ไม่มีเครื่องไหนลดไขมันเฉพาะจุดได้ สิ่งที่ เครื่องออกกำลังกายลดพุง ทำได้จริงคือช่วยให้คุณสร้างแคลอรีขาดได้ทุกวันโดยเข่าไม่พัง เครื่องที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่เครื่องที่เผาผลาญสูงสุด แต่คือเครื่องที่คุณขึ้นไปใช้ได้จริงในวันที่ขี้เกียจที่สุด
spot reduction หรือการลดไขมันเฉพาะจุด ไม่มีอยู่จริงในทางสรีรวิทยา ร่างกายไม่ได้ดึงไขมันจากบริเวณที่กล้ามเนื้อกำลังทำงาน แต่ดึงจากคลังไขมันทั้งตัวตามลำดับที่พันธุกรรมกำหนดไว้ การปั่นจักรยานสามพันรอบจึงไม่ได้ทำให้พุงยุบเร็วกว่าการเดินขึ้นเนิน
สิ่งที่ทำให้พุงยุบจริงคือแคลอรีขาดสะสม และเครื่องคาร์ดิโอคือเครื่องมือที่ทำให้คุณสร้างแคลอรีขาดได้โดยไม่ต้องอดอาหารจนหิวโหย นั่นคือหน้าที่เดียวของมัน ไม่มากไปกว่านั้น
ถ้าคุณเข้าใจข้อนี้ตั้งแต่แรก คุณจะเลือก เครื่องออกกำลังกายลดพุง ด้วยเกณฑ์ที่ถูก คือความสม่ำเสมอ ไม่ใช่ตัวเลขแคลอรีบนหน้าจอ
สามตัวเลขที่ตัดสินว่าพุงจะยุบหรือไม่
เครื่องคาร์ดิโอไม่ได้เผาไขมันหน้าท้องโดยตรง แต่มันทำให้คุณเผาผลาญเพิ่มได้วันละ 200 ถึง 400 kcal อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งคือครึ่งหนึ่งของแคลอรีขาดที่ต้องการ
งานวิจัยที่ให้อาสาสมัครทำท่าซิทอัพหลายร้อยครั้งต่อวันติดต่อกันหลายสัปดาห์ พบว่าไขมันใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้องไม่ได้ลดลงมากกว่าบริเวณอื่นเลย กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรงขึ้นจริง แต่ชั้นไขมันที่คลุมอยู่ยังหนาเท่าเดิม
เหตุผลคือไขมันถูกสลายเป็นกรดไขมันแล้วส่งเข้ากระแสเลือดไปใช้ทั่วร่างกาย ไม่ได้ถูกดึงจากใต้กล้ามเนื้อที่กำลังทำงาน การเล่นท้องจึงสร้างกล้ามเนื้อ ไม่ได้ลดพุง
นี่คือเหตุผลที่เครื่องบริหารหน้าท้องราคาถูกตามโฆษณาทีวี ไม่เคยทำให้ใครพุงยุบ และเป็นเหตุผลที่ เครื่องออกกำลังกายลดพุง แบบคาร์ดิโอทำได้ดีกว่า เพราะมันเผาผลาญพลังงานรวมได้มากกว่าหลายเท่า
| ความเชื่อ | ความจริง |
|---|---|
| เล่นท้องเยอะ ๆ แล้วพุงยุบ | กล้ามท้องแข็งแรงขึ้น แต่ไขมันที่คลุมยังอยู่ |
| ปั่นจักรยานลดต้นขา | ลดไขมันทั้งตัวตามสัดส่วน ไม่เลือกจุด |
| เข็มขัดสั่นลดพุง | ไม่มีผลต่อมวลไขมันเลย |
| เหงื่อออกเยอะแปลว่าไขมันลด | เหงื่อคือน้ำ ไม่ใช่ไขมัน |
| ต้องคาร์ดิโอตอนท้องว่างเท่านั้น | ผลรวมทั้งวันสำคัญกว่าเวลาที่ทำ |
| เครื่องแพงลดพุงได้เร็วกว่า | เครื่องที่ใช้บ่อยกว่าชนะเสมอ |
อย่างแรกคือเพิ่มการเผาผลาญโดยไม่เพิ่มความหิวมากเท่าการอดอาหาร คนที่ตัดอาหารวันละห้าร้อยแคลอรีจะหิวจนพัง แต่คนที่ตัดสองร้อยห้าสิบและออกกำลังกายเพิ่มอีกสองร้อยห้าสิบ มักทำได้นานกว่ามาก
อย่างที่สองคือคุมแรงกระแทกได้ ลู่เดิน จักรยาน และเครื่องเดินวงรี ให้คุณเลือกระดับแรงกระแทกที่เข่ารับไหว ซึ่งสำคัญมากสำหรับคนที่น้ำหนักเกิน
อย่างที่สามคือ เครื่องออกกำลังกายลดพุง ทำให้ออกกำลังกายได้ทุกวันโดยไม่มีข้ออ้าง ฝนตก รถติด ยิมปิด เหล่านี้หายไปทันทีเมื่อเครื่องอยู่ในบ้าน และนี่คือมูลค่าที่แท้จริงของเครื่องออกกำลังกายในบ้าน
หัวใจของเรื่องนี้ เครื่องไม่ได้ลดพุงให้คุณ แต่มันทำให้แคลอรีขาดวันละ 500 kcal เป็นเรื่องที่ทำได้จริงทุกวัน แทนที่จะเป็นเป้าหมายที่ล้มเหลวในสัปดาห์ที่สอง
ไขมัน 1 กิโลกรัมเท่ากับ 7,700 kcal ถ้าคุณสร้างแคลอรีขาดวันละ 500 kcal คุณจะลดได้ราว 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ และรอบเอวจะลดลง 1 นิ้วในราว 4 ถึง 6 สัปดาห์
แคลอรีขาดคือส่วนต่างระหว่างพลังงานที่ร่างกายใช้ กับพลังงานที่คุณกินเข้าไป ถ้าร่างกายใช้สองพันสองร้อยแคลอรีต่อวัน และคุณกินหนึ่งพันเจ็ดร้อย คุณจะมีแคลอรีขาดห้าร้อยแคลอรี
ส่วนต่างนี้มาจากสองทางเท่านั้น คือกินน้อยลง หรือใช้มากขึ้น เครื่องคาร์ดิโอทำหน้าที่ในทางที่สอง และมันทำได้ราวสองร้อยถึงสี่ร้อยแคลอรีต่อวันในการใช้งานจริง
นี่แปลว่า เครื่องออกกำลังกายลดพุง อย่างเดียวไม่พอ คุณยังต้องปรับอาหารอีกราวสองร้อยถึงสามร้อยแคลอรี ซึ่งเท่ากับน้ำหวานหนึ่งแก้วกับข้าวอีกทัพพี
| แคลอรีขาดต่อวัน | ลดได้ต่อสัปดาห์ | ลด 5 กก. ใช้เวลา | ความยั่งยืน |
|---|---|---|---|
| 250 kcal | 0.23 กก. | ประมาณ 22 สัปดาห์ | ทำได้ง่ายมาก |
| 500 kcal | 0.45 กก. | ประมาณ 11 สัปดาห์ | ทำได้จริงระยะยาว |
| 750 kcal | 0.68 กก. | ประมาณ 7 สัปดาห์ | เริ่มหิวและล้า |
| 1,000 kcal | 0.9 กก. | ประมาณ 5 สัปดาห์ | เสี่ยงเลิกกลางคัน |
| 1,500 kcal | 1.36 กก. | ประมาณ 4 สัปดาห์ | เสียกล้ามเนื้อ ไม่แนะนำ |
โดยเฉลี่ย รอบเอวลดลงหนึ่งนิ้วเมื่อไขมันในร่างกายลดลงราวสองถึงสามกิโลกรัม ตัวเลขนี้ต่างกันไปตามเพศและรูปร่าง ผู้ชายที่สะสมไขมันช่องท้องเยอะมักเห็นรอบเอวลดเร็วกว่าน้ำหนักบนตาชั่งด้วยซ้ำ
ถ้าคุณทำแคลอรีขาดได้วันละห้าร้อยแคลอรีอย่างสม่ำเสมอ คุณจะลดไขมันได้ราวสองกิโลกรัมในสี่ถึงห้าสัปดาห์ ซึ่งแปลว่ารอบเอวหนึ่งนิ้วใช้เวลาราวสี่ถึงหกสัปดาห์
| ระยะเวลา | แคลอรีขาดสะสม | ไขมันที่ลดได้ | รอบเอวที่ลดได้ |
|---|---|---|---|
| 2 สัปดาห์ | 7,000 kcal | ประมาณ 0.9 กก. | ยังไม่ชัด |
| 4 สัปดาห์ | 14,000 kcal | ประมาณ 1.8 กก. | ประมาณ 0.7 นิ้ว |
| 6 สัปดาห์ | 21,000 kcal | ประมาณ 2.7 กก. | ประมาณ 1 นิ้ว |
| 8 สัปดาห์ | 28,000 kcal | ประมาณ 3.6 กก. | ประมาณ 1.4 นิ้ว |
| 12 สัปดาห์ | 42,000 kcal | ประมาณ 5.5 กก. | ประมาณ 2 นิ้ว |
อย่าคาดหวังผลใน 2 สัปดาห์แรก ช่วงนี้น้ำหนักที่ลดส่วนใหญ่คือน้ำและไกลโคเจน ไขมันจริงเริ่มเห็นผลชัดในสัปดาห์ที่ 4 เป็นต้นไป คนที่เลิกกลางคันมักเลิกในช่วงนี้พอดี
ตารางนี้เทียบทุกมิติที่ตัดสินว่าคุณจะใช้เครื่องต่อได้กี่เดือน ทั้งแคลอรีต่อ 30 นาที แรงกระแทกที่เข่า พื้นที่ เสียงรบกวน ราคา และความเบื่อ
ตัวเลขด้านล่างคำนวณจากค่า MET มาตรฐานที่ระดับความหนักปานกลาง ซึ่งหมายถึงหายใจแรงขึ้นแต่ยังพูดเป็นประโยคได้ ถ้าคุณเร่งความหนักขึ้น ตัวเลขจะสูงขึ้นราวยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์
ข้อสังเกตที่คนมองข้ามคือ ความต่างระหว่างเครื่องที่เผาผลาญสูงสุดกับต่ำสุดอยู่ที่ราวหนึ่งร้อยห้าสิบแคลอรีต่อครั้ง ซึ่งเท่ากับข้าวหนึ่งทัพพี ในขณะที่ความต่างของอัตราการเลิกใช้อยู่ที่หลายเท่า
แปลว่าถ้าคุณเลือก เครื่องออกกำลังกายลดพุง ที่เผาผลาญสูงแต่คุณเบื่อภายในสองเดือน คุณจะแพ้คนที่เลือกเครื่องที่เผาผลาญต่ำกว่าแต่ใช้ต่อได้สองปี
| เครื่อง | แคลอรีต่อ 30 นาที คน 70 กก. | แรงกระแทกที่เข่า | พื้นที่ใช้ | เสียงรบกวนเพื่อนบ้าน | ช่วงราคา | ใช้ต่อเนื่องได้กี่เดือนก่อนเบื่อ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ลู่วิ่ง เดินเร็วถึงจ๊อก | 230 ถึง 350 kcal | สูง ถ้าวิ่ง ปานกลางถ้าเดิน | 1.8 ถึง 2.2 ตร.ม. | สูง แรงสั่นลงพื้น | 12,000 ถึง 60,000 บาท | 6 ถึง 12 เดือน |
| จักรยานออกกำลังกาย แบบ spin | 250 ถึง 400 kcal | ต่ำมาก | 0.8 ถึง 1.2 ตร.ม. | ต่ำมาก | 7,000 ถึง 35,000 บาท | 4 ถึง 8 เดือน |
| จักรยานออกกำลังกาย แบบ upright | 180 ถึง 260 kcal | ต่ำมาก | 0.6 ถึง 1.0 ตร.ม. | ต่ำมาก | 4,000 ถึง 18,000 บาท | 3 ถึง 6 เดือน |
| จักรยานออกกำลังกาย แบบ recumbent | 170 ถึง 240 kcal | ต่ำที่สุด | 1.0 ถึง 1.4 ตร.ม. | ต่ำมาก | 8,000 ถึง 30,000 บาท | 8 ถึง 18 เดือน |
| เครื่องเดินวงรี | 220 ถึง 330 kcal | ต่ำ | 1.4 ถึง 1.8 ตร.ม. | ต่ำ | 9,000 ถึง 45,000 บาท | 6 ถึง 12 เดือน |
| ลู่เดินใต้โต๊ะ | 90 ถึง 150 kcal | ต่ำ | 0.5 ตร.ม. เก็บได้ | ปานกลาง | 6,000 ถึง 20,000 บาท | 12 เดือนขึ้นไป |
| บอดี้เวท ไม่ใช้เครื่อง | 200 ถึง 320 kcal | สูง ถ้ามีท่ากระโดด | 1 ตร.ม. | สูง ถ้ากระโดด | 0 บาท | 1 ถึง 3 เดือน |
อย่าอ่านคอลัมน์แคลอรีเป็นอันดับแรก ให้อ่านคอลัมน์สุดท้ายก่อน เพราะมันคือคอลัมน์ที่ทำนายผลลัพธ์จริงได้แม่นที่สุด เครื่องที่คุณใช้ได้สิบสองเดือน ชนะเครื่องที่คุณใช้ได้สามเดือนเสมอ แม้จะเผาผลาญต่ำกว่าต่อครั้ง
ลำดับที่ควรใช้ในการเลือก เครื่องออกกำลังกายลดพุง คือ ดูข้อจำกัดของตัวเองก่อน เช่นเข่า พื้นที่ เพื่อนบ้าน แล้วค่อยตัดตัวเลือกที่ผ่านไม่ได้ออก จากนั้นจึงเลือกจากสิ่งที่เหลือด้วยเกณฑ์ความเบื่อ
ถ้ายังลังเลระหว่างสองตัวเลือกยอดนิยม อ่านการเปรียบเทียบแบบเจาะลึกได้ที่ ลู่วิ่ง เทียบกับ จักรยานออกกำลังกาย
แต่ละเครื่องมีจุดที่มันชนะขาดและจุดที่มันแพ้ชัดเจน การรู้ทั้งสองด้านทำให้คุณไม่ต้องขายเครื่องทิ้งในเดือนที่สาม
ลู่วิ่งเผาผลาญได้สูงที่สุดต่อหน่วยเวลาถ้าคุณวิ่งจริง และมันเป็นเครื่องเดียวที่ฝึกได้ตั้งแต่เดินช้าไปจนถึงวิ่งเร็ว ซึ่งแปลว่าคุณโตไปกับมันได้หลายปีโดยไม่ต้องซื้อใหม่
ปัญหาคือแรงกระแทกขณะวิ่งอยู่ที่ราวสองถึงสามเท่าของน้ำหนักตัวในทุกก้าว คนหนักเก้าสิบกิโลกรัมจึงรับแรงราวสองร้อยกิโลกรัมต่อก้าว และนั่นคือเหตุผลที่คนน้ำหนักเกินไม่ควรเริ่มด้วยการวิ่ง
ทางออกที่ใช้ได้จริงคือใช้ลู่วิ่งในโหมดเดินชัน คือเดินที่ความเร็วห้าถึงหกกิโลเมตรต่อชั่วโมงบนความชันแปดถึงสิบสองเปอร์เซ็นต์ วิธีนี้ให้แคลอรีใกล้เคียงการจ๊อก แต่แรงกระแทกใกล้เคียงการเดินธรรมดา
| ประเด็น | ลู่วิ่ง |
|---|---|
| เผาผลาญสูงสุด | ได้ ถ้าวิ่งหรือเดินชัน |
| เหมาะกับคนหนักเกิน 90 กก. | เฉพาะโหมดเดินและเดินชัน |
| เสียงและแรงสั่น | สูงที่สุดในบรรดาเครื่องคาร์ดิโอ |
| พื้นที่ | มากที่สุด ถ้าไม่พับ |
| โตไปกับผู้ใช้ได้ | ได้ดีที่สุด เดินจนถึงวิ่ง |
| ค่าดูแล | ต้องหยอดน้ำมันสายพานทุก 2 ถึง 3 เดือน |
จักรยานออกกำลังกายแทบไม่มีแรงกระแทกเลย เพราะน้ำหนักตัวถูกรองรับด้วยเบาะ ไม่ใช่ข้อเข่า ทำให้มันเป็นเครื่องที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนหนัก คนปวดเข่า และคนที่เพิ่งกลับมาออกกำลังกายหลังหยุดไปนาน
ข้อเสียคือความน่าเบื่อ การนั่งปั่นอยู่กับที่สี่สิบนาทีโดยไม่มีอะไรทำ คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทนได้ไม่เกินหกสัปดาห์ ทางแก้ที่ได้ผลคือวางจอไว้ข้างหน้า แล้วปั่นตอนดูซีรีส์เท่านั้น
ในสามแบบย่อย spin bike ให้ความหนักได้มากที่สุดและเหมาะกับ HIIT ส่วน recumbent มีพนักพิงหลัง เหมาะกับคนปวดหลังและคนที่จะปั่นยาวสี่สิบถึงหกสิบนาที ส่วน upright คือทางสายกลางที่ราคาถูกที่สุดและกินพื้นที่น้อยที่สุด
| แบบ | ท่านั่ง | เหมาะกับ | ข้อจำกัด | ช่วงราคา |
|---|---|---|---|---|
| spin bike | โน้มตัวไปข้างหน้า | HIIT ปั่นหนักสั้น ๆ | เบาะแข็ง เจ็บก้นช่วงแรก | 7,000 ถึง 35,000 บาท |
| upright bike | นั่งตรง | คาร์ดิโอเบา งบจำกัด | ความหนักได้จำกัด | 4,000 ถึง 18,000 บาท |
| recumbent bike | เอนหลัง มีพนักพิง | ปวดหลัง ปวดเข่า ปั่นยาว | กินพื้นที่มากกว่า upright | 8,000 ถึง 30,000 บาท |
เครื่องเดินวงรีให้การเคลื่อนไหวคล้ายการวิ่ง แต่เท้าไม่เคยหลุดจากแป้น จึงแทบไม่มีแรงกระแทกลงข้อเข่าเลย และมันใช้ทั้งแขนและขาพร้อมกัน ทำให้เผาผลาญได้ใกล้เคียงการจ๊อกเบาโดยที่รู้สึกว่าเบากว่า
จุดที่มันชนะลู่วิ่งคือเสียง เพราะไม่มีการกระแทกลงพื้น คอนโดใช้ได้สบาย จุดที่มันแพ้คือมันกินพื้นที่ค่อนข้างมากและมักหนักจนย้ายคนเดียวไม่ไหว
สำหรับคนที่มองหา เครื่องออกกำลังกายลดพุง แต่เข่าไม่ไหวกับลู่วิ่ง และเบื่อจักรยานเร็ว เครื่องเดินวงรีมักเป็นคำตอบที่ลงตัวที่สุด แม้จะไม่ใช่ตัวเลือกที่คนนึกถึงเป็นอันดับแรก
ข้อสังเกตจากการใช้จริง เครื่องเดินวงรีที่ก้าวยาวต่ำกว่า 40 ซม. จะรู้สึกเหมือนย่ำอยู่กับที่และน่าเบื่อมาก ถ้าคุณสูงเกิน 170 ซม. ให้เลือกรุ่นที่ก้าวยาว 45 ถึง 50 ซม. ขึ้นไป
ลู่เดินใต้โต๊ะเผาผลาญได้เพียงเก้าสิบถึงหนึ่งร้อยห้าสิบแคลอรีต่อสามสิบนาที ซึ่งต่ำที่สุดในตาราง แต่มันเป็นเครื่องเดียวที่คุณใช้ได้สามชั่วโมงต่อวันโดยไม่ต้องหาเวลาเพิ่มเลย
เมื่อคูณเวลาเข้าไป การเดินสามชั่วโมงระหว่างทำงานให้ราวห้าร้อยถึงหกร้อยแคลอรี ซึ่งมากกว่าการวิ่งสามสิบนาทีเสียอีก และนี่คือเหตุผลที่มันเหมาะกับคนที่นั่งทำงานทั้งวัน
ข้อจำกัดคือมันต้องใช้คู่กับโต๊ะที่ปรับความสูงได้ ถ้าโต๊ะปรับไม่ได้ เครื่องนี้จะกลายเป็นของเก็บใต้เตียงตั้งแต่สัปดาห์แรก
การออกกำลังกายด้วยน้ำหนักตัวไม่ต้องจ่ายอะไรเลย และเผาผลาญได้สองร้อยถึงสามร้อยยี่สิบแคลอรีต่อสามสิบนาทีถ้าทำแบบวงจรต่อเนื่อง ซึ่งไม่แพ้เครื่องราคาหลายหมื่น
ปัญหาคืออัตราการเลิกทำ คนส่วนใหญ่เลิกภายในหนึ่งถึงสามเดือน เพราะมันเหนื่อยกว่า ต้องใช้แรงใจมากกว่า และไม่มีอะไรบังคับให้ทำ ต่างจากเครื่องที่ตั้งอยู่ตรงหน้าและเตือนคุณทุกวัน
อีกข้อคือท่ากระโดดอย่าง burpee และ jumping jack ให้แรงกระแทกลงเข่าและส่งเสียงลงพื้นชั้นล่าง ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับทั้งคนน้ำหนักเกินและคนอยู่คอนโด
ถ้าคุณกำลังจัดพื้นที่ออกกำลังกายในบ้าน ดูลำดับการซื้อและการวางผังได้ที่ คู่มือจัดโฮมยิมในบ้าน
เครื่องที่ผิดคือเครื่องที่ตั้งอยู่เฉย ๆ ลองดูเครื่องคาร์ดิโอทั้งหมดพร้อมสเปกที่เทียบกันได้จริง ทั้งขนาดเมื่อกางออก น้ำหนักที่รองรับ และระดับเสียง เพื่อตัดตัวเลือกที่ผ่านข้อจำกัดของบ้านคุณไม่ได้ออกไปก่อน
ตารางนี้ตอบคำถามที่คนถามบ่อยที่สุด 5 แบบ ตั้งแต่คนหนักเกิน 90 กก. คนปวดเข่า คนอยู่คอนโด คนมีเวลา 20 นาที ไปจนถึงคนมีงบ 10,000 บาท
ในการเลือก เครื่องออกกำลังกายลดพุง เงื่อนไขที่สำคัญที่สุดคือเงื่อนไขที่คุณเปลี่ยนไม่ได้ เช่นน้ำหนักตัวปัจจุบัน สภาพเข่า และประเภทที่พัก สามข้อนี้ใช้ตัดตัวเลือกออกก่อน ส่วนเรื่องงบและเวลา ใช้เลือกจากตัวเลือกที่เหลือ
อย่าเริ่มจากงบเป็นอันดับแรก เพราะการซื้อ เครื่องออกกำลังกายลดพุง ราคาถูกที่เข่ารับไม่ไหว คือการจ่ายเงินสองรอบ
| ถ้าคุณคือ | เครื่องที่ควรเลือก | เครื่องที่ควรเลี่ยง | เหตุผล |
|---|---|---|---|
| น้ำหนักเกิน 90 กก. | recumbent bike หรือเครื่องเดินวงรี | ลู่วิ่งโหมดวิ่ง และท่ากระโดด | แรงกระแทกขณะวิ่งสูงถึง 2 ถึง 3 เท่าของน้ำหนักตัว |
| ปวดเข่าอยู่แล้ว | recumbent bike | ลู่วิ่ง และบอดี้เวทที่มีสควอทลึก | จักรยานถ่ายน้ำหนักลงเบาะ ไม่ลงเข่า |
| อยู่คอนโด มีเพื่อนบ้านชั้นล่าง | จักรยานออกกำลังกาย หรือเครื่องเดินวงรี | ลู่วิ่ง และท่ากระโดดทุกชนิด | แรงสั่นจากการกระแทกส่งลงพื้นคอนกรีตได้ไกล |
| มีเวลาแค่ 20 นาทีต่อวัน | spin bike ทำ HIIT | คาร์ดิโอเบายาว 60 นาที | ความหนักชดเชยเวลาที่สั้นได้ |
| มีงบ 10,000 บาท | upright bike หรือลู่วิ่งรุ่นเริ่มต้น | เครื่องเดินวงรีราคาถูกมาก | เครื่องเดินวงรีถูกเกินไปมักโยกและเสียงดัง |
| นั่งทำงานวันละ 8 ชั่วโมง | ลู่เดินใต้โต๊ะ | ไม่มี | สะสมได้ 500 kcal โดยไม่ต้องหาเวลาเพิ่ม |
| เบื่อง่ายมาก | recumbent bike วางหน้าจอ | spin bike | ต้องดูซีรีส์ไปด้วยได้จึงจะทำต่อเนื่อง |
ทุกก้าวที่วิ่ง เข่ารับแรงราวสองถึงสามเท่าของน้ำหนักตัว คนหนักเก้าสิบห้ากิโลกรัมจึงรับแรงราวสองร้อยถึงสองร้อยแปดสิบกิโลกรัมต่อก้าว และในการวิ่งสามสิบนาที คุณลงเท้าราวสามพันครั้ง
ลำดับที่ปลอดภัยคือเริ่มด้วยจักรยานหรือเครื่องเดินวงรีจนน้ำหนักลงมาต่ำกว่าแปดสิบห้ากิโลกรัม แล้วจึงเริ่มเดินชันบนลู่วิ่ง และค่อยขยับไปจ๊อกเมื่อพร้อม
คนที่ข้ามขั้นตอนนี้ มักจบลงด้วยอาการปวดเข่าในสัปดาห์ที่สามและหยุดออกกำลังกายไปเลย ซึ่งแย่กว่าการเริ่มช้าแต่ทำต่อเนื่องได้
| น้ำหนักตัว | แรงที่เข่ารับตอนเดิน | แรงที่เข่ารับตอนวิ่ง | คำแนะนำ |
|---|---|---|---|
| 70 กก. | ประมาณ 105 กก. | ประมาณ 175 กก. | วิ่งได้ ถ้าไม่มีอาการเดิม |
| 80 กก. | ประมาณ 120 กก. | ประมาณ 200 กก. | เดินชันก่อน ค่อยจ๊อก |
| 90 กก. | ประมาณ 135 กก. | ประมาณ 225 กก. | เลี่ยงการวิ่ง ใช้จักรยานหรือวงรี |
| 100 กก. | ประมาณ 150 กก. | ประมาณ 250 กก. | จักรยานหรือวงรีเท่านั้น |
| 110 กก. | ประมาณ 165 กก. | ประมาณ 275 กก. | recumbent bike ปลอดภัยที่สุด |
ถ้าคุณอยู่คอนโด แม้จะเลือกเครื่องที่เงียบแล้ว ก็ยังควรวาง แผ่นยางรองพื้นฟิตเนส หนา 6 ถึง 10 มิลลิเมตรใต้เครื่อง เพราะแรงสั่นเดินทางลงพื้นคอนกรีตได้ไกลกว่าที่คิด และเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของเรื่องร้องเรียน
LISS คือคาร์ดิโอเบายาวที่โซนหัวใจ 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วน HIIT คือสลับหนักเบาที่ 80 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ทั้งสองลดพุงได้ แต่เหมาะกับเครื่องคนละแบบและคนคนละกลุ่ม
สูตรคร่าว ๆ คืออัตราการเต้นหัวใจสูงสุดเท่ากับสองร้อยยี่สิบลบด้วยอายุ คนอายุสามสิบห้าปีจึงมีค่าสูงสุดราวหนึ่งร้อยแปดสิบห้าครั้งต่อนาที และโซนที่ใช้ในการลดไขมันคือหกสิบถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของค่านั้น
ถ้าไม่มีสายรัดข้อมือ ให้ใช้การทดสอบด้วยการพูดแทน ในโซน LISS คุณควรพูดเป็นประโยคยาวได้ ส่วนในโซน HIIT คุณจะพูดได้แค่คำสองคำก่อนต้องหายใจ
อย่าหลงกับคำว่าโซนเผาไขมัน ที่ความหนักต่ำ ร่างกายใช้สัดส่วนไขมันมากกว่าจริง แต่ใช้พลังงานรวมน้อยกว่า สิ่งที่ตัดสินคือแคลอรีรวมที่ใช้ ไม่ใช่สัดส่วน
| อายุ | อัตราการเต้นสูงสุด | โซนหัวใจแบบ LISS 60 ถึง 70% | โซนหัวใจแบบ HIIT 80 ถึง 90% |
|---|---|---|---|
| 25 ปี | 195 ครั้งต่อนาที | 117 ถึง 137 | 156 ถึง 176 |
| 30 ปี | 190 ครั้งต่อนาที | 114 ถึง 133 | 152 ถึง 171 |
| 35 ปี | 185 ครั้งต่อนาที | 111 ถึง 130 | 148 ถึง 167 |
| 40 ปี | 180 ครั้งต่อนาที | 108 ถึง 126 | 144 ถึง 162 |
| 45 ปี | 175 ครั้งต่อนาที | 105 ถึง 123 | 140 ถึง 158 |
| 50 ปี | 170 ครั้งต่อนาที | 102 ถึง 119 | 136 ถึง 153 |
HIIT ต้องการเครื่องที่เปลี่ยนความหนักได้เร็วและปลอดภัยตอนเร่ง จักรยานแบบ spin จึงเหมาะที่สุด เพราะคุณเพิ่มแรงต้านได้ในหนึ่งวินาทีโดยไม่ต้องกลัวเสียหลัก ต่างจากลู่วิ่งที่ต้องรอสายพานเร่งความเร็ว
LISS ต้องการเครื่องที่นั่งหรือยืนอยู่ได้นานโดยไม่ปวดและไม่เบื่อ recumbent bike กับเครื่องเดินวงรีจึงชนะในหมวดนี้ เพราะคุณดูซีรีส์ไปด้วยได้ตลอดสี่สิบถึงหกสิบนาที
| เครื่อง | เหมาะกับ LISS | เหมาะกับ HIIT | เหตุผล |
|---|---|---|---|
| ลู่วิ่ง | ดี ในโหมดเดินชัน | พอได้ แต่รอสายพานเร่ง | เปลี่ยนความหนักช้ากว่าจักรยาน |
| spin bike | พอได้ เบาะแข็ง | ดีที่สุด | เพิ่มแรงต้านได้ทันที ไม่เสี่ยงเสียหลัก |
| upright bike | ดี | พอได้ | แรงต้านสูงสุดมักไม่พอสำหรับ HIIT หนัก |
| recumbent bike | ดีที่สุด | ไม่เหมาะ | นั่งสบาย ปั่นยาวได้ แต่เร่งสุดยาก |
| เครื่องเดินวงรี | ดีมาก | พอได้ | ปรับแรงต้านได้ แต่จังหวะเปลี่ยนช้า |
| ลู่เดินใต้โต๊ะ | ใช่ ทั้งวัน | ทำไม่ได้ | ความเร็วสูงสุดจำกัด |
สูตรที่ได้ผลกับคนส่วนใหญ่คือ LISS สามถึงสี่ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละสี่สิบถึงหกสิบนาที บวก HIIT หนึ่งถึงสองครั้ง ครั้งละยี่สิบนาที การทำ HIIT เกินสามครั้งต่อสัปดาห์มักทำให้ล้าสะสมและนอนไม่หลับ
คนที่เพิ่งเริ่มควรทำ LISS อย่างเดียวในสี่สัปดาห์แรก แล้วค่อยเติม HIIT เข้าไปเมื่อร่างกายรับไหว การเริ่มด้วย HIIT ทันทีคือสาเหตุที่คนเจ็บตัวและเลิกในสัปดาห์ที่สอง
ถ้าอยากเข้าใจการคุมโซนหัวใจให้แม่นขึ้น อ่านเพิ่มได้ที่ คู่มือโซนหัวใจสำหรับการออกกำลังกาย
โปรแกรมนี้ออกแบบให้แคลอรีขาดค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ไม่ใช่พุ่งสูงตั้งแต่สัปดาห์แรก เพราะการหักโหมในสัปดาห์แรกคือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้เครื่องกลายเป็นราวตากผ้า
สองสัปดาห์แรกคือช่วงสร้างนิสัย ไม่ใช่ช่วงเผาผลาญ เป้าหมายเดียวคือขึ้นเครื่องให้ครบตามจำนวนวัน ไม่ว่าจะทำได้นานแค่ไหนก็ตาม การทำได้ครบวันสำคัญกว่าการทำได้นาน
สัปดาห์ที่สามถึงหกคือช่วงเพิ่มปริมาณ และสัปดาห์ที่เจ็ดถึงแปดคือช่วงเพิ่มความหนัก การเรียงลำดับนี้ทำให้ร่างกายปรับตัวทัน และทำให้คุณไม่บาดเจ็บ
ตัวเลขแคลอรีในตารางคำนวณสำหรับคนหนักเจ็ดสิบกิโลกรัม ถ้าคุณหนักกว่านี้ ให้บวกเพิ่มราวสิบเปอร์เซ็นต์ต่อทุกสิบกิโลกรัม
| สัปดาห์ | ทำกี่วัน | รูปแบบ | เวลาต่อครั้ง | โซนหัวใจ | เผาผลาญต่อสัปดาห์ |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 3 วัน | LISS | 20 นาที | 60 ถึง 65% | ประมาณ 450 kcal |
| 2 | 3 วัน | LISS | 25 นาที | 60 ถึง 65% | ประมาณ 570 kcal |
| 3 | 4 วัน | LISS | 30 นาที | 60 ถึง 70% | ประมาณ 900 kcal |
| 4 | 4 วัน | LISS 3 ครั้ง บวก HIIT 1 ครั้ง | 30 นาที และ 15 นาที | 60 ถึง 70% และ 80% | ประมาณ 1,000 kcal |
| 5 | 5 วัน | LISS 4 ครั้ง บวก HIIT 1 ครั้ง | 35 นาที และ 18 นาที | 65 ถึง 70% | ประมาณ 1,300 kcal |
| 6 | 5 วัน | LISS 4 ครั้ง บวก HIIT 1 ครั้ง | 40 นาที และ 20 นาที | 65 ถึง 70% | ประมาณ 1,500 kcal |
| 7 | 5 วัน | LISS 3 ครั้ง บวก HIIT 2 ครั้ง | 45 นาที และ 20 นาที | 65 ถึง 75% | ประมาณ 1,700 kcal |
| 8 | 5 ถึง 6 วัน | LISS 4 ครั้ง บวก HIIT 2 ครั้ง | 45 นาที และ 20 นาที | 65 ถึง 75% | ประมาณ 1,900 kcal |
รูปแบบที่ปลอดภัยและได้ผลสำหรับคนทั่วไปคือ อบอุ่นร่างกายห้านาที แล้วสลับหนักสามสิบวินาทีกับเบาเก้าสิบวินาที ทำแปดถึงสิบรอบ แล้วคูลดาวน์ห้านาที รวมเบ็ดเสร็จราวยี่สิบห้านาที
ในช่วงหนัก คุณควรรู้สึกว่าพูดไม่ออกและอยากหยุด ถ้าคุณยังคุยได้สบาย แปลว่าแรงต้านเบาเกินไป และคุณกำลังทำ LISS ที่คิดว่าเป็น HIIT อยู่
ตัวเลขที่ต้องเช็คทุกสัปดาห์ ถ้าครบ 8 สัปดาห์แล้วคุณเผาผลาญเพิ่มรวมได้ราว 9,300 kcal ซึ่งเท่ากับไขมันราว 1.2 กิโลกรัม การคุมอาหารเพิ่มอีกวันละ 250 kcal จะทำให้ตัวเลขนี้กลายเป็นราว 3 กิโลกรัม
เครื่องออกกำลังกายลดพุง ที่กลายเป็นราวตากผ้าแทบไม่เคยเป็นเพราะเครื่องไม่ดี แต่เป็นเพราะ 5 ข้อนี้ ซึ่งทุกข้อป้องกันได้ตั้งแต่ก่อนจ่ายเงิน
คนจำนวนมากเลือก เครื่องออกกำลังกายลดพุง จากตัวเลขแคลอรีสูงสุด แล้วพบว่าตัวเองไม่ชอบมันเลย คนที่เกลียดการวิ่งแต่ซื้อลู่วิ่งเพราะเผาผลาญสูงสุด จะหยุดใช้ภายในหกสัปดาห์ทุกครั้ง
คำถามที่ควรถามตัวเองคือ ในวันที่เหนื่อยที่สุดของสัปดาห์ คุณยังจะอยากขึ้นเครื่องนี้ไหม ถ้าคำตอบคือไม่ ให้เปลี่ยนเครื่อง
เครื่องที่ตั้งอยู่ในห้องเก็บของ ห้องซักผ้า หรือระเบียงที่ร้อนอบอ้าว จะถูกใช้น้อยกว่าเครื่องที่ตั้งอยู่ในห้องนั่งเล่นหน้าทีวีอย่างเห็นได้ชัด ระยะทางจากโซฟาถึงเครื่องเป็นตัวทำนายความสม่ำเสมอที่แม่นอย่างน่าตกใจ
ถ้าคุณต้องเดินผ่านสามประตูและเปิดไฟสองดวงก่อนถึงเครื่อง คุณจะหาเหตุผลไม่ทำได้ง่ายกว่าคนที่เครื่องตั้งอยู่หน้าจอทีวีมาก
คนที่ตั้งใจปั่นหกสิบนาทีทุกวันตั้งแต่วันแรก มักทำได้สี่วันแล้วหยุดยาว เพราะกล้ามเนื้อล้า ก้นเจ็บ และแรงใจหมด ส่วนคนที่เริ่มด้วยยี่สิบนาทีสามวันต่อสัปดาห์ มักยังทำอยู่ในเดือนที่หก
สมองมนุษย์ตอบสนองต่อความสำเร็จเล็ก ๆ ที่ทำได้ครบ ดีกว่าเป้าใหญ่ที่ทำได้ครึ่งเดียว การตั้งเป้าต่ำในสัปดาห์แรกจึงไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่คือกลยุทธ์
การปั่นสามสิบนาทีเผาผลาญราวสองร้อยห้าสิบแคลอรี ซึ่งเท่ากับชานมไข่มุกครึ่งแก้ว ถ้าคุณออกกำลังกายแล้วให้รางวัลตัวเองด้วยของหวานทุกครั้ง แคลอรีขาดจะเป็นศูนย์หรือติดลบ
เมื่อสองเดือนผ่านไปแล้วน้ำหนักไม่ขยับ คนส่วนใหญ่จะสรุปว่า เครื่องออกกำลังกายลดพุง ไม่ได้ผล แล้วเลิกใช้ ทั้งที่ปัญหาอยู่ที่ปากไม่ใช่ที่เครื่อง
ถ้าคุณไม่วัด คุณจะไม่เห็นความคืบหน้า และเมื่อไม่เห็นความคืบหน้า คุณจะเลิก น้ำหนักบนตาชั่งอย่างเดียวหลอกได้ง่ายมาก เพราะมันแกว่งวันละหนึ่งถึงสองกิโลกรัมตามน้ำในร่างกาย
ให้วัดรอบเอวสัปดาห์ละครั้งด้วย ตัวเลขนี้แกว่งน้อยกว่าและบอกความจริงเรื่องไขมันช่องท้องได้ตรงกว่ามาก
| สาเหตุที่เลิกใช้ | สัญญาณเตือน | วิธีป้องกันตั้งแต่ก่อนซื้อ |
|---|---|---|
| เลือกเครื่องที่ตัวเองเบื่อ | ต้องบังคับตัวเองทุกครั้ง | ถามตัวเองว่าวันที่เหนื่อยที่สุดยังอยากใช้ไหม |
| วางไว้ในที่ที่ไม่อยากเข้า | เครื่องอยู่คนละชั้นกับที่คุณอยู่ | วางหน้าจอทีวี หรือในห้องที่คุณอยู่บ่อยที่สุด |
| ตั้งเป้าหนักเกินสัปดาห์แรก | ปวดจนต้องหยุด 3 ถึง 4 วัน | เริ่มที่ 20 นาที 3 วันต่อสัปดาห์ |
| ไม่คุมอาหารเลย | น้ำหนักนิ่งทั้งที่ออกกำลังกายทุกวัน | ตัดเครื่องดื่มหวานก่อนเป็นอย่างแรก |
| ไม่วัดผล | ไม่รู้ว่าคืบหน้าหรือไม่ | วัดรอบเอวสัปดาห์ละครั้ง จดไว้ |
เครื่องสร้างแคลอรีขาดได้ราว 250 ถึง 400 kcal ต่อวัน ส่วนที่เหลือของเป้า 500 kcal ต้องมาจากอาหาร และจุดที่ตัดง่ายที่สุดคือของเหลวที่มีน้ำตาล
เครื่องดื่มหวานคือแคลอรีที่กินแล้วไม่อิ่ม ชานมไข่มุกหนึ่งแก้วให้ราวสี่ร้อยถึงห้าร้อยแคลอรี ซึ่งเท่ากับการปั่นจักรยานหนึ่งชั่วโมงเต็ม แต่มันไม่ได้ทำให้คุณอิ่มนานขึ้นเลยแม้แต่นาทีเดียว
การตัดเครื่องดื่มหวานวันละหนึ่งแก้ว จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงเดียวที่ให้ผลมากที่สุดต่อความยากที่ต้องแลก และเป็นสิ่งที่ควรทำก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด
ส่วนข้าวและแป้ง ไม่ต้องตัดออกทั้งหมด การลดจากสามทัพพีเหลือสองทัพพีต่อมื้อ ก็ลดได้ราวแปดสิบแคลอรีต่อมื้อแล้ว ซึ่งพอสำหรับเป้าหมายโดยไม่ทำให้คุณหิวจนพัง
| สิ่งที่ตัด | ลดได้ต่อวัน | เทียบเท่าการออกกำลังกาย | ความยาก |
|---|---|---|---|
| ชานมไข่มุก 1 แก้ว | ประมาณ 450 kcal | ปั่นจักรยาน 60 นาที | ง่าย |
| น้ำอัดลม 1 กระป๋อง | ประมาณ 140 kcal | เดินเร็ว 30 นาที | ง่ายมาก |
| ข้าวจาก 3 ทัพพีเหลือ 2 | ประมาณ 80 kcal ต่อมื้อ | เดิน 20 นาที | ปานกลาง |
| ของทอด 1 มื้อต่อสัปดาห์ | ประมาณ 300 kcal | เครื่องเดินวงรี 40 นาที | ปานกลาง |
| ขนมหวานหลังมื้อเย็น | ประมาณ 250 kcal | ปั่นจักรยาน 35 นาที | ยาก |
| เพิ่มโปรตีนเป็น 1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. | อิ่มนานขึ้น กินรวมน้อยลง | ไม่ต้องแลกอะไร | ปานกลาง |
เมื่อคุณสร้างแคลอรีขาด ร่างกายจะดึงทั้งไขมันและกล้ามเนื้อไปใช้ การกินโปรตีนให้ถึงราวหนึ่งจุดหกกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม จะช่วยรักษากล้ามเนื้อไว้ และทำให้ตัวเลขที่ลดลงเป็นไขมันเป็นหลัก
คนหนักเจ็ดสิบกิโลกรัมจึงต้องการโปรตีนราวหนึ่งร้อยสิบกรัมต่อวัน ซึ่งเท่ากับอกไก่สองชิ้นใหญ่ ไข่สามฟอง และนมหนึ่งแก้ว
ถ้าคุณเป็นผู้ชายที่มีไขมันช่องท้องเป็นหลัก อ่านแนวทางเฉพาะเพิ่มเติมได้ที่ วิธีลดพุงสำหรับผู้ชาย
ถ้าคุณเข่าไม่ดีหรืออยู่คอนโด จักรยานออกกำลังกายมักเป็นจุดเริ่มที่ปลอดภัยที่สุด เพราะแรงกระแทกแทบเป็นศูนย์และเสียงเบามาก ดูรุ่นที่รองรับน้ำหนักได้จริงและปรับแรงต้านได้ละเอียดพอสำหรับทั้ง LISS และ HIIT
น้ำหนักบนตาชั่งแกว่งวันละ 1 ถึง 2 กิโลกรัมตามน้ำในร่างกาย ส่วนรอบเอวแกว่งน้อยกว่ามาก และบอกความจริงเรื่องไขมันช่องท้องได้ตรงกว่า
วัดที่ระดับสะดือ ตอนเช้าหลังตื่นและก่อนกินอะไร ยืนตรง หายใจออกตามปกติ อย่าแขม่วท้อง และอย่าดึงสายวัดแน่นจนเนื้อบุ๋ม ทำแบบเดียวกันทุกครั้งเพื่อให้เทียบกันได้
วัดสัปดาห์ละครั้ง วันเดียวกันและเวลาเดียวกัน ไม่ต้องวัดทุกวัน เพราะความแตกต่างรายวันคือสัญญาณรบกวน ไม่ใช่ข้อมูล
เกณฑ์ที่ใช้กันคือ ผู้ชายควรมีรอบเอวต่ำกว่าเก้าสิบเซนติเมตร และผู้หญิงต่ำกว่าแปดสิบเซนติเมตร เกินจากนี้คือสัญญาณของไขมันช่องท้องที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงด้านสุขภาพ
| สิ่งที่วัด | ความถี่ | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| รอบเอว | สัปดาห์ละครั้ง | บอกไขมันช่องท้องได้ตรงที่สุด | ต้องวัดจุดเดิมทุกครั้ง |
| น้ำหนัก | สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ใช้ค่าเฉลี่ย | ติดตามแนวโน้มรวมได้ | แกว่งตามน้ำและอาหาร |
| รูปถ่ายด้านข้าง | ทุก 4 สัปดาห์ | เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเลขไม่บอก | ต้องใช้แสงและมุมเดิม |
| ขนาดกางเกงที่ใส่ได้ | ทุก 6 ถึง 8 สัปดาห์ | เห็นผลจริงในชีวิตประจำวัน | เปลี่ยนช้ากว่าตัวเลขอื่น |
| เวลาที่ทำได้บนเครื่อง | ทุกครั้ง | บอกความฟิตที่ดีขึ้น | ไม่ได้บอกเรื่องไขมันโดยตรง |
ในเดือนแรก คนที่เริ่มออกกำลังกายใหม่มักเห็นน้ำหนักนิ่งหรือขึ้นเล็กน้อย เพราะกล้ามเนื้อกักน้ำไว้ซ่อมแซมตัวเอง และไกลโคเจนที่เพิ่มขึ้นดึงน้ำเข้ามาด้วย
ถ้ารอบเอวลดลงแต่น้ำหนักนิ่ง แปลว่าคุณกำลังไปถูกทาง ไขมันลดและกล้ามเนื้อเพิ่มพร้อมกัน นี่คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้
ถ้ารอบเอวไม่ขยับเลยใน 4 สัปดาห์ ปัญหาอยู่ที่แคลอรีขาด ไม่ใช่ที่เครื่อง ให้จดทุกอย่างที่กินเป็นเวลา 3 วันเต็ม รวมทั้งของเหลว แล้วคุณจะเห็นว่าแคลอรีหายไปไหน
คนอยู่คอนโดที่ซื้อลู่วิ่งมาแล้วโดนร้องเรียน คือกลุ่มที่ต้องขายเครื่องทิ้งภายใน 3 เดือนมากที่สุด เช็คข้อนี้ก่อนตัดสินใจ
ขนาดที่ระบุในสเปกคือขนาดของตัวเครื่องเท่านั้น ในการใช้งานจริง คุณต้องเผื่อพื้นที่ด้านหลังลู่วิ่งอีกอย่างน้อยห้าสิบเซนติเมตรเพื่อความปลอดภัย และเผื่อด้านข้างสำหรับการขึ้นลง
เครื่องเดินวงรีต้องเผื่อเพดานด้วย เพราะขณะก้าว ศีรษะคุณจะสูงขึ้นราวยี่สิบถึงสามสิบเซนติเมตรจากพื้น ห้องที่เพดานต่ำกว่าสองเมตรสี่สิบอาจใช้ไม่ได้
| เครื่อง | ขนาดเครื่อง | พื้นที่ที่ต้องเผื่อรวม | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ลู่วิ่ง | 160 x 75 ซม. | 200 x 100 ซม. | เผื่อด้านหลัง 50 ซม. |
| spin bike | 120 x 50 ซม. | 150 x 80 ซม. | เผื่อพื้นที่ขึ้นลง |
| upright bike | 100 x 50 ซม. | 130 x 70 ซม. | ใช้พื้นที่น้อยที่สุด |
| recumbent bike | 150 x 60 ซม. | 170 x 90 ซม. | ยาวกว่าที่คิด |
| เครื่องเดินวงรี | 150 x 65 ซม. | 180 x 90 ซม. | เผื่อความสูงเพดาน |
| ลู่เดินใต้โต๊ะ | 120 x 50 ซม. | ใช้แล้วเก็บได้ | ต้องมีโต๊ะปรับความสูง |
เสียงมอเตอร์ที่คุณได้ยินในห้องเป็นเสียงในอากาศ ซึ่งผนังกันได้ดีพอสมควร แต่เสียงที่เพื่อนบ้านชั้นล่างได้ยินคือแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านโครงสร้างพื้นคอนกรีต ซึ่งแทบไม่ลดทอนเลยตามระยะทาง
นี่คือเหตุผลที่ลู่วิ่งเป็นปัญหาในคอนโดมากกว่าเครื่องอื่นทั้งหมด ทุกก้าวที่คุณลงเท้า เพื่อนบ้านได้ยินเป็นเสียงตุบต่อเนื่องเป็นสิบนาที
แผ่นยางหนาหกถึงสิบมิลลิเมตรลดปัญหานี้ได้มาก และควรถือเป็นรายจ่ายบังคับ ไม่ใช่ของเสริม ถ้าคุณอยู่ในอาคารที่มีคนอยู่ชั้นล่าง
| เครื่อง | เสียงในห้อง | แรงสั่นลงพื้น | เหมาะกับคอนโดไหม |
|---|---|---|---|
| ลู่วิ่ง โหมดวิ่ง | สูง | สูงมาก | ไม่เหมาะ |
| ลู่วิ่ง โหมดเดิน | ปานกลาง | ปานกลาง | พอได้ ถ้ามีแผ่นยาง |
| spin bike | ต่ำมาก | แทบไม่มี | เหมาะมาก |
| recumbent bike | ต่ำมาก | แทบไม่มี | เหมาะมาก |
| เครื่องเดินวงรี | ต่ำ | ต่ำ | เหมาะ |
| บอดี้เวทที่มีท่ากระโดด | สูง | สูงมาก | ไม่เหมาะ |
ถ้าเลือกลู่วิ่งและอยากรู้ว่าสเปกไหนที่ห้ามประหยัด อ่านเกณฑ์ได้ที่ วิธีเลือกลู่วิ่งให้ตรงการใช้งาน และดูรายละเอียดมอเตอร์กับระบบซับแรงกระแทกที่ คู่มือซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า
เครื่องที่ถูกเกินไปมักโยก เสียงดัง และพังใน 12 เดือน ซึ่งแปลว่าคุณจ่ายสองรอบ สเปกที่ห้ามประหยัดคือมอเตอร์ ล้อช่วยแรง และน้ำหนักที่รองรับ
ที่งบต่ำกว่าห้าพันบาท คุณจะได้จักรยาน upright รุ่นเริ่มต้นที่ใช้ได้จริงถ้าน้ำหนักตัวไม่เกินแปดสิบกิโลกรัม แต่อย่าคาดหวังความนิ่งหรือแรงต้านที่ละเอียด
ที่งบหนึ่งหมื่นถึงสองหมื่นบาท คุณจะได้ลู่วิ่งรุ่นเริ่มต้นที่เดินและจ๊อกเบาได้ หรือจักรยานที่ทนใช้ได้หลายปี ส่วนเครื่องเดินวงรีในงบนี้มักโยกและเสียงดัง
ที่งบสองหมื่นขึ้นไป ตัวเลือกของ เครื่องออกกำลังกายลดพุง เปิดกว้างขึ้นมาก ทั้งลู่วิ่งที่วิ่งได้จริง เครื่องเดินวงรีที่นิ่ง และจักรยานที่มีระบบแม่เหล็กเงียบสนิท
| งบ | ได้อะไร | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| ต่ำกว่า 5,000 บาท | upright bike รุ่นเริ่มต้น | รองรับน้ำหนักจำกัด แรงต้านหยาบ |
| 5,000 ถึง 10,000 บาท | upright ดี หรือ spin bike เริ่มต้น | เครื่องเดินวงรีในงบนี้มักโยก |
| 10,000 ถึง 20,000 บาท | ลู่วิ่งเริ่มต้น หรือ recumbent bike | ลู่วิ่งงบนี้ควรใช้เดินเป็นหลัก |
| 20,000 ถึง 35,000 บาท | ลู่วิ่งที่วิ่งได้จริง หรือเครื่องเดินวงรีที่นิ่ง | เริ่มกินพื้นที่มากขึ้น |
| มากกว่า 35,000 บาท | เครื่องระดับใช้หนักได้ทุกวัน | คุ้มเมื่อใช้กันหลายคนในบ้าน |
สำหรับลู่วิ่ง สิ่งที่ห้ามประหยัดคือกำลังมอเตอร์แบบต่อเนื่อง ไม่ใช่ค่า peak ที่โฆษณา คนน้ำหนักเกินแปดสิบกิโลกรัมควรได้มอเตอร์ต่อเนื่องอย่างน้อยสองแรงม้าถ้าจะวิ่ง
สำหรับจักรยาน สิ่งที่ห้ามประหยัดคือน้ำหนักล้อช่วยแรง ล้อที่เบากว่าหกกิโลกรัมจะทำให้จังหวะปั่นกระตุกและไม่ลื่นไหล ซึ่งเป็นสาเหตุที่คนเลิกปั่นเร็ว
| สเปก | ค่าขั้นต่ำที่ควรได้ | ถ้าต่ำกว่านี้ |
|---|---|---|
| มอเตอร์ลู่วิ่งต่อเนื่อง | 2.0 HP ถ้าจะวิ่ง | ร้อนและพังใน 12 เดือน |
| น้ำหนักล้อช่วยแรงจักรยาน | 6 กก. ขึ้นไป | จังหวะปั่นกระตุก น่าเบื่อ |
| น้ำหนักที่รองรับ | มากกว่าน้ำหนักตัว 20 กก. | โครงโยก เสียงดัง |
| ก้าวยาวเครื่องเดินวงรี | 45 ซม. ขึ้นไป | รู้สึกย่ำอยู่กับที่ |
| ระบบแรงต้าน | แม่เหล็ก ไม่ใช่ผ้าเบรก | ผ้าเบรกสึก ต้องเปลี่ยนบ่อย |
| ประกันมอเตอร์ | อย่างน้อย 1 ปี | เสี่ยงจ่ายค่าซ่อมเอง |
ดูคลิปนี้ควบคู่กับตารางเทียบด้านบน สองข้อที่คลิปยืนยันตรงกับบทความคือ ความสม่ำเสมอชนะความหนัก และอาหารคือครึ่งหนึ่งของสมการเสมอ
ประเด็นหลักคือไม่มี เครื่องออกกำลังกายลดพุง ชนิดไหนที่วิเศษกว่าชนิดอื่นในแง่การลดไขมัน สิ่งที่ต่างกันคือคุณทำมันได้บ่อยแค่ไหนโดยไม่บาดเจ็บและไม่เบื่อ
หลังดูจบ ให้กลับไปตอบสองคำถาม คือเข่าคุณรับอะไรได้ และห้องคุณรับอะไรได้ สองคำตอบนี้ตัดตัวเลือกออกได้เกินครึ่งทันที
การใช้ เครื่องออกกำลังกายลดพุง ผิดวิธีทำให้เผาผลาญได้น้อยกว่าที่ควรถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มความเสี่ยงบาดเจ็บโดยไม่จำเป็น
การจับราวและถ่ายน้ำหนักบางส่วนลงแขน ทำให้ตัวเลขแคลอรีบนหน้าจอสูงเกินจริงถึงยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะตอนเดินชัน ซึ่งเป็นช่วงที่คนพึ่งราวมากที่สุด
ถ้าคุณต้องจับราวเพื่อประคองตัว แปลว่าความชันหรือความเร็วสูงเกินไป ให้ลดลงจนปล่อยมือได้ แล้วคุณจะได้ตัวเลขที่จริงและเผาผลาญได้มากกว่าเดิม
การปั่นด้วยแรงต้านต่ำแล้วเร่งรอบขาให้เร็ว รู้สึกเหนื่อยเพราะหัวใจเต้นเร็ว แต่กล้ามเนื้อขาแทบไม่ได้ทำงาน ผลคือเผาผลาญน้อยกว่าที่รู้สึกมาก
ตั้งแรงต้านให้รู้สึกเหมือนปั่นขึ้นเนินเบา ๆ และรักษารอบขาไว้ที่เจ็ดสิบถึงเก้าสิบรอบต่อนาที นี่คือช่วงที่ให้ผลดีที่สุด
หน้าจอเครื่องส่วนใหญ่คำนวณจากสูตรมาตรฐานที่ไม่รู้จักน้ำหนักตัวจริงของคุณ และมักสูงเกินจริงราวสิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ให้ใช้เป็นตัวเทียบระหว่างวันเท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลขที่เอาไปหักลบกับอาหาร
ถ้าคุณกินชดเชยตามตัวเลขบนหน้าจอทุกครั้ง คุณจะกินเกินโดยไม่รู้ตัวราววันละร้อยแคลอรี ซึ่งพอที่จะลบแคลอรีขาดทั้งหมดทิ้งได้
ตัวเลขที่เชื่อได้มากกว่าหน้าจอ คืออัตราการเต้นของหัวใจ ถ้าคุณอยู่ในโซนหกสิบถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ได้ตลอด 40 นาที คุณกำลังทำถูกแล้ว ไม่ว่าหน้าจอจะบอกตัวเลขอะไรก็ตาม
คาร์ดิโออย่างเดียวลดได้ทั้งไขมันและกล้ามเนื้อ ซึ่งทำให้การเผาผลาญพื้นฐานลดลง และเป็นสาเหตุที่คนน้ำหนักเด้งกลับภายใน 6 เดือน
กล้ามเนื้อหนึ่งกิโลกรัมใช้พลังงานราวสิบสามแคลอรีต่อวันขณะพัก ในขณะที่ไขมันหนึ่งกิโลกรัมใช้เพียงสี่ถึงห้าแคลอรี ถ้าคุณเสียกล้ามเนื้อไปสองกิโลกรัมระหว่างลดน้ำหนัก การเผาผลาญพื้นฐานจะลดลงราวยี่สิบหกแคลอรีต่อวัน
ตัวเลขนี้ดูน้อย แต่เมื่อสะสมทั้งปีจะเท่ากับเกือบหนึ่งกิโลกรัมของไขมันที่กลับมาโดยที่คุณไม่ได้กินมากขึ้นเลย
สองครั้งต่อสัปดาห์เพียงพอสำหรับการรักษากล้ามเนื้อไว้ระหว่างลดไขมัน ไม่จำเป็นต้องเข้ายิมทุกวัน ท่าพื้นฐานอย่างสควอท แถวนอน วิดพื้น และเดดลิฟต์แบบเบา ครอบคลุมกล้ามเนื้อหลักได้แทบทั้งหมด
ถ้าคุณมีเวลาจำกัด ให้ทำเวทก่อนคาร์ดิโอในวันเดียวกัน เพราะการทำเวทตอนที่ยังไม่ล้าจะได้คุณภาพการฝึกที่ดีกว่า
| รูปแบบ | ผลต่อไขมัน | ผลต่อกล้ามเนื้อ | ผลต่อการเผาผลาญพื้นฐาน |
|---|---|---|---|
| คาร์ดิโออย่างเดียว | ลดได้ | เสียบางส่วน | ลดลง |
| เวทอย่างเดียว | ลดได้ช้า | รักษาและเพิ่มได้ | คงที่หรือเพิ่ม |
| คาร์ดิโอบวกเวท | ลดได้ดี | รักษาไว้ได้ | คงที่ |
| คาร์ดิโอบวกเวทบวกโปรตีนพอ | ลดได้ดีที่สุด | เพิ่มได้เล็กน้อย | คงที่หรือเพิ่ม |
เก็บส่วนนี้ไว้เปิดก่อนตัดสินใจซื้อ ทุกตัวเลขในตารางนี้มาจากหัวข้อด้านบนทั้งหมด
อ่านสามบรรทัดแรกก่อน เพราะมันคือตัวเลขที่ตัดสินว่าพุงจะยุบหรือไม่ ส่วนที่เหลือคือตัวเลขที่ช่วยให้คุณเลือกเครื่องได้ถูกและใช้มันได้ถูกวิธี
| หัวข้อ | ตัวเลข |
|---|---|
| พลังงานในไขมัน 1 กิโลกรัม | 7,700 kcal |
| แคลอรีขาดที่แนะนำต่อวัน | 500 kcal |
| ลดได้ต่อสัปดาห์ที่แคลอรีขาด 500 | ประมาณ 0.5 กก. |
| เวลาที่รอบเอวลด 1 นิ้ว | 4 ถึง 6 สัปดาห์ |
| โซนหัวใจสำหรับ LISS | 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของค่าสูงสุด |
| โซนหัวใจสำหรับ HIIT | 80 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของค่าสูงสุด |
| เครื่องที่เผาผลาญสูงสุดต่อ 30 นาที | spin bike และลู่วิ่ง |
| เครื่องที่เข่าปลอดภัยที่สุด | recumbent bike |
| เครื่องที่เงียบที่สุดสำหรับคอนโด | จักรยานออกกำลังกาย |
| เครื่องที่คนใช้ต่อเนื่องนานที่สุด | ลู่เดินใต้โต๊ะ |
| โปรตีนที่ต้องการต่อวัน | 1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. |
| เวทเทรนนิ่งขั้นต่ำ | 2 ครั้งต่อสัปดาห์ |
| เริ่มต้นสัปดาห์แรกที่ | 20 นาที 3 วันต่อสัปดาห์ |
รวมคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องคาร์ดิโอมาไว้ที่บ้าน พร้อมคำตอบที่ใช้ตัดสินใจได้ทันที
ไม่มีเครื่องไหนลดไขมันเฉพาะจุดได้ เพราะ spot reduction ไม่มีจริง เครื่องที่ทำให้พุงยุบเร็วที่สุดคือเครื่องที่คุณใช้ได้บ่อยที่สุดโดยไม่บาดเจ็บและไม่เบื่อ ในแง่แคลอรีต่อ 30 นาที spin bike และลู่วิ่งนำอยู่ที่ราว 250 ถึง 400 kcal แต่ถ้าคุณเบื่อภายใน 2 เดือน คุณจะแพ้คนที่ใช้ recumbent bike ต่อเนื่อง 1 ปี
เป้าที่ใช้ได้จริงคือสร้างแคลอรีขาดวันละ 500 kcal โดยให้เครื่องช่วย 250 ถึง 400 kcal ซึ่งเท่ากับคาร์ดิโอ 30 ถึง 45 นาที ส่วนที่เหลือมาจากการคุมอาหาร ที่ระดับนี้คุณจะลดได้ราว 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ และรอบเอวลดลง 1 นิ้วใน 4 ถึง 6 สัปดาห์
recumbent bike ปลอดภัยที่สุด เพราะน้ำหนักตัวถูกรองรับด้วยเบาะและพนักพิง ไม่ได้ลงที่ข้อเข่าเลย รองลงมาคือเครื่องเดินวงรี ซึ่งเท้าไม่หลุดจากแป้นจึงไม่มีแรงกระแทก ควรเลี่ยงลู่วิ่งในโหมดวิ่งและท่ากระโดดทุกชนิด
ได้ถ้าใช้เดินเป็นหลักและวางแผ่นยางหนา 6 ถึง 10 มิลลิเมตร แต่ถ้าจะวิ่ง แรงสั่นจะส่งลงพื้นคอนกรีตและเพื่อนบ้านชั้นล่างจะได้ยินเป็นเสียงตุบต่อเนื่อง ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือจักรยานออกกำลังกายหรือเครื่องเดินวงรี ซึ่งแทบไม่มีแรงกระแทกลงพื้นเลย
ทั้งสองได้ผล แต่ตอบโจทย์คนละแบบ HIIT ประหยัดเวลาและเผาผลาญต่อนาทีสูงกว่า แต่ทำได้แค่ 1 ถึง 2 ครั้งต่อสัปดาห์ก่อนจะล้าสะสม ส่วน LISS ทำได้บ่อยกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่า สูตรที่ใช้ได้จริงคือ LISS 3 ถึง 4 ครั้ง บวก HIIT 1 ถึง 2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยคุมโซนหัวใจให้ตรงช่วง
ได้ ถ้าแคลอรีขาดเป็นบวก การปั่นวันละ 40 นาทีที่โซนหัวใจ 65 เปอร์เซ็นต์ ให้ราว 300 kcal ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของเป้า 500 kcal ต่อวัน อีกครึ่งต้องมาจากอาหาร ถ้าปั่นแล้วยังดื่มชานมไข่มุกทุกวัน แคลอรีขาดจะเป็นศูนย์
เริ่มได้ในโหมดเดินและเดินชัน แต่ไม่ควรวิ่ง เพราะแรงกระแทกขณะวิ่งอยู่ที่ราว 2 ถึง 3 เท่าของน้ำหนักตัว ซึ่งเท่ากับราว 200 ถึง 280 กิโลกรัมต่อก้าว ทางที่ปลอดภัยกว่าคือใช้จักรยานหรือเครื่องเดินวงรีจนน้ำหนักต่ำกว่า 85 กิโลกรัม แล้วค่อยเริ่มเดินชัน
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือกินชดเชยหลังออกกำลังกาย ตัวเลขแคลอรีบนหน้าจอเครื่องมักสูงเกินจริง 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคุณกินตามตัวเลขนั้น แคลอรีขาดจะหายไปหมด ให้จดทุกอย่างที่กินเป็นเวลา 3 วันรวมทั้งเครื่องดื่ม แล้วคุณจะเห็นว่าแคลอรีหายไปไหน
ในงบนี้ตัวเลือกที่คุ้มที่สุดคือ upright bike คุณภาพดี หรือ spin bike รุ่นเริ่มต้นที่ล้อช่วยแรงหนัก 6 กิโลกรัมขึ้นไป ควรเลี่ยงเครื่องเดินวงรีในงบนี้ เพราะรุ่นที่ถูกมากมักโยกและเสียงดังจนใช้ไม่สนุก และเลิกใช้เร็ว
ควร เพราะคาร์ดิโออย่างเดียวจะลดทั้งไขมันและกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อลด การเผาผลาญพื้นฐานจะลดตาม และน้ำหนักมักเด้งกลับภายใน 6 เดือน เวทเทรนนิ่งเพียง 2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอสำหรับรักษากล้ามเนื้อไว้ระหว่างลดไขมัน
วัดรอบเอวสัปดาห์ละครั้ง ที่ระดับสะดือ ตอนเช้าก่อนกินอะไร รอบเอวแกว่งน้อยกว่าน้ำหนักและบอกไขมันช่องท้องได้ตรงกว่า ถ้ารอบเอวลดลงแต่น้ำหนักนิ่ง แปลว่าไขมันลดและกล้ามเนื้อเพิ่มพร้อมกัน ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ขึ้นกับข้อจำกัดของคุณ เครื่องเดินวงรีเผาผลาญได้ใกล้เคียงการจ๊อกเบา โดยแรงกระแทกลงเข่าต่ำกว่ามากและเสียงเบากว่า จึงเหมาะกับคอนโดและคนปวดเข่า ส่วนลู่วิ่งเผาผลาญได้สูงกว่าและโตไปกับผู้ใช้ได้ตั้งแต่เดินจนถึงวิ่ง แต่ต้องแลกด้วยพื้นที่ เสียง และแรงกระแทก
ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ระหว่างลู่วิ่ง เครื่องเดินวงรี และจักรยาน ให้ทีมงานช่วยเทียบจากน้ำหนักตัว สภาพเข่า ขนาดห้อง และงบของคุณ เพื่อให้ได้เครื่องที่คุณจะยังใช้อยู่ในเดือนที่สิบสอง ไม่ใช่เครื่องที่แขวนผ้าในเดือนที่สาม
ลำดับที่ถูกคือ ตัดตัวเลือกด้วยข้อจำกัดที่เปลี่ยนไม่ได้ก่อน แล้วค่อยเลือกจากสิ่งที่เหลือด้วยเกณฑ์ว่าคุณจะเบื่อมันเมื่อไหร่
ข้อแรก ไม่มีเครื่องไหนลดไขมันเฉพาะจุด สิ่งที่ทำให้พุงยุบคือแคลอรีขาดสะสม และเครื่องคือเครื่องมือที่ทำให้คุณสร้างมันได้ทุกวันโดยเข่าไม่พัง
ข้อสอง เครื่องออกกำลังกายลดพุง ที่ดีที่สุดคือเครื่องที่คุณใช้ได้ในวันที่ขี้เกียจที่สุด ไม่ใช่เครื่องที่เผาผลาญสูงสุดบนกระดาษ
ข้อสาม อาหารคือครึ่งหนึ่งของสมการเสมอ เครื่องให้คุณได้ราวสองร้อยห้าสิบถึงสี่ร้อยแคลอรี ส่วนที่เหลือต้องมาจากปาก และจุดที่ตัดง่ายที่สุดคือเครื่องดื่มหวาน
เริ่มจากวัดรอบเอวและจดไว้ จากนั้นตัดเครื่องดื่มหวานออกหนึ่งอย่าง แล้วเลือก เครื่องออกกำลังกายลดพุง ที่ผ่านข้อจำกัดเรื่องเข่า พื้นที่ และเพื่อนบ้านของคุณ ตั้งเป้าแค่ยี่สิบนาทีสามวันในสัปดาห์แรก
ถ้าตัดสินใจได้แล้วว่าจะเริ่มด้วยลู่วิ่งสำหรับใช้ในบ้าน ดูรุ่นที่พับเก็บได้และรองรับน้ำหนักได้จริงที่ ลู่วิ่งสำหรับใช้ในบ้าน หรือถ้าเลือกทางที่เข่าปลอดภัยกว่า ดู เครื่องเดินวงรี และ จักรยานเอนปั่น
สามคำถามนี้ไม่ค่อยมีใครถาม แต่เป็นตัวตัดสินว่าเครื่องจะอยู่กับคุณกี่ปี
ถ้า เครื่องออกกำลังกายลดพุง ถูกใช้โดยสองถึงสามคน น้ำหนักที่รองรับต้องคิดจากคนที่หนักที่สุด และการปรับตั้งค่าต้องทำได้เร็ว ไม่ใช่ต้องไขน็อตทุกครั้ง เครื่องที่ปรับยากจะถูกใช้โดยคนเดียวในที่สุด
จักรยานที่ปรับความสูงเบาะและระยะแฮนด์ได้ด้วยมือ จึงเหมาะกับบ้านที่ใช้กันหลายคนมากกว่ารุ่นที่ต้องใช้เครื่องมือ
เครื่องเดินวงรีและลู่วิ่งบางรุ่นหนักเกินเจ็ดสิบกิโลกรัม ซึ่งขนขึ้นลงบันไดคนเดียวไม่ได้เลย ถ้าคุณอยู่คอนโดที่ลิฟต์เล็ก หรือมีแผนจะย้ายในสองปี ให้เช็คทั้งน้ำหนักและว่ามีล้อเลื่อนหรือไม่
จักรยานส่วนใหญ่หนักยี่สิบถึงห้าสิบกิโลกรัมและมีล้อ ทำให้ย้ายง่ายกว่ามาก ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่คนมักไม่นับตอนเปรียบเทียบ
เครื่องคาร์ดิโอมีชิ้นส่วนที่สึกหรอ ทั้งสายพาน ผ้าเบรก และบอร์ดควบคุม ถ้าซื้อจากที่ที่ไม่มีอะไหล่ เมื่อเสียแล้วคุณจะเหลือแค่เศษเหล็กในห้องนั่งเล่น
ให้ถามก่อนซื้อว่ามีอะไหล่หลักไหม มีช่างไปถึงบ้านไหม และประกันมอเตอร์กี่ปี สามคำถามนี้แยกเครื่องที่ใช้ได้ห้าปีออกจากเครื่องที่ใช้ได้หนึ่งปี
| คำถาม | ทำไมสำคัญ | ควรได้คำตอบว่า |
|---|---|---|
| ใครในบ้านจะใช้บ้าง | กำหนดน้ำหนักที่ต้องรองรับ | เผื่อจากคนที่หนักที่สุดอีก 20 กก. |
| ปรับตั้งค่าง่ายไหม | ถ้าปรับยาก คนอื่นจะไม่ใช้ | ปรับได้ด้วยมือ ไม่ต้องใช้เครื่องมือ |
| น้ำหนักเครื่องเท่าไหร่ | เกี่ยวกับการย้ายบ้าน | มีล้อเลื่อน และยกได้ 2 คน |
| มีอะไหล่ไหม | ชิ้นส่วนสึกหรอแน่นอน | มีสายพาน ผ้าเบรก บอร์ด |
| ประกันมอเตอร์กี่ปี | มอเตอร์คือของแพงที่สุด | อย่างน้อย 1 ปี |
| ช่างไปถึงบ้านไหม | เครื่องหนักเกินกว่าจะยกไปซ่อม | มีบริการถึงบ้าน |
ถ้าสนใจ spin bike สำหรับทำ HIIT ในเวลาสั้น ๆ ดูรุ่นที่ล้อช่วยแรงหนักพอได้ที่ สปินไบค์ หรือดูภาพรวมของ ลู่วิ่ง ทั้งหมดก่อนตัดสินใจ
Login and Registration Form