันบาทถึงหลักแสน ความต่างอยู่ที่ตัวเลขห้าตัวนี้ ไม่ใช่ที่หน้าตาหรือแบรนด์
เครื่อง แสงบำบัด ที่มีจำนวนหลอดเยอะ แต่ความเข้มต่ำ ให้พลังงานน้อยกว่าเครื่องที่หลอดน้อยกว่าแต่ความเข้มสูง
เครื่องที่มี LED สามร้อยดวงแต่ความเข้มต่ำ ให้พลังงานน้อยกว่าเครื่องที่มี LED หนึ่งร้อยห้าสิบดวงแต่ความเข้มสูง เพราะจำนวนดวงบอกแค่พื้นที่ครอบคลุม ไม่ได้บอกความแรง
ตัวเลขที่ต้องถามคือ irradiance หรือความเข้มแสง หน่วยเป็นมิลลิวัตต์ต่อตารางเซนติเมตร วัดที่ระยะสิบห้าเซนติเมตร ถ้าผู้ขายตอบไม่ได้ ให้ระวังไว้ก่อน
ทำไมเครื่องถูกถึงไม่ได้ผล ไม่ใช่เพราะมันไม่ปล่อยแสง แต่เพราะความเข้มต่ำเกินกว่าจะกระตุ้นเซลล์ในเวลาที่คนทั่วไปจะทนนั่งได้ ผลคือใช้แล้วไม่เห็นอะไร แล้วสรุปว่า แสงบำบัด ไม่ได้ผล ทั้งที่ปัญหาอยู่ที่เครื่อง
| ตัวเลข | ค่าที่ควรได้ | ถ้าต่ำกว่านี้จะเกิดอะไร |
|---|---|---|
| ความเข้มแสง irradiance | 100 mW/cm² ขึ้นไป ที่ 15 ซม. | ต้องส่องนานผิดปกติ |
| จำนวนความยาวคลื่น | อย่างน้อย 2 คลื่น สีแดงกับ NIR | ใช้ได้จำกัดเฉพาะบางปัญหา |
| จำนวน LED | 200 ดวงขึ้นไปสำหรับแผงใหญ่ | พื้นที่ครอบคลุมน้อย |
| ค่า EMF | ต่ำ | ไม่ควรใช้ใกล้ตัวนาน |
| มาตรฐานความปลอดภัย | FDA หรือ CE | ไม่มีการรับรอง |
ถ้าเป้าหมายคือผิวและริ้วรอย เครื่องขนาดเล็กก็พอ แต่ถ้าเป้าหมายคือฟื้นฟูกล้ามเนื้อและปวดข้อ ต้องใช้แผงใหญ่ที่มีอินฟราเรดใกล้ ดูสเปกและความเข้มแสงจริงก่อนตัดสินใจ
แสงบำบัด ปลอดภัยกว่าหลายวิธี แต่ไม่ใช่ปลอดภัยกับทุกคนทุกสภาวะ โดยเฉพาะคนที่กินยาที่ทำให้ผิวไวแสง
แสงบำบัด ปลอดภัยกว่าหลายวิธี แต่ไม่ได้ปลอดภัยกับทุกคน โดยเฉพาะคนที่กินยาประจำโดยไม่รู้ว่ายานั้นทำให้ผิวไวแสงหรือไม่
ยาบางกลุ่มทำให้ผิวหนังตอบสนองต่อแสงมากผิดปกติ เมื่อใช้ร่วมกับ แสงบำบัด อาจเกิดผิวแดง ไหม้ หรือระคายเคืองรุนแรงกว่าปกติมาก
ถ้าคุณกินยาประจำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยาอะไรก็ตาม ควรถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนว่ายานั้นทำให้ผิวไวแสงหรือไม่ ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที
| กลุ่ม | ใช้ได้ไหม | เหตุผล |
|---|---|---|
| ผู้ที่กินยาที่ทำให้ผิวไวแสง | ไม่ควร ต้องปรึกษาแพทย์ | ผิวตอบสนองรุนแรงผิดปกติ |
| ผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง | ไม่ควร | ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ |
| หญิงตั้งครรภ์ | ยังไม่มีข้อมูลพอ | ควรปรึกษาแพทย์ |
| ผู้ที่มีโรคตา | ระวัง | ต้องใส่แว่นป้องกัน |
| ผู้ที่เป็นลมชัก | ระวัง | แสงกะพริบอาจกระตุ้น |
| ผู้ที่มีรอยสักบริเวณที่ส่อง | ระวัง | เม็ดสีดูดซับแสง อาจร้อน |
| เด็ก | ควรมีผู้ใหญ่ดูแล | ต้องคุมเวลาและระยะ |
| คนสุขภาพทั่วไป | ใช้ได้ | ตามคำแนะนำในบทความนี้ |
ข้อความนี้ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ เป็นข้อควรระวังทั่วไป ถ้ามีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้เสมอ
ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายเอง แต่ถ้าเกิดขึ้น แปลว่าคุณใช้หนักเกินไป ไม่ใช่แปลว่าเครื่องมีปัญหา
ผลข้างเคียงจาก แสงบำบัด ส่วนใหญ่ไม่ได้แปลว่าเครื่องมีปัญหา แต่แปลว่าคุณใช้หนักเกินไป
ผิวแดงที่หายไปภายในหนึ่งถึงสองชั่วโมงถือว่าปกติ แต่ผิวแดงที่ยังอยู่ข้ามวัน หรือมีอาการแสบร่วมด้วย แปลว่าคุณใช้หนักเกินไปมาก ควรหยุดหนึ่งถึงสองวัน แล้วกลับมาเริ่มใหม่ที่เวลาครึ่งหนึ่งของเดิม
ผิวแดงชั่วคราวหลังส่อง เป็นสัญญาณว่าพลังงานที่ได้รับสูงเกินไปในครั้งนั้น ให้ลดเวลาลงหรือเพิ่มระยะห่างในครั้งถัดไป ไม่ใช่ฝืนทำต่อ
| อาการ | สาเหตุที่แท้จริง | ทำอะไร |
|---|---|---|
| ผิวแดงชั่วคราว | ส่องนานหรือใกล้เกินไป | ลดเวลา เพิ่มระยะห่าง |
| ปวดหัวเล็กน้อย | ส่องหน้านานเกิน | ลดเวลาลงครึ่งหนึ่ง |
| ตาล้า | ไม่ใส่แว่นป้องกัน | ใส่แว่นทุกครั้ง |
| นอนไม่หลับ | ใช้ก่อนนอนใกล้เกินไป | ขยับไปใช้ตอนเช้า |
| ผิวแห้ง | ใช้ถี่เกินไป | ทามอยส์เจอไรเซอร์ ลดความถี่ |
ถ้าคาดหวังผลภายในหนึ่งสัปดาห์ คุณจะผิดหวังแน่นอน ตัวเลขด้านล่างมาจากกรอบเวลาที่งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้ ไม่ใช่คำโฆษณา
แสงบำบัด ให้ผลจากการสะสมในระดับเซลล์ ซึ่งใช้เวลาเป็นสัปดาห์โดยธรรมชาติ ไม่ใช่กระบวนการที่ให้ผลทันทีเหมือนยาแก้ปวด
กระบวนการที่ แสงบำบัด กระตุ้น เป็นกระบวนการสร้างและซ่อมแซมระดับเซลล์ ซึ่งใช้เวลาเป็นสัปดาห์โดยธรรมชาติ ไม่ใช่กระบวนการที่ให้ผลทันทีเหมือนยาแก้ปวด
คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นในวันนี้ ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะสร้างและจัดเรียงตัวจนเห็นผลบนผิว นี่คือเหตุผลที่การเลิกก่อนสัปดาห์ที่แปด แทบไม่มีทางเห็นผล
| ช่วงเวลา | สิ่งที่มักสังเกตได้ |
|---|---|
| สัปดาห์ที่ 1 ถึง 2 | ยังไม่เห็นอะไรชัด อาจรู้สึกผ่อนคลายหลังส่อง |
| สัปดาห์ที่ 3 ถึง 4 | ผิวเริ่มดูสม่ำเสมอขึ้น อาการปวดเริ่มลด |
| สัปดาห์ที่ 5 ถึง 8 | การฟื้นตัวหลังซ้อมเร็วขึ้นอย่างสังเกตได้ |
| สัปดาห์ที่ 9 ถึง 12 | ริ้วรอยและความกระชับเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น |
| หลัง 12 สัปดาห์ | ผลคงที่ถ้าใช้ต่อเนื่อง |
ได้ และมีลำดับที่ควรทำตาม การเรียงลำดับผิดทำให้ผลของบางอย่างถูกหักล้าง โดยเฉพาะการส่องแสงตอนตัวเปียกเหงื่อ
เมื่อทำ แสงบำบัด ร่วมกับซาวน่าและการแช่น้ำเย็น ลำดับสำคัญมาก เพราะสัญญาณที่แต่ละอย่างส่งให้ร่างกาย หักล้างกันได้
ในทางปฏิบัติ ลำดับนี้แปลว่าคุณต้องวางแผนล่วงหน้าเล็กน้อย คือส่องแสงก่อนเข้าซาวน่า ไม่ใช่หลังออกจากซาวน่าตอนตัวยังเปียกเหงื่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำโดยไม่รู้ตัว เพราะมันสะดวกกว่า
เหตุผลที่ แสงบำบัด ควรมาเป็นอันดับแรก เรียบง่ายมาก คือแสงต้องส่องบนผิวที่แห้งและสะอาด เหงื่อและน้ำบนผิวจะกระเจิงแสงและลดพลังงานที่ทะลุลงไป
ส่วนความเย็นควรอยู่ท้ายสุด เพราะมันทำให้หลอดเลือดหดตัว ซึ่งจะลดการไหลเวียนเลือดในบริเวณที่คุณเพิ่งกระตุ้นด้วยแสง
| ลำดับ | ทำอะไร | เวลา | ทำไมต้องอยู่ตำแหน่งนี้ |
|---|---|---|---|
| 1 | แสงบำบัด | 10 ถึง 15 นาที | ผิวต้องแห้งและสะอาด |
| 2 | ซาวน่า | 15 ถึง 20 นาที | ขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียน |
| 3 | พัก | 5 ถึง 10 นาที | ให้ชีพจรกลับสู่ปกติ |
| 4 | แช่น้ำเย็น | 2 ถึง 5 นาที | ปิดท้าย ลดการอักเสบ |
ถ้าสนใจส่วนของความเย็น อ่านอุณหภูมิและระยะเวลาที่เหมาะสมได้ที่ คู่มือ Ice Bath และดู ห้องซาวน่าสำหรับบ้าน ประกอบสำหรับฝั่งความร้อน
การส่องภายในสองชั่วโมงหลังซ้อม ให้ผลต่างจากการส่องในวันถัดไปอย่างชัดเจน เพราะเป็นช่วงที่กระบวนการซ่อมแซมกำลังเริ่มต้น
การใช้ แสงบำบัด หลังซ้อมภายในสองชั่วโมง ให้ผลต่างจากการใช้ในวันถัดไปอย่างชัดเจน
ในทางปฏิบัติ นี่แปลว่าถ้าคุณซ้อมที่ฟิตเนสแล้วกลับบ้าน ควรส่องทันทีที่ถึงบ้าน ไม่ใช่รอหลังอาบน้ำและกินข้าวเสร็จ ซึ่งอาจกินเวลาไปสองถึงสามชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว
หลังการซ้อมหนัก ร่างกายจะเริ่มกระบวนการซ่อมแซมเส้นใยกล้ามเนื้อที่เสียหายทันที ช่วงนี้คือช่วงที่เซลล์ต้องการพลังงานมากที่สุด และเป็นช่วงที่การกระตุ้นด้วยแสงให้ผลมากที่สุด
การรอไปส่องวันถัดไป ไม่ใช่ว่าไม่ได้ผลเลย แต่ได้ผลน้อยกว่า เพราะช่วงที่ตอบสนองดีที่สุดผ่านไปแล้ว
| สถานการณ์ | ส่องเมื่อไหร่ | ตำแหน่ง | เวลา |
|---|---|---|---|
| หลังเวทท่อนล่าง | ภายใน 2 ชั่วโมง | ต้นขา ก้น น่อง | 12 ถึง 15 นาทีต่อจุด |
| หลังเวทท่อนบน | ภายใน 2 ชั่วโมง | ไหล่ หลัง แขน | 12 ถึง 15 นาทีต่อจุด |
| หลังวิ่งระยะไกล | ภายใน 2 ชั่วโมง | น่อง ต้นขาหลัง | 15 นาทีต่อจุด |
| วันพัก | ตอนไหนก็ได้ | จุดที่ยังปวด | 15 ถึง 20 นาที |
| ก่อนแข่ง | เช้าวันแข่ง | ขาทั้งสองข้าง | 10 นาที |
สกินแคร์บางตัวเสริมกัน บางตัวทำให้ผิวไวแสงจนระคายเคือง ลำดับและช่วงเวลาที่ทาจึงสำคัญไม่แพ้ตัวผลิตภัณฑ์
ลำดับที่ถูกต้องคือ ล้างผิว ใช้ แสงบำบัด แล้วค่อยทาบำรุง ไม่มีข้อยกเว้น
ข้อยกเว้นเดียวคือถ้าผิวคุณแห้งมากจนแสบ อาจทามอยส์เจอไรเซอร์บาง ๆ ที่ไม่มีสารกันแดดก่อนได้ แต่ในกรณีทั่วไป การล้างผิวให้สะอาดแล้วส่องบนผิวเปล่า คือวิธีที่ให้พลังงานถึงผิวมากที่สุด
กฎง่ายที่สุดคือ ล้างผิวให้สะอาด ส่องเสร็จ แล้วค่อยทา ไม่มีข้อยกเว้น เพราะทุกอย่างที่อยู่บนผิว ล้วนบล็อกแสงไม่มากก็น้อย
| ผลิตภัณฑ์ | ใช้ร่วมได้ไหม | ใช้ตอนไหน |
|---|---|---|
| มอยส์เจอไรเซอร์ | ได้ | หลังส่อง |
| วิตามินซีเซรั่ม | ได้ | หลังส่อง |
| ไฮยาลูรอนิก | ได้ | หลังส่อง |
| เรตินอล | ระวัง | คนละคืนกับที่ส่อง หรือปรึกษาแพทย์ผิวหนัง |
| กรดผลไม้ AHA หรือ BHA | ระวัง | ไม่ควรใช้วันเดียวกัน |
| ครีมกันแดด | ห้ามก่อนส่อง | ล้างออกก่อนเสมอ |
ไม่มีคำตอบเดียว ขึ้นกับเป้าหมาย และมีข้อควรระวังเรื่องการนอนสำหรับบางคนที่ตอบสนองต่อแสงจ้าด้วยความตื่นตัว
ช่วงเวลาที่ใช้ แสงบำบัด ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน ให้ทดลองสองสัปดาห์แล้วดูว่าร่างกายคุณตอบสนองแบบไหน
บางคนตอบสนองต่อแสงจ้าด้วยความตื่นตัว ซึ่งเป็นเรื่องปกติและไม่ได้แปลว่าเครื่องมีปัญหา ถ้าคุณเป็นแบบนั้น ให้ย้ายเวลาใช้ไปตอนเช้าหรือช่วงเย็นก่อนหกโมง
ในทางกลับกัน คนจำนวนมากรู้สึกผ่อนคลายหลังส่องและหลับง่ายขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน ให้ทดลองสองสัปดาห์แล้วดูว่าคุณอยู่กลุ่มไหน
| ช่วงเวลา | ข้อดี | ข้อควรระวัง | เหมาะกับเป้าหมาย |
|---|---|---|---|
| เช้า 6 ถึง 9 น. | กระตุ้นนาฬิกาชีวภาพ | ต้องมีเวลา | พลังงาน ความตื่นตัว |
| ก่อนซ้อม | เพิ่มการไหลเวียนเลือด | อย่าใช้แทนวอร์มอัพ | ประสิทธิภาพการซ้อม |
| หลังซ้อมทันที | ลดการอักเสบ | ไม่มี | ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ |
| เย็น 17 ถึง 19 น. | สะดวก ทำได้สม่ำเสมอ | ไม่มี | ผิว ริ้วรอย |
| ก่อนนอน 1 ถึง 2 ชม. | ช่วยผ่อนคลาย | บางคนตื่นตัวจนหลับยาก | การนอนหลับ |
แผง แสงบำบัด กินไฟน้อยกว่าที่หลายคนคิดมาก เพราะใช้ครั้งละไม่เกินยี่สิบนาที และไม่ต้องอุ่นเครื่องเหมือนซาวน่า
ค่าไฟของ แสงบำบัด แทบไม่มีนัยสำคัญเลย แม้แต่แผงเต็มตัวที่ใช้ทุกวัน
สิ่งที่ควรกังวลแทนค่าไฟ คือค่าเครื่องที่จ่ายไปแล้วใช้ไม่คุ้ม ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคุณใช้ไม่สม่ำเสมอ หรือใช้ผิดวิธีจนไม่เห็นผลแล้วเลิกไปเฉย ๆ
เมื่อคนถามเรื่องต้นทุนของ แสงบำบัด พวกเขามักกังวลเรื่องค่าไฟ ทั้งที่ค่าไฟแทบไม่มีนัยสำคัญเลย แม้แต่แผงเต็มตัวที่ใช้ทุกวัน ค่าไฟต่อเดือนก็ยังไม่ถึงห้าสิบบาท
| ขนาดเครื่อง | กำลังไฟ | ค่าไฟต่อครั้ง 20 นาที | ค่าไฟต่อเดือน 20 ครั้ง |
|---|---|---|---|
| เครื่องพกพา | 30 ถึง 60 วัตต์ | 0.05 ถึง 0.1 บาท | 1 ถึง 2 บาท |
| แผงกลาง | 100 ถึง 200 วัตต์ | 0.15 ถึง 0.3 บาท | 3 ถึง 6 บาท |
| แผงใหญ่ | 300 ถึง 600 วัตต์ | 0.45 ถึง 0.9 บาท | 9 ถึง 18 บาท |
| แผงเต็มตัว | 700 ถึง 1,200 วัตต์ | 1.05 ถึง 1.8 บาท | 21 ถึง 36 บาท |
เครื่องแผงใหญ่ราคาไม่ใช่น้อย การเช่าใช้หนึ่งถึงสองเดือนก่อน ช่วยให้รู้ว่าร่างกายคุณตอบสนองหรือไม่ ก่อนตัดสินใจลงทุนจริง
การเช่าเครื่อง แสงบำบัด หนึ่งเดือน ไม่พอที่จะประเมินผลด้านผิว แต่พอที่จะรู้ว่าคุณจะใช้มันสม่ำเสมอหรือไม่
การเช่าหนึ่งเดือนไม่พอที่จะประเมินผลด้านผิว เพราะผลด้านผิวต้องใช้เวลาแปดถึงสิบสองสัปดาห์ แต่พอที่จะประเมินสามอย่างได้ คือคุณจะใช้มันสม่ำเสมอหรือไม่ ร่างกายระคายเคืองหรือไม่ และการนอนหลับเปลี่ยนไปหรือไม่
| ทางเลือก | เงินก้อนแรก | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| เช่ารายเดือน | ต่ำ | คนที่อยากลองก่อน 1 ถึง 2 เดือน |
| ซื้อเครื่องเล็ก | ปานกลาง | เป้าหมายผิวหน้าอย่างเดียว |
| ซื้อแผงใหญ่ | สูง | ใช้ทั้งตัว ทั้งครอบครัว |
ดูเงื่อนไข บริการเช่าเครื่อง แสงบำบัด ได้ ถ้าอยากทดลองก่อนตัดสินใจซื้อ
ความรู้สึกเชื่อไม่ได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงช้าเกินกว่าจะสังเกตจากวันต่อวัน ต้องมีข้อมูลจึงจะประเมินได้หลังสิบสองสัปดาห์
การจดบันทึกระหว่างใช้ แสงบำบัด มีไว้เพื่อตอบคำถามเดียว คือหลังสิบสองสัปดาห์ ควรใช้ต่อหรือควรเลิก
เหตุผลที่ต้องถ่ายรูปด้วยแสงและมุมเดิม เพราะการเปลี่ยนมุมกล้องเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้เงาบนใบหน้าเปลี่ยนไปจนดูเหมือนริ้วรอยลดลงหรือเพิ่มขึ้น ทั้งที่ผิวไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย นี่คือกับดักที่ทำให้คนประเมินผลผิดพลาดบ่อยที่สุด
การจดบันทึกไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงาม แต่มีไว้เพื่อตอบคำถามเดียวคือ หลังสิบสองสัปดาห์ ควรใช้ต่อหรือควรเลิก และคำถามนี้ตอบไม่ได้เลยถ้าไม่มีข้อมูล
| สิ่งที่บันทึก | วิธีบันทึก | ความถี่ |
|---|---|---|
| รูปถ่าย | แสงและมุมเดิม | ทุก 2 สัปดาห์ |
| ระดับความปวด | ให้คะแนน 1 ถึง 10 | ทุกวัน |
| เวลาฟื้นตัวหลังซ้อม | นับวันที่ยังปวด | ทุกครั้งที่ซ้อมหนัก |
| คุณภาพการนอน | ให้คะแนน 1 ถึง 10 | ทุกวัน |
| วันที่ใช้เครื่อง | ทำเครื่องหมายในปฏิทิน | ทุกครั้ง |
มีงานวิจัยจริงอยู่พอสมควร แต่ก็มีคำกล่าวอ้างเกินจริงอยู่มาก การแยกสองอย่างนี้ออกจากกัน ช่วยให้คุณคาดหวังได้ถูกต้อง
งานวิจัยเกี่ยวกับ แสงบำบัด มีอยู่จริง แต่ก็มีคำกล่าวอ้างเกินจริงอยู่มาก การแยกสองอย่างนี้ออกจากกันช่วยให้คุณคาดหวังได้ถูกต้อง
คำแนะนำที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ ถ้าเหตุผลหลักที่คุณจะซื้อเครื่องคือการลดน้ำหนัก ให้เก็บเงินไว้แล้วเอาไปลงทุนกับอย่างอื่นที่มีหลักฐานหนักแน่นกว่า เช่น การคุมอาหารและการเล่นเวท ซึ่งได้ผลแน่นอนกว่ามาก
สิ่งที่มีหลักฐานค่อนข้างชัดคือ การลดปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย และการกระตุ้นคอลลาเจน ส่วนเรื่องการลดน้ำหนัก หลักฐานอ่อนมาก และไม่ควรเป็นเหตุผลที่คุณซื้อเครื่อง
| ด้าน | ระดับหลักฐาน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ลดปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย | ค่อนข้างชัด | มีงานวิจัยหลายชิ้นสนับสนุน |
| กระตุ้นคอลลาเจน ลดริ้วรอย | ค่อนข้างชัด | ต้องใช้ต่อเนื่อง 8 ถึง 12 สัปดาห์ |
| ช่วยเรื่องผมร่วงบางประเภท | มีหลักฐาน | ผลต่างกันในแต่ละคน |
| ลดการอักเสบข้อ | มีหลักฐาน | ขนาดตัวอย่างยังเล็ก |
| ช่วยการนอนหลับ | ยังไม่สม่ำเสมอ | ผลขึ้นกับช่วงเวลาที่ใช้ |
| ลดน้ำหนัก | หลักฐานอ่อน | ไม่ควรคาดหวัง |
คลิปอธิบายกลไก ระยะห่าง และสิ่งที่ได้ผลจริงกับสิ่งที่เป็นแค่การตลาด ดูควบคู่กับตาราง 4 สัปดาห์ด้านบน
สิ่งที่คลิปย้ำและบทความนี้ย้ำตรงกันมีสองข้อ ข้อแรกคือความเข้มแสงและระยะห่างสำคัญกว่ายี่ห้อ ข้อสองคือการใช้สม่ำเสมอสำคัญกว่าการอัดหนักเป็นครั้งคราว
ถ้าคุณดูคลิปแล้วยังไม่แน่ใจว่าเครื่องของคุณมีความเข้มแสงเท่าไหร่ ให้ถามผู้ขายโดยตรงว่าค่า irradiance ที่ระยะสิบห้าเซนติเมตรเป็นเท่าไหร่ ถ้าตอบไม่ได้ นั่นคือคำตอบแล้ว
เก็บหน้านี้ไว้เปิดตอนใช้เครื่อง ทุกตัวเลขในตารางนี้มาจากหัวข้อด้านบน และไม่มีตัวเลขไหนที่ไม่ได้อธิบายที่มา
เปิดดูก่อนกดเปิดเครื่องทุกครั้งในสี่สัปดาห์แรก จนกว่าตัวเลขจะติดตัว หลังจากนั้นคุณจะทำได้เองโดยไม่ต้องดู
| หัวข้อ | ตัวเลข |
|---|---|
| ระยะห่างสำหรับจุดเฉพาะ | 15 ถึง 30 ซม. |
| ระยะห่างสำหรับทั้งตัว | 60 ถึง 90 ซม. |
| เวลาต่อครั้ง | 10 ถึง 20 นาที |
| ความถี่ | 3 ถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์ |
| ระยะเวลาก่อนเห็นผล | 8 ถึง 12 สัปดาห์ |
| ความยาวคลื่นสำหรับผิว | 630 ถึง 660 nm |
| ความยาวคลื่นสำหรับกล้ามเนื้อ | 830 ถึง 850 nm |
| ความเข้มแสงขั้นต่ำที่ควรได้ | 100 mW/cm² ขึ้นไป |
| เวลาส่องหลังซ้อม | ภายใน 2 ชั่วโมง |
| สิ่งที่ห้ามมีบนผิวก่อนส่อง | ครีมกันแดด เมกอัพ |
| เวลาที่มากเกินไป | เกิน 30 นาที |
ความยาวคลื่นสองช่วงที่มีงานวิจัยรองรับมากที่สุดคือ 660nm ซึ่งเป็นแสงแดงที่ทะลุผ่านผิวหนังชั้นตื้น และ 850nm ซึ่งเป็นอินฟราเรดใกล้ที่ลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อและข้อต่อ
กลไกที่ทั้งสองช่วงคลื่นทำงานคือการกระตุ้น mitochondria ให้ผลิตพลังงานได้มากขึ้น ดังนั้น วิธีใช้ แสงบำบัด ที่ถูกต้องจึงต้องเลือกช่วงคลื่นให้ตรงกับปัญหา ผิวและแผลใช้ 660nm ส่วนกล้ามเนื้อลึกและข้อใช้ 850nm
คำว่า red light therapy เป็นชื่อสากล ส่วนคนไทยเรียก แสงสีแดง หรือ แสงบำบัด สิ่งที่ต้องดูตอนเลือกซื้อไม่ใช่ชื่อเรียก แต่คือความยาวคลื่นที่เครื่องปล่อยจริง
เครื่องที่ระบุแค่ว่าเป็นแสงสีแดงโดยไม่บอกตัวเลข 660nm หรือ 850nm มักไม่มีการวัดจริง และให้กำลังส่องต่ำเกินกว่าจะกระตุ้น mitochondria ได้ตามที่งานวิจัยใช้
ตัวเลขที่ควรถามผู้ขายคือความหนาแน่นกำลังงานที่ระยะ 15 ถึง 30 เซนติเมตร ถ้าตอบไม่ได้ ให้ข้ามเครื่องนั้นไป
รวมคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดเกี่ยวกับการใช้ แสงบำบัด ที่บ้าน พร้อมคำตอบที่นำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องหาข้อมูลเพิ่ม
โดยทั่วไป 10 ถึง 20 นาทีต่อจุดหรือต่อครั้ง ขึ้นกับระยะห่างและความเข้มแสงของเครื่อง ถ้ายืนใกล้ 15 เซนติเมตร ใช้เวลาน้อยกว่า ถ้ายืนไกล 60 ถึง 90 เซนติเมตร ต้องใช้เวลานานขึ้น การส่องเกิน 30 นาทีไม่ได้ให้ผลดีขึ้น เพราะ แสงบำบัด มีลักษณะ biphasic คือเกินขนาดแล้วผลลดลง
ถ้าต้องการรักษาเฉพาะจุดเช่นข้อเข่าหรือใบหน้า ให้อยู่ห่าง 15 ถึง 30 เซนติเมตร ถ้าต้องการใช้ทั้งตัวให้ถอยไป 60 ถึง 90 เซนติเมตร ความเข้มแสงลดลงตามกำลังสองของระยะทาง ดังนั้นการถอยห่างเป็นสองเท่า ทำให้ได้พลังงานเหลือเพียงหนึ่งในสี่
ได้ แต่ 3 ถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอในกรณีส่วนใหญ่ การใช้ทุกวันไม่ได้ทำให้เห็นผลเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคืองในบางคน สิ่งที่สำคัญกว่าความถี่คือความต่อเนื่องตลอด 8 ถึง 12 สัปดาห์
ต้องเปิดผิว เสื้อผ้าบล็อกแสงได้เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะผ้าหนาและผ้าสีเข้ม การส่องผ่านเสื้อทำให้พลังงานที่ถึงผิวจริงลดลงจนแทบไม่เหลือ นอกจากนี้ต้องล้างครีมกันแดดและเมกอัพออกก่อนด้วย
หลังส่องเสมอ ครีม เซรั่ม และโดยเฉพาะครีมกันแดด จะบล็อกแสงไม่ให้ถึงผิว ให้ล้างผิวให้สะอาด ส่องเสร็จ แล้วค่อยทามอยส์เจอไรเซอร์หรือเซรั่มภายใน 5 ถึง 15 นาที ซึ่งเป็นช่วงที่ผิวดูดซึมได้ดี
อย่าคาดหวังผลใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ โดยทั่วไปอาการปวดและการฟื้นตัวจะเริ่มดีขึ้นในสัปดาห์ที่ 3 ถึง 5 ส่วนผลด้านผิวและริ้วรอยมักเห็นชัดในสัปดาห์ที่ 9 ถึง 12 งานวิจัยส่วนใหญ่ที่ให้ผลบวก ใช้ระยะเวลาสะสม 8 ถึง 12 สัปดาห์
บางคนตอบสนองต่อแสงจ้าด้วยความตื่นตัว ถ้าเป็นแบบนั้นให้ขยับเวลาใช้ไปเป็นตอนเช้าหรือช่วงเย็นก่อน 18.00 น. แทน และเว้นระยะจากเวลานอนอย่างน้อย 3 ถึง 4 ชั่วโมง
ต่างที่ความเข้มแสง จำนวนความยาวคลื่น จำนวน LED และค่า EMF เครื่องราคาถูกมักมีความเข้มแสงเพียง 20 ถึง 50 mW/cm² ซึ่งต้องส่องนานมากกว่าจะถึงขนาดที่กระตุ้นเซลล์ ทำให้คนใช้แล้วไม่เห็นผลและสรุปว่าไม่ได้ผล
ผู้ที่กินยาที่ทำให้ผิวไวแสง ผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง ผู้ที่เป็นลมชัก และหญิงตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ส่วนผู้ที่มีโรคตาควรใส่แว่นป้องกันทุกครั้ง ข้อมูลนี้เป็นข้อควรระวังทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์
ได้ และลำดับที่แนะนำคือใช้ แสงบำบัด ก่อน ตามด้วยซาวน่า พักสักครู่ แล้วจึงแช่น้ำเย็นเป็นลำดับสุดท้าย เหตุผลคือแสงต้องส่องบนผิวที่แห้งและสะอาด ส่วนความเย็นควรอยู่ท้ายสุดเพื่อปิดการอักเสบ
ถ้าตั้งระยะห่างและเวลาถูกตั้งแต่สัปดาห์แรก คุณจะรู้ผลจริงภายใน 8 ถึง 12 สัปดาห์ ไม่ต้องเดา ไม่ต้องลองผิดลองถูก ปรึกษาทีมงานเพื่อเลือกเครื่องที่ให้ความเข้มแสงพอกับเป้าหมายของคุณ
เครื่องดีแค่ไหนก็ไม่ช่วย ถ้าระยะห่าง เวลา และความถี่ไม่ถูก และเครื่องระดับกลางก็ให้ผลได้ ถ้าสามอย่างนี้ถูก
แสงบำบัด ที่ใช้ถูกวิธี ให้ผลจริงในแปดถึงสิบสองสัปดาห์ และที่ใช้ผิดวิธี ให้ผลเป็นศูนย์ตลอดกาล
คนที่ล้มเหลวกับ แสงบำบัด แทบทั้งหมด ไม่ได้ล้มเหลวเพราะเครื่อง แต่ล้มเหลวเพราะสามข้อนี้
ยืนไกลเกินไป ใช้สั้นเกินไป และเลิกก่อนสัปดาห์ที่แปด สามอย่างนี้ทำให้ผลเป็นศูนย์ ทั้งที่เครื่องทำงานปกติทุกอย่าง และทั้งสามอย่างแก้ได้ในวันเดียว
ทำตามตารางสี่สัปดาห์ในบทความนี้อย่างเคร่งครัด วัดระยะด้วยไม้บรรทัดจริง ตั้งเวลาจริง แล้วให้เวลาตัวเองครบสิบสองสัปดาห์ก่อนตัดสินว่าได้ผลหรือไม่
นั่นคือวิธีเดียวที่จะรู้คำตอบจริง เพราะถ้าคุณเลิกก่อนสัปดาห์ที่แปด คุณจะไม่มีวันรู้เลยว่ามันได้ผลกับคุณหรือไม่ และเงินที่จ่ายไปจะสูญเปล่าโดยสมบูรณ์
ไม่ต้องเข้าใจชีวเคมีทั้งหมด แต่ต้องรู้ว่าทำไมความเข้มแสงถึงสำคัญกว่ายี่ห้อ และทำไมระยะห่างถึงเปลี่ยนทุกอย่าง
กระบวนการที่เกิดขึ้นเรียกว่า photobiomodulation ซึ่งเป็นชื่อทางการแพทย์ของสิ่งที่คนทั่วไปเรียกว่า แสงบำบัด สิ่งที่เกิดขึ้นคือ โฟตอนจากแสงถูกดูดซับโดยเอนไซม์ในไมโตคอนเดรีย ซึ่งเป็นส่วนที่ผลิตพลังงานให้เซลล์
เมื่อไมโตคอนเดรียได้รับพลังงานจากแสง มันจะผลิตพลังงานให้เซลล์ได้มากขึ้น และเซลล์ที่มีพลังงานเพียงพอ จะซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น สร้างคอลลาเจนได้มากขึ้น และลดการอักเสบได้ดีขึ้น
กระบวนการนี้ต้องการพลังงานถึงระดับหนึ่งจึงจะเริ่มทำงาน ถ้าพลังงานที่ผิวได้รับต่ำกว่าระดับนั้น จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่ใช่เกิดขึ้นน้อยลง
นี่คือเหตุผลที่เครื่องความเข้มต่ำมาก ๆ อาจไม่ให้ผลอะไรเลย ไม่ว่าคุณจะส่องนานแค่ไหน เพราะพลังงานต่อหน่วยเวลาต่ำเกินกว่าจะข้ามเกณฑ์
| ตัวแปร | หน่วย | ค่าที่ใช้กันทั่วไป |
|---|---|---|
| ความเข้มแสง irradiance | mW/cm² | 30 ถึง 150 |
| เวลา | วินาที | 300 ถึง 1,200 |
| ขนาดพลังงานที่ได้ | J/cm² | 3 ถึง 60 |
| ช่วงที่ให้ผลดีกับผิว | J/cm² | 3 ถึง 10 |
| ช่วงที่ให้ผลดีกับกล้ามเนื้อ | J/cm² | 10 ถึง 60 |
| เกินช่วงนี้ | J/cm² | ผลเริ่มลดลง |
ตัวเลขนี้บอกอะไร เครื่องที่มีความเข้ม 20 mW/cm² ต้องส่อง 40 ถึง 50 นาทีเพื่อให้ได้พลังงานเท่ากับเครื่องที่มีความเข้ม 150 mW/cm² ส่องเพียง 5 ถึง 7 นาที
แต่ละส่วนของร่างกายมีความหนาของเนื้อเยื่อต่างกัน เวลาและระยะห่างที่ต้องใช้จึงไม่เท่ากัน อย่าใช้ตัวเลขเดียวกับทุกจุด
วิธีเช็คง่าย ๆ ว่าเครื่องของคุณมีอินฟราเรดใกล้หรือไม่ คือดูสเปกว่ามีความยาวคลื่นในช่วง 810 ถึง 850 นาโนเมตรหรือไม่ ถ้ามีแต่ 630 กับ 660 แปลว่าเป็นเครื่องสำหรับผิวเท่านั้น
ใบหน้ามีชั้นผิวบาง แสงสีแดงเข้าถึงได้สบาย แต่ข้อเข่ามีชั้นไขมัน กล้ามเนื้อ และเอ็นหนากว่ามาก จึงต้องพึ่งอินฟราเรดใกล้ที่ทะลุได้ลึกกว่า
ถ้าคุณใช้เครื่องที่มีแต่แสงสีแดงมาส่องข้อเข่า ต่อให้ส่องนานแค่ไหน พลังงานก็ไปไม่ถึงข้อต่อ นี่คือกรณีที่คนซื้อเครื่องผิดประเภทแล้วสรุปว่าไม่ได้ผล
| ส่วนของร่างกาย | ระยะห่าง | เวลา | ความถี่ |
|---|---|---|---|
| ใบหน้า | 15 ถึง 20 ซม. | 8 ถึง 12 นาที | 4 ถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์ |
| หนังศีรษะ | 10 ถึง 15 ซม. | 10 ถึง 15 นาที | 3 ถึง 4 ครั้งต่อสัปดาห์ |
| คอและไหล่ | 20 ถึง 25 ซม. | 12 ถึง 15 นาที | 3 ถึง 4 ครั้งต่อสัปดาห์ |
| หลังส่วนล่าง | 25 ถึง 30 ซม. | 15 ถึง 20 นาที | 4 ถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์ |
| ข้อเข่า | 15 ถึง 20 ซม. | 15 ถึง 20 นาที | 5 ครั้งต่อสัปดาห์ |
| ต้นขา | 25 ถึง 30 ซม. | 15 นาที | 3 ถึง 4 ครั้งต่อสัปดาห์ |
| ทั้งตัว | 60 ถึง 90 ซม. | 20 ถึง 25 นาที | 3 ถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์ |
แยกสิ่งที่การตลาดบอก ออกจากสิ่งที่หลักฐานรองรับ เพราะความเชื่อผิดบางข้อ ทำให้คุณใช้ผิดวิธีตั้งแต่วันแรก
ความเชื่อผิดเกี่ยวกับ แสงบำบัด ส่วนใหญ่มาจากการตลาด ไม่ใช่จากงานวิจัย และการเชื่อตามทำให้คุณใช้ผิดตั้งแต่วันแรก
ความเชื่อที่อันตรายที่สุดคือ ยิ่งส่องนานยิ่งดี เพราะมันทำให้คนส่องสี่สิบถึงหกสิบนาที ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ผลเพิ่มแล้ว ยังทำให้ผิวแดงและระคายเคือง จนหลายคนเลิกใช้ไปเลย
ความเชื่อที่แพงที่สุด คือคิดว่าเครื่องถูกกับเครื่องแพงต่างกันแค่ยี่ห้อ ทั้งที่ต่างกันที่ irradiance ซึ่งเป็นตัวแปรที่กำหนดว่าคุณจะเห็นผลหรือไม่
ต่างกันที่ความเข้มแสงและความสม่ำเสมอ และในระยะยาว ความสม่ำเสมอมักชนะความเข้มแสงเสมอ
ข้อได้เปรียบของการมีเครื่อง แสงบำบัด ที่บ้าน ไม่ใช่ราคา แต่คือความสม่ำเสมอที่คลินิกให้ไม่ได้
แสงบำบัด ให้ผลจากการสะสม ไม่ใช่จากครั้งเดียว ดังนั้นเครื่องที่อยู่ในบ้านและใช้ได้ทุกวัน มักให้ผลดีกว่าเครื่องที่แรงกว่าแต่ต้องเดินทางไปใช้
ข้อได้เปรียบที่แท้จริงของการมีเครื่องที่บ้าน ไม่ใช่ราคา แต่คือความสม่ำเสมอ เพราะ แสงบำบัด ต้องการการใช้สามถึงห้าครั้งต่อสัปดาห์ ติดต่อกันแปดถึงสิบสองสัปดาห์
นั่นคือสี่สิบถึงหกสิบครั้ง ซึ่งแทบไม่มีใครทำได้ถ้าต้องเดินทางไปคลินิกทุกครั้ง และคนที่พยายาม มักหยุดไปในเดือนที่สอง
| หัวข้อ | ทำที่บ้าน | ไปคลินิก |
|---|---|---|
| ความเข้มแสง | ปานกลางถึงสูง | สูง |
| ความสม่ำเสมอ | ทำได้ทุกวัน | ต้องนัดคิว |
| ต้นทุนระยะยาว | จ่ายครั้งเดียว | จ่ายทุกครั้ง |
| ความสะดวก | สูงมาก | ต้องเดินทาง |
| มีผู้เชี่ยวชาญดูแล | ไม่มี | มี |
| เหมาะกับ | ใช้ต่อเนื่องระยะยาว | เคสเฉพาะทาง |
ถ้าเป้าหมายคือฟื้นฟูหลังซ้อมและใช้ควบคู่กับความเย็น ดู อ่างแช่น้ำเย็น ประกอบด้วย เพราะสองอย่างนี้ทำงานเสริมกันได้ดี
แสงบำบัด ต้องการพื้นที่น้อยกว่าที่คิดมาก แต่ต้องมีจุดวางที่มั่นคง และของอีกสามอย่างที่ขาดไม่ได้
แผง แสงบำบัด ใช้พื้นที่น้อยกว่าอุปกรณ์ฟิตเนสเกือบทุกชนิด แต่ต้องมีจุดวางที่มั่นคงพอ
แผง แสงบำบัด ขนาดกลางถึงใหญ่ ต้องการพื้นที่ยืนหรือนั่งประมาณหนึ่งเมตรคูณหนึ่งเมตรเท่านั้น บวกกับระยะห่างจากแผงตามที่ตารางกำหนด
สิ่งที่คนมักลืมคือ ต้องมีที่แขวนหรือขาตั้งที่มั่นคงพอ เพราะแผงที่ล้มระหว่างใช้งาน อาจทำให้ LED เสียหายและเป็นอันตราย
คนที่ซื้อเครื่องราคาหลายหมื่น แต่ไม่ยอมซื้อไม้บรรทัดราคาสามสิบบาท คือคนที่กำลังทำให้เครื่องนั้นด้อยค่าลงเอง เพราะระยะห่างที่คลาดเคลื่อนสิบเซนติเมตร เปลี่ยนพลังงานที่ได้รับไปเกือบเท่าตัว
ไม้บรรทัดหรือเทปวัด นาฬิกาจับเวลา และแว่นป้องกัน สามอย่างนี้รวมกันราคาไม่กี่ร้อยบาท แต่เป็นสิ่งที่แยกการใช้ที่ได้ผล ออกจากการใช้แบบเดาสุ่ม
| สิ่งที่ต้องมี | รายละเอียด |
|---|---|
| พื้นที่ยืนหรือนั่ง | 1 x 1 เมตร |
| ระยะจากแผงถึงตัว | 15 ถึง 90 ซม. ตามการใช้งาน |
| ที่แขวนหรือขาตั้ง | ต้องมั่นคง ไม่ล้ม |
| ปลั๊กไฟ | มีสายดิน |
| แว่นป้องกัน | วางไว้ใกล้เครื่อง |
| นาฬิกาจับเวลา | ตั้งไว้ให้เห็น |
| ไม้บรรทัดหรือเทปวัด | ใช้วัดระยะห่างจริงทุกครั้ง |
แผงเดียวใช้ได้หลายคน แต่แต่ละคนมีเป้าหมายและตารางต่างกัน การวางตารางล่วงหน้าทำให้ทุกคนได้ใช้ครบตามที่ควร
เครื่อง แสงบำบัด หนึ่งเครื่องใช้ได้ทั้งบ้าน ถ้าวางตารางให้ดี
วิธีที่ง่ายที่สุดคือเขียนตารางติดไว้ข้างเครื่อง ระบุชื่อ เวลา และจำนวนนาทีของแต่ละคน แล้วให้ทุกคนทำเครื่องหมายทุกครั้งที่ใช้ วิธีนี้ทำให้เห็นชัดว่าใครใช้ครบและใครยังขาด
คนที่ออกกำลังกายต้องใช้หลังซ้อม คนทำงานออฟฟิศใช้ตอนเย็น คนที่ดูแลผิวใช้ก่อนนอน และผู้สูงอายุใช้ตอนไหนก็ได้ ถ้าไม่วางตาราง ทุกคนจะแย่งกันใช้ตอนเย็น
| สมาชิก | เป้าหมาย | เวลาที่ใช้ | ช่วงเวลา |
|---|---|---|---|
| คนที่ออกกำลังกาย | ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ | 15 นาที | หลังซ้อม |
| คนที่ทำงานออฟฟิศ | ปวดคอ ปวดหลัง | 15 ถึง 20 นาที | เย็น |
| คนที่ดูแลผิว | ริ้วรอย | 10 ถึง 12 นาที | ก่อนนอน |
| ผู้สูงอายุ | ปวดข้อ | 15 ถึง 20 นาที | ตอนไหนก็ได้ |
ก่อนสรุปว่าเครื่องไม่ดี ให้ไล่ตรวจห้าข้อนี้ก่อน เพราะในเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของกรณี ปัญหาอยู่ที่วิธีใช้ ไม่ใช่ที่เครื่อง
ในเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของกรณีที่ แสงบำบัด ไม่ได้ผล ปัญหาอยู่ที่วิธีใช้ ไม่ใช่ที่เครื่อง
ก่อนจะสรุปว่า แสงบำบัด ไม่ได้ผลกับคุณ ให้ตรวจสองข้อนี้ก่อนเสมอ คือระยะห่างจริง และจำนวนครั้งที่ใช้จริงในเดือนที่ผ่านมา
ข้อแรกที่ต้องตรวจเสมอคือระยะห่างจริง ไม่ใช่ระยะที่คุณคิดว่ายืนอยู่ ให้เอาไม้บรรทัดวัดจริง ๆ ในครั้งถัดไป คนจำนวนมากพบว่าตัวเองยืนไกลกว่าที่คิดสิบถึงยี่สิบเซนติเมตร
ข้อสองคือนับจำนวนครั้งที่ใช้จริงในเดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่จำนวนครั้งที่ตั้งใจจะใช้ หลายคนพบว่าใช้ไปแค่แปดครั้ง ทั้งที่คิดว่าใช้สม่ำเสมอ
| อาการ | ตรวจอะไรก่อน | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| ใช้ 4 สัปดาห์แล้วไม่รู้สึกอะไร | ระยะห่างจริง | วัดด้วยไม้บรรทัด อาจไกลเกิน |
| ผิวแดงหลังใช้ | เวลาและระยะ | ลดเวลา เพิ่มระยะห่าง |
| ปวดหัวหลังส่องหน้า | เวลาที่ใช้ | ลดลงครึ่งหนึ่ง |
| ไม่มีเวลาใช้สม่ำเสมอ | ช่วงเวลาที่เลือก | ย้ายไปช่วงที่ทำได้จริงทุกวัน |
| ลืมใช้บ่อย | ตำแหน่งวางเครื่อง | วางในที่ที่เห็นทุกวัน |
| ใช้แล้วนอนไม่หลับ | เวลาที่ใช้ | ย้ายไปตอนเช้า |
ถ้าไล่ตรวจครบทั้งห้าข้อแล้วยังไม่เห็นผล ให้ตรวจค่าความเข้มแสงของเครื่อง หรือ ปรึกษาทีมงานโดยตรง เพื่อให้ทีมงานช่วยประเมินว่าเครื่องที่คุณมี เหมาะกับเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่
Login and Registration Form