Quick Answer: โซน 2 คืออะไร คำนวณยังไง
การฝึกโซน 2 คือการวิ่งที่คุมอัตราการเต้นหัวใจไว้ 60–70% ของ Max Heart Rate เพื่อสร้างฐานแอโรบิกและเผาผลาญไขมัน วิธีคำนวณโซน 2 ง่าย ๆ คือ หา Max HR จาก 220 ลบอายุ แล้วคูณ 0.6 ถึง 0.7 เช่น อายุ 30 ปี Max HR = 190 โซน 2 อยู่ที่ 114–133 ครั้งต่อนาที ฝึกโซน 2 ครั้งละ 30–60 นาที สัปดาห์ละ 3–5 ครั้ง
สวัสดีครับ เพื่อน ๆ นักวิ่งและผู้ที่สนใจการออกกำลังกายทุกคน ผมโค้ชปูแน่น เทรนเนอร์ฟิตเนสมืออาชีพและนักวิ่งที่คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 20 ปี วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจที่หลายคนสงสัยกันว่า "การวิ่งในโซนนี้" คืออะไร ทำไมถึงได้ยินบ่อยจัง และมันสำคัญยังไงกับการวิ่งของเรา บทความนี้ผมจะพาไปตั้งแต่คำนิยาม วิธีคำนวณโซน 2 ตามอายุ การเทียบกับ HIIT และ LISS ไปจนถึงตารางฝึก 8 สัปดาห์และอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกที่บ้านได้จริง พร้อมแล้วไปหาคำตอบกันเลย
โซน 2 หรือ Zone 2 Training คือการวิ่งที่อัตราการเต้นหัวใจอยู่ในช่วง 60–70% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด (Max Heart Rate) ซึ่งนับเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aerobic Exercise) ที่ความหนักปานกลาง หากถามว่าโซน 2 คือระดับไหนในทางความรู้สึก ก็คือระดับที่คุณยังพูดคุยเป็นประโยคได้ระหว่างวิ่งโดยไม่หอบ ระดับของการการฝึกโซน 2 นี้ถือเป็น "โซนมหัศจรรย์" ที่เหมาะสำหรับการเสริมสร้างฐานความฟิตและระบบหัวใจให้แข็งแรง อ่านต่อว่า Heart Rate Zone ทั้ง 5 โซนคืออะไรได้ที่นี่
คำว่า zone 2 มาจากระบบแบ่งโซนหัวใจออกเป็น 5 ระดับตามเปอร์เซ็นต์ของ Max HR โดยโซน 1 คือเบามาก (50–60%) โซน 2 คือแอโรบิกเบา (60–70%) โซน 3 คือแอโรบิกปานกลาง (70–80%) โซน 4 คือหนัก (80–90%) และโซน 5 คือสูงสุด (90–100%) การวิ่งในโซนนี้ จึงและการโซนแอโรบิก เป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกแบบใช้ออกซิเจนอย่างแท้จริง
จากประสบการณ์กว่า 20 ปีในการเป็นโค้ช ผมบอกได้เลยว่ามือใหม่หัดวิ่งหลายคนมักข้ามขั้นตอนการการวิ่งในโซนนี้ ไปเลย คิดว่าต้องซ้อมหนัก ๆ สุดฤทธิ์ถึงจะได้ผล ทั้งที่จริง ๆ แล้วการวางรากฐานด้วยการโซน 2 อย่างสม่ำเสมอต่างหากที่จะทำให้วิ่งได้ไกลและเร็วขึ้นในระยะยาว
การฝึกโซน 2 เป็นระดับความหนักที่เหมาะสมที่สุดในการปูพื้นฐานสมรรถภาพทางกายของนักวิ่ง การวิ่งที่ความเข้มข้นนี้อย่างต่อเนื่องจะกระตุ้นให้เกิดการปรับตัวทางสรีรวิทยาที่จำเป็นต่อการวิ่ง เช่น
สิ่งเหล่านี้จะวางรากฐานให้นักวิ่งมีความอึดทนทางแอโรบิก (aerobic base) สูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการวิ่งในทุกระยะ การมีฐาน aerobic ที่แข็งแกร่งจะช่วยให้วิ่งได้เร็วและนานขึ้นโดยไม่เหนื่อยง่าย และยังฟื้นตัวได้เร็วหลังการซ้อมหนักอีกด้วย นี่คือเหตุผลที่นักวิ่งมาราธอนระดับโลกใช้เวลาซ้อมส่วนใหญ่ไปกับการโซน 2 มากกว่าโซนหนัก
วิ่งโซน 2 เป็นระดับความเข้มข้นที่เหมาะสมที่สุดในการเผาผลาญไขมัน เพราะที่ระดับนี้ร่างกายจะใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลัก การวิ่งในโซนนี้ เป็นประจำจึงมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักและกำจัดไขมันส่วนเกินได้เป็นอย่างดี ลองอ่านตารางการวิ่งลดน้ำหนัก 30 วัน ด้วยการใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าช่วยเสริมการเผาผลาญ
Tip จากโค้ช: ในฐานะนักวิ่งและเทรนเนอร์มากประสบการณ์ ผมแนะนำให้ฝึกโซนแอโรบิก อย่างน้อย 30–60 นาทีต่อครั้ง และทำ 3–5 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อเผาผลาญไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ รับรองว่าผลลัพธ์เห็นชัดแน่นอน
การการวิ่งในโซนนี้ จะเพิ่มความสามารถในการใช้ออกซิเจนของร่างกาย (VO2 Max) และความอึดทนทางแอโรบิก ทำให้วิ่งได้นานขึ้นโดยไม่อ่อนล้า นอกจากนี้ โซน 2 ยังกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูร่างกาย ช่วยให้พร้อมสำหรับการซ้อมที่หนักขึ้นในครั้งต่อไป อย่างไรก็ตามควรมีกระบวนการฝึกที่หลากหลายด้วยเช่นกัน การวิ่งเทรล (Trail Running) ก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่จะช่วยเสริมความอึดของกล้ามเนื้อ
ผมมั่นใจบอกได้เต็มปากเลยว่า หลักการซ้อมที่มีโซน 2 เป็นฐานได้ช่วยให้ผมคว้าแชมป์การแข่งขันระดับชาติและนานาชาติมาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือนักวิ่งระดับโปร ผมแนะนำให้ใส่โซน 2 เข้าไปในโปรแกรมการซ้อมด้วย แล้วจะเห็นพัฒนาการที่ชัดเจน
การวิ่งที่ระดับโซน 2 เป็นการออกกำลังที่ปลอดภัย ไม่หักโหมเกินไป แต่ก็มากพอที่จะกระตุ้นการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด การมีชีพจรอยู่ในช่วงนี้เป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนได้ นี่เป็นเหตุผลที่แพทย์มักแนะนำการออกกำลังกายระดับปานกลางแบบต่อเนื่องให้ผู้ที่เพิ่งเริ่มดูแลสุขภาพ
อยากคุมโซน 2 ให้แม่นตั้งแต่วันแรก? ปัญหาของมือใหม่คือเดาไม่ออกว่าตอนนี้หัวใจเต้นเท่าไร ลู่วิ่งและจักรยานที่มีเซนเซอร์วัด heart rate ช่วยให้คุณเห็นตัวเลขจริงขณะฝึก ไม่ต้องเดา—ฝึกโซน 2 ได้ตรงจุดกว่า
คุณไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงเพื่อวัดโซน 2 เพียงมีนาฬิกาจับเวลาก็พอ วิธีคำนวณโซน 2 ที่ง่ายที่สุดใช้สูตรมาตรฐาน 220 ลบอายุ (220-อายุ) ดังนี้
ยกตัวอย่างเช่น สมมติคุณอายุ 30 ปี Max HR = 220 − 30 = 190 ครั้งต่อนาที ดังนั้นช่วงโซน 2 ของคุณจะอยู่ที่ 114–133 ครั้งต่อนาที (190 × 0.6 ถึง 190 × 0.7) นี่คือค่า HR เป้าหมายที่คุณต้องพยายามคุมให้อยู่ตลอดการการฝึกโซน 2
Tip จากโค้ช: ถ้าคุณมี Heart Rate Monitor จะช่วยให้กำกับโซนขณะวิ่งได้แม่นยำขึ้น แต่ถ้ายังไม่มีก็ไม่ต้องกังวล ให้ใช้หลัก "Talk Test" คือถ้ายังพูดเป็นประโยคได้โดยไม่หอบ แสดงว่าอยู่ในโซนของการวิ่งในโซนนี้ ถ้าเริ่มพูดเป็นคำ ๆ แสดงว่าเลยเข้าโซน 3 แล้ว
เพื่อให้ใช้งานได้ทันที ผมทำตารางคำนวณ zone 2 heart rate ตามอายุไว้ให้ครับ หาแถวอายุของคุณ แล้วอ่านค่าช่วง HR เป้าหมายในโซน 2 ได้เลย ค่าทั้งหมดคำนวณจากสูตร Max HR = 220 − อายุ แล้วคูณ 60% และ 70%
| อายุ (ปี) | Max HR (220−อายุ) | ขอบล่างโซน 2 (60%) | ขอบบนโซน 2 (70%) | ช่วงโซน 2 (bpm) |
|---|---|---|---|---|
| 20 | 200 | 120 | 140 | 120–140 |
| 25 | 195 | 117 | 137 | 117–137 |
| 30 | 190 | 114 | 133 | 114–133 |
| 35 | 185 | 111 | 130 | 111–130 |
| 40 | 180 | 108 | 126 | 108–126 |
| 45 | 175 | 105 | 123 | 105–123 |
| 50 | 170 | 102 | 119 | 102–119 |
| 55 | 165 | 99 | 116 | 99–116 |
| 60 | 160 | 96 | 112 | 96–112 |
สังเกตว่ายิ่งอายุมากขึ้น ช่วงโซน 2 ก็จะต่ำลงตามค่า max heart rate ที่ลดลง ดังนั้นการโซนแอโรบิก ของคนอายุ 25 กับ 55 จึงใช้ตัวเลข HR ต่างกัน อย่านำโปรแกรมของคนอื่นมาใช้โดยไม่ปรับตามอายุตัวเอง
หมายเหตุ: สูตร 220-อายุ เป็นค่าประมาณ
สูตร 220 ลบอายุ ให้ค่า max heart rate โดยประมาณเท่านั้น ค่าจริงของแต่ละคนอาจต่างได้ ±10–12 ครั้ง ถ้าอยากแม่นกว่านี้ควรทดสอบ HR จริงจากการวิ่งหรือใช้เครื่องวัดที่ยิม แต่สำหรับมือใหม่ ตารางนี้ใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้ดีมาก
คำถามที่ผมโดนถามบ่อยที่สุดคือ "การวิ่งในโซนนี้ กับ HIIT อันไหนเผาผลาญดีกว่า" คำตอบคือมันคนละงานกัน ผมทำตารางเทียบ Zone 2 กับ HIIT และ LISS (Low Intensity Steady State) ไว้ให้เห็นภาพชัด ๆ
| ปัจจัย | Zone 2 | HIIT | Steady-state (LISS) |
|---|---|---|---|
| ความหนัก | ปานกลาง (แอโรบิก) | สูงมาก สลับพัก | เบา ต่อเนื่อง |
| %HR (ของ Max) | 60–70% | 80–95% | 50–60% |
| แหล่งพลังงานหลัก | ไขมันเป็นหลัก | คาร์บ/ไกลโคเจน | ไขมันเป็นหลัก |
| เผาผลาญไขมันขณะออก | สูง (fat max zone) | ต่ำขณะออก แต่ afterburn สูง | ปานกลาง |
| สร้างฐานแอโรบิก | ดีที่สุด | ปานกลาง | ปานกลาง |
| เหมาะกับใคร | ทุกระดับ เน้นฐานความฟิต | คนมีฐานแล้ว มีเวลาน้อย | มือใหม่มาก ฟื้นฟู |
| เวลาต่อครั้ง | 30–90 นาที | 15–30 นาที | 30–60 นาที |
| ระยะฟื้นตัว | สั้น (ฝึกได้บ่อย) | ยาว (ต้องพัก 48 ชม.) | สั้นมาก |
สรุปให้เข้าใจง่ายจากมุมโค้ช: Zone 2 คือฐาน ใช้ฝึกได้บ่อยเพราะฟื้นตัวเร็ว เป็นตัวสร้าง aerobic base และเผาผลาญไขมันได้ดี ส่วน HIIT คือตัวเร่ง ที่ทรงพลังแต่ต้องมีฐานก่อนและฟื้นตัวนาน ขณะที่ LISS เหมาะกับมือใหม่มาก ๆ หรือวันฟื้นฟู แผนที่ดีที่สุดไม่ใช่เลือกอันเดียว แต่คือใช้โซน 2 เป็นฐานหลัก 70–80% ของการซ้อม แล้วเสริม HIIT 1–2 ครั้งต่อสัปดาห์เมื่อพร้อม
ข้อดีของการฝึกโซน 2 คือทำที่บ้านได้สบาย ไม่ต้องรอสภาพอากาศ และคุมโซนได้แม่นกว่าวิ่งข้างนอก เพราะเครื่องคาร์ดิโอส่วนใหญ่มีเซนเซอร์วัด heart rate ในตัว ผมแยกให้เห็นว่าแต่ละเครื่องช่วยฝึก zone 2 training อย่างไร
ลู่วิ่งเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับคนที่อยากฝึกการฝึกโซน 2 โดยตรง ข้อดีคือคุมความเร็วและความชันได้คงที่ ทำให้ล็อกอัตราการเต้นหัวใจไว้ในช่วง 60–70% ได้ง่ายกว่าวิ่งกลางแจ้งที่ต้องเจอเนินและลม ลู่วิ่งรุ่นใหม่ ๆ มีที่จับวัดชีพจรหรือรองรับสายคาดอก ทำให้เห็นค่า HR แบบเรียลไทม์ เลือกชมลู่วิ่งไฟฟ้าทุกรุ่นได้ที่หมวดหมู่ลู่วิ่ง
จักรยานออกกำลังกายเหมาะมากสำหรับฝึกวิ่งในโซนนี้ (หรือปั่นในโซน 2) เพราะแรงกระแทกต่ำ (low-impact) เป็นมิตรกับข้อเข่าและข้อเท้า เหมาะกับคนน้ำหนักเยอะ ผู้สูงอายุ หรือคนที่กำลังฟื้นจากอาการบาดเจ็บ การปั่นคุมโซนได้ง่ายด้วยการปรับแรงต้าน และหลายรุ่นมีจอแสดง heart rate ในตัว ดูจักรยานออกกำลังกายที่เหมาะกับการฝึกโซน 2 ได้ที่นี่
elliptical หรือเครื่องเดินวงรีเป็นอีกทางเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับการฝึกโซนแอโรบิก (zone 2) เพราะออกกำลังทั้งช่วงบนและช่วงล่างพร้อมกัน แรงกระแทกต่ำเหมือนจักรยาน แต่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงการวิ่งมากกว่า เหมาะกับคนที่อยากฝึกแอโรบิกโดยไม่อยากลงน้ำหนักที่ข้อเข่า และมีเซนเซอร์วัดชีพจรที่ราวจับ เลือกชมเครื่องเดินวงรี (elliptical) ได้ที่หมวดหมู่นี้
คุมความเร็ว-ความชันคงที่ ล็อกโซน 2 ง่าย เหมาะกับคนอยากฝึกการวิ่งในโซนนี้ โดยตรง
ดูลู่วิ่ง →
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มวิ่ง ผมมีเคล็ดลับการฝึกวิ่งในโซน 2 มาฝากครับ
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มวิ่ง การฝึกโซน 2 เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการปูพื้นฐานสมรรถภาพของร่างกาย นอกจากการวิ่งแล้ว คุณยังสามารถใช้การปั่นจักรยานเป็นอีกทางเลือกในการเสริมสมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือด เพราะการปั่นจักรยานช่วยลดแรงกระแทกและเหมาะกับทุกเพศทุกวัย
เพื่อให้เห็นภาพว่าจะเริ่มการฝึกโซน 2 ยังไงแบบ step-by-step ผมออกแบบตารางฝึก 8 สัปดาห์สำหรับมือใหม่ให้เลย เน้นค่อยเป็นค่อยไป คุมชีพจรในโซน 2 ตลอด และเพิ่มปริมาณทีละน้อยเพื่อไม่ให้บาดเจ็บ
| สัปดาห์ | รูปแบบต่อครั้ง | เวลาในโซน 2 | ความถี่/สัปดาห์ |
|---|---|---|---|
| 1–2 | เดินเร็ว-วิ่งเบาสลับ (run-walk) | 20–25 นาที | 3 ครั้ง |
| 3–4 | วิ่งเบาต่อเนื่องในโซน 2 | 30 นาที | 3–4 ครั้ง |
| 5–6 | วิ่งในโซนนี้ ต่อเนื่อง + ยืดกล้ามเนื้อ | 40–45 นาที | 4 ครั้ง |
| 7–8 | โซนแอโรบิก ยาว 1 ครั้ง + วิ่งสั้น 3 ครั้ง | 50–60 นาที (ครั้งยาว) | 4–5 ครั้ง |
กติกาสำคัญของตารางนี้คือ ถ้าชีพจรทะลุขอบบนโซน 2 ให้ลดความเร็วหรือเดินจนกลับเข้าโซน อย่าฝืนดันความเร็วเพราะจะกลายเป็นการซ้อมโซน 3–4 ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายของช่วงสร้างฐานนี้ หากทำครบ 8 สัปดาห์แล้วรู้สึกสบายที่ 60 นาที ถือว่าคุณมีฐานแอโรบิกที่พร้อมต่อยอดไปฝึกความเร็วหรือระยะไกลได้แล้ว
หากต้องการความท้าทายมากขึ้นหลังจบ 8 สัปดาห์ ลองเพิ่มเทคนิค interval เบา ๆ โดยวิ่งสลับความเร็วแต่ยังคุมให้อยู่ในโซน 2 เช่น วิ่งเบา 2 นาที สลับวิ่งเร็วขึ้นนิด 1 นาที การฝึกแบบนี้จะช่วยให้คุณวิ่งได้เร็วขึ้นที่ชีพจรต่ำลง ซึ่งแปลว่าสมรรถภาพดีขึ้นนั่นเอง
ตารางนี้จะทำงานได้เต็มที่เมื่อคุณคุมโซนได้จริง วิ่งกลางแจ้งเจอเนินและลมทำให้ชีพจรกระโดดเกินโซน 2 บ่อย ลู่วิ่งและจักรยานที่บ้านช่วยให้คุณล็อกความหนักได้คงที่และเห็นค่า HR ทุกวินาที—เริ่มฝึกได้ทันทีไม่ต้องรอฟ้าเปิด (เครื่องคาร์ดิโอเริ่มต้นราว 15,000–40,000 บาท ผ่อน 0% ได้)
สุดท้ายนี้ ผมมีคำแนะนำพิเศษเพื่อให้คุณได้ประโยชน์จากการ วิ่งโซน 2 อย่างเต็มที่
สิ่งสำคัญที่สุดของการวิ่งโซน 2 คือการฟังสัญญาณจากร่างกาย หากรู้สึกเหนื่อยผิดปกติ นอนไม่หลับ อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักสูงกว่าปกติ หรือมีอาการเจ็บสะสม ควรลดความหนักของการฝึกหรือหยุดพัก 1–2 วัน เพราะการพัฒนาความฟิตไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างที่กำลังวิ่ง แต่เกิดขึ้นในช่วงที่ร่างกายได้ฟื้นตัว การฝึกอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการพักผ่อนที่เพียงพอ จะทำให้การวิ่งโซน 2 ได้ผลดีที่สุดและช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บในระยะยาว
โซน 2 คือช่วงที่หัวใจเต้น 60–70% ของ Max HR วิธีเช็กง่ายที่สุดคือ Talk Test ถ้ายังพูดเป็นประโยคยาว ๆ ได้โดยไม่หอบ แสดงว่าอยู่ในโซน 2 ถ้าเริ่มพูดได้แค่คำสั้น ๆ แปลว่าหนักเกินไปแล้ว
ใช้สูตร Max HR = 220 − อายุ แล้วคูณ 0.6 และ 0.7 เช่น อายุ 40 ปี Max HR = 180 โซน 2 อยู่ที่ 108–126 ครั้งต่อนาที ดูตารางตามอายุด้านบนได้เลย
ไม่ใช่ แม้โซน 2 จะเป็นระดับที่ร่างกายใช้ไขมันเป็นพลังงานหลัก แต่การออกกำลังกายทุกรูปแบบล้วนเผาผลาญไขมัน สิ่งสำคัญคือการสร้าง calorie deficit ในระยะยาว ควบคู่กับการควบคุมอาหาร ไม่ใช่แค่โซนการวิ่ง
สำหรับมือใหม่แนะนำ วิ่งโซน 2 อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30–60 นาที นักวิ่งที่มีประสบการณ์อาจเพิ่มเป็น 4–5 ครั้ง โดยมีวันพัก 1–2 วันเพื่อฟื้นตัว ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการซ้อมหักโหมเป็นพัก ๆ
คนละงานกัน Zone 2 สร้างฐานแอโรบิกและฝึกได้บ่อยเพราะฟื้นตัวเร็ว ส่วน HIIT เร่งสมรรถภาพได้แรงแต่ต้องมีฐานก่อนและฟื้นตัวนาน แผนที่ดีคือใช้โซน 2 เป็นฐาน 70–80% แล้วเสริม HIIT 1–2 ครั้งต่อสัปดาห์
ได้ ใช้ Talk Test หรือใช้เครื่องคาร์ดิโอที่มีเซนเซอร์วัดชีพจรที่ราวจับ เช่น ลู่วิ่ง จักรยาน หรือ elliptical ก็อ่านค่า HR ได้แม่นพอสำหรับมือใหม่
หลักการเดียวกันคือคุมชีพจร 60–70% แต่ลู่วิ่งคุมความเร็วและความชันได้คงที่กว่า ทำให้ล็อกโซนง่ายกว่าวิ่งกลางแจ้งที่เจอเนินและลม เหมาะกับมือใหม่ที่ยังคุมโซนไม่คล่อง
ส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกว่าวิ่งสบายขึ้นที่ชีพจรเท่าเดิมภายใน 6–8 สัปดาห์ ถ้าฝึกสม่ำเสมอ 3–5 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนการเปลี่ยนแปลงระดับ mitochondria และเส้นเลือดฝอยจะสะสมชัดเจนขึ้นเมื่อผ่าน 3 เดือน
เห็นไหมครับว่า วิ่งโซน 2 เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ แต่ประโยชน์นั้นมหาศาล ถ้าถามผมว่ามีอะไรที่เทรนเนอร์มืออาชีพอย่างผมอยากแนะนำเป็นพิเศษ คำตอบก็คือ วิ่งโซน 2 นี่แหละ เพราะมันเป็นรากฐานที่ทำให้ทุกอย่างที่เหลือทำงานได้ดีขึ้น
ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือนักวิ่งมากประสบการณ์ การรวมการ วิ่งโซน 2 เข้าไปในแผนการซ้อมจะช่วยให้คุณแข็งแรงขึ้น เผาผลาญไขมันได้มากขึ้น และวิ่งได้ไกลขึ้น เริ่มจากคำนวณโซนของการ วิ่งโซน 2 ตามตารางอายุ แล้วลองทำตามตารางฝึก 8 สัปดาห์ดู อย่าพึ่งคิดว่ามันน่าเบื่อหรือง่ายเกินไป เพราะบางครั้งเทคนิคที่ดูธรรมดานี่ล่ะที่ให้ผลลัพธ์ไม่ธรรมดา
สำหรับผู้ที่อยากเสริมการฝึกด้วยการออกกำลังแบบ low-impact ควบคู่กับการ วิ่งโซน 2 การปั่นจักรยานหรือใช้ elliptical เป็นตัวเลือกที่ดีมาก ไม่เพียงช่วยลดแรงกระแทกต่อข้อเข่า แต่ยังพัฒนาสมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถ้าคุณอยากฝึกได้ทุกวันโดยไม่ต้องรอสภาพอากาศ การมีเครื่องคาร์ดิโอที่บ้านสักเครื่องจะทำให้แผนการ วิ่งโซน 2 ของคุณเดินหน้าได้ต่อเนื่องจริง
พร้อมเริ่มฝึก วิ่งโซน 2 ที่บ้านแล้วใช่ไหม? เลือกเครื่องคาร์ดิโอที่ใช่กับเป้าหมายของคุณ ลู่วิ่งสำหรับคนอยากวิ่ง จักรยานหรือ elliptical สำหรับคนดูแลข้อเข่า ทุกเครื่องวัด heart rate ในตัว คุมโซน 2 ได้แม่น ส่งฟรีทั่วไทย ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน
Author: โค้ชปูแน่น — ACE-CPT | แชมป์วิ่งระดับชาติและนานาชาติ | CEO Real Gym Safari World
Sources: