ติดต่อเจ้าหน้าที่
สลับเส้นทาง
รถเข็นของฉัน 0

ท่าบาร์ติดผนัง 18 ท่า จากมือใหม่ถึงขั้นสูง เล่นครบทั้งโหน ยืด และคอร์

ท่าบาร์ติดผนัง 18 ท่า จากมือใหม่ถึงขั้นสูง เล่นครบทั้งโหน ยืด และคอร์

บาร์ติดผนัง ไม้และเหล็ก รับน้ำหนักได้จริงดู Stall Bar

บาร์ติดผนังไม่ใช่แค่ราวโหน แต่เป็นอุปกรณ์สามหน้าที่ในตัวเดียว คือแขวนตัว ยืดกล้ามเนื้อ และเป็นจุดยึดขาสำหรับท่าคอร์ บทความนี้แบ่ง ท่าบาร์ติดผนัง เป็นสามระดับ ตั้งแต่ ท่าบาร์ติดผนัง ที่ทำได้ตั้งแต่วันแรก ไปจนถึงท่าที่ใช้เวลาเป็นเดือน พร้อมการทำและจำนวนเซ็ตที่ใช้ได้จริง

คนส่วนใหญ่ใช้บาร์ติดผนังได้แค่หนึ่งในสามของที่มันทำได้

ลูกค้าที่ซื้อบาร์ติดผนังไปแล้วมักจบลงที่การโหนอย่างเดียว โหนได้สิบครั้งก็เบื่อ แล้วบาร์ก็กลายเป็นราวตากผ้าในที่สุด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่อุปกรณ์ แต่อยู่ที่ไม่มีใครบอกว่า ท่าบาร์ติดผนัง มีอะไรให้เล่นอีกบ้าง

บาร์ติดผนัง มีขั้นบันไดเรียงตั้งแต่พื้นถึงเพดาน แปลว่าคุณเลือกความสูงของจุดจับได้ทุกระดับ ซึ่งเปิดทางให้ทำท่าเอนตัวดึง ท่ายืดหลัง และท่าเกี่ยวขาที่ราวโหนธรรมดาทำไม่ได้เลย

สามหน้าที่ที่บาร์ตัวเดียวทำได้

  • แขวนตัว ท่าบาร์ติดผนัง กลุ่มแขวนตัว เช่น pull up และ hanging leg raise และยืดยาวช่วงลำตัว
  • ยืดกล้ามเนื้อ ยืดอก ไหล่ สะโพก และคลาย หลังส่วนล่าง ด้วยการห้อยตัว
  • จุดยึด เกี่ยวเท้าเข้าขั้นบันได แล้วทำ sit up nordic curl และท่า core อื่น

สารบัญ

ทำไมบาร์ติดผนังทำได้มากกว่าราวโหนทั่วไป

เพราะมีขั้นบันไดหลายระดับ ทำให้ปรับมุมและความยากของท่าได้ต่อเนื่อง แทนที่จะมีแค่จับแล้วโหนอย่างเดียว

ขั้นบันไดคือตัวปรับความยากในตัวมันเอง

อุปกรณ์บอดี้เวทส่วนใหญ่มีความยากคงที่ ถ้าดึงตัวไม่ขึ้นก็คือดึงไม่ขึ้น แต่ swedish ladder แก้ปัญหานี้ด้วยการให้คุณเลือกจับขั้นที่ต่ำลง แล้วเอนตัวทำมุมกับพื้น มุมยิ่งชัน ยิ่งเบา

หลักการเดียวกันใช้กับท่าคอร์ด้วย เกี่ยวเท้าไว้ขั้นล่างสุดแล้วทำ sit up จะง่าย ถ้าเกี่ยวสูงขึ้นหนึ่งขั้น แรงต้านจะเปลี่ยนทันที นี่คือเหตุผลที่ ท่าบาร์ติดผนัง มีเวอร์ชันง่ายและยากในท่าเดียวกัน

สิ่งที่ต้องการราวโหนประตูบาร์ติดผนัง
จุดจับสูงสุดหนึ่งระดับหลายระดับตั้งแต่พื้นถึงเพดาน
ปรับความยากท่าดึงทำได้ยากเปลี่ยนขั้นที่จับได้ทันที
เกี่ยวขาเพื่อทำท่าคอร์ทำไม่ได้ทำได้ทุกความสูง
ยืดหลังและอกจำกัดทำได้หลายมุม
ใช้เป็นที่พิงยืดขาไม่ได้ได้
รองรับ dip bar เสริมแล้วแต่รุ่นรุ่นเหล็กติดเพิ่มได้

ระยะห่างจากผนังคือสิ่งที่คนมองข้าม

บาร์ติดผนังยื่นออกจากผนังประมาณ 10 ถึง 16 เซนติเมตร ระยะนี้พอให้กำมือรอบขั้นได้เต็มมือ แต่ไม่พอให้ตัวลอยพ้นผนังตอนโหน เข่าคุณจะเฉี่ยวบันไดถ้าไม่จัดท่า

วิธีแก้คือดันสะโพกออกจากผนังเล็กน้อยแล้วเกร็งท้อง ทำให้ลำตัวเป็นเส้นตรงเฉียงออกนิดหน่อย ไม่ใช่ห้อยตรงติดผนัง คนที่ไม่รู้ข้อนี้มักบ่นว่าโหนแล้วเข่าชนบันได

ข้อควรรู้ ถ้าต้องการโหนแบบตัวลอยพ้นผนังจริง ให้เลือกรุ่นที่มีคานยื่นด้านบนหรือรุ่นเหล็กที่มีที่จับยื่นออกมา ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำ pull up เต็มรูปแบบโดยเฉพาะ

อีกจุดคือความสูงเพดาน ถ้าเพดานสูง 2.4 เมตร บาร์สูง 2.2 เมตรจะพอดี แต่คนสูง 180 เซนติเมตรขึ้นไปอาจต้องงอเข่าตอนห้อยตัว ไม่ใช่เรื่องผิด แค่ต้องรู้ล่วงหน้าก่อนจ่ายเงิน

ถ้ากำลังจัดห้องออกกำลังกายทั้งห้อง ลองอ่าน คู่มือจัดโฮมยิมในบ้าน ประกอบ เพราะตำแหน่งของบาร์มีผลกับการวางอุปกรณ์อื่นทั้งหมด

ติดตั้งบาร์ติดผนังผนังแบบไหนติดได้ ผนังแบบไหนห้าม

ผนังก่ออิฐและผนังคอนกรีตติดได้ทันที ผนังเบาหรือยิปซัมต้องยิงเข้าโครงคร่าวหรือเสริมแผ่นไม้รองก่อน ห้ามยิงพุกพลาสติกลงยิปซัมเปล่า

แรงที่เกิดจริงมากกว่าน้ำหนักตัวหลายเท่า

คนมักคิดว่าถ้าตัวเอง 70 กิโลกรัม พุกที่รับได้ 100 กิโลกรัมก็เหลือเฟือ ความจริงคือตอนคุณกระตุกตัวขึ้นหรือแกว่งขาแรง ๆ แรงกระชากที่ลงจุดยึดพุ่งขึ้นไปได้ถึงสองถึงสามเท่าของน้ำหนักตัว

แรงนี้ยังไม่ได้ลงตรง ๆ แต่ลงในแนวดึงออกจากผนัง ซึ่งเป็นทิศทางที่พุกอ่อนแอที่สุด นี่คือเหตุผลที่บาร์ติดผนังหลุดในคลิปที่เห็นกันบ่อย ไม่ใช่เพราะบาร์ไม่ดี แต่เพราะเลือกพุกผิดประเภท

ชนิดผนังติดได้ไหมวิธีที่ถูกต้อง
ผนังคอนกรีตหล่อได้พุกเหล็กขยายตัว M10 ขึ้นไป เจาะลึก 60 ถึง 80 มม.
ผนังก่ออิฐมอญฉาบปูนได้พุกเคมีหรือพุกเหล็ก เจาะให้ทะลุชั้นฉาบเข้าเนื้ออิฐ
ผนังอิฐมวลเบาได้แบบมีเงื่อนไขใช้พุกสำหรับอิฐมวลเบาโดยเฉพาะ ห้ามใช้พุกพลาสติกทั่วไป
ผนังยิปซัมมีโครงคร่าวเหล็กได้แบบมีเงื่อนไขยิงสกรูเข้าโครงคร่าวทุกจุด หรือเสริมไม้อัดหนา 18 มม. พาดคร่าวก่อน
ผนังยิปซัมเปล่าไม่มีคร่าวไม่ได้ห้ามติดตั้ง เสี่ยงหลุดทั้งแผง

จำนวนจุดยึดสำคัญกว่าความแข็งแรงของจุดเดียว

บาร์ติดผนังมาตรฐานยึดสี่ถึงหกจุด สองจุดบนรับแรงดึงออก สองจุดล่างรับแรงกด ถ้าจุดบนหลวมแม้เพียงจุดเดียว น้ำหนักจะถ่ายไปที่อีกจุดทันที แล้วพังต่อกันเป็นลูกโซ่

เช็คทุกสามเดือนด้วยการเอามือโยกบาร์ซ้ายขวา ถ้ามีเสียงกึกหรือรู้สึกขยับ ให้ขันน็อตใหม่ก่อนใช้งาน อย่ารอจนได้ยินเสียงลั่นตอนกำลังห้อยตัวอยู่

  1. วัดหาแนวคร่าวหรือเนื้อผนังแข็งด้วยการเคาะฟังเสียง
  2. ทาบแผ่นยึดแล้วมาร์กรูให้ครบทุกจุด ใช้ระดับน้ำเช็คแนวตั้ง
  3. เจาะรูด้วยดอกที่ตรงขนาดพุก ห้ามเจาะโตกว่าเพราะพุกจะไม่จับเนื้อผนัง
  4. เป่าฝุ่นออกจากรูให้หมดก่อนตอกพุก ฝุ่นทำให้พุกยึดไม่แน่น
  5. ขันน็อตด้วยประแจปากตาย ไม่ใช่สว่านไฟฟ้า เพื่อกันเกลียวรูด
  6. ทดสอบด้วยการห้อยตัวนิ่ง 30 วินาที ก่อนเริ่มเล่นจริง

ถ้าผนังติดไม่ได้จริง ๆ อย่าฝืน ให้พิจารณา บาร์โหนแบบตั้งพื้นหรือแบบขวางประตู แทน แล้วใช้เก้าอี้กับพื้นเป็นตัวช่วยในท่าคอร์ ผลลัพธ์ได้ราว 70 เปอร์เซ็นต์ของบาร์ติดผนัง แต่ปลอดภัยกว่าการฝืนติดผนังที่รับน้ำหนักไม่ไหว

การติดตั้ง บาร์ติดผนัง เข้ากับผนังปูนด้วยพุกเหล็กและระดับน้ำ

บาร์ติดผนังไม้ กับ เหล็ก เลือกแบบไหน

ไม้จับสบายกว่าและเหมาะกับการยืดและท่าคอร์ ส่วนเหล็กรับน้ำหนักมากกว่าและต่อ dip bar ได้ เหมาะกับคนที่เน้นดึงตัวหนัก

ไม้ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ

ขั้นบันไดไม้บีชหรือไม้ยางพาราอัดแน่นรับแรงได้เกินพอสำหรับคนน้ำหนัก 100 ถึง 120 กิโลกรัม สิ่งที่ทำให้ไม้ต่างจากเหล็กไม่ใช่ความแข็งแรง แต่คือสัมผัสตอนจับ

ไม้ไม่ลื่นเมื่อมือมีเหงื่อ ไม่เย็นจนต้องอุ่นมือก่อนจับ และไม่บาดฝ่ามือเวลาห้อยตัวนาน ๆ ถ้าคุณตั้งใจใช้บาร์เพื่อ ยืดกล้ามเนื้อ และคลายหลังทุกวัน ไม้จะทำให้คุณอยากใช้มากกว่า

เกณฑ์บาร์ติดผนังไม้บาร์ติดผนังเหล็ก
สัมผัสตอนจับอุ่น ไม่ลื่น จับนานได้เย็น ลื่นเมื่อมือเหงื่อ ต้องใช้ชอล์ก
น้ำหนักรับได้100 ถึง 150 กก.150 ถึง 200 กก. ขึ้นไป
ต่ออุปกรณ์เสริมจำกัดต่อ dip bar และที่จับ pull up ได้
เหมาะกับยืด คอร์ ท่าฟื้นฟู เด็กและผู้สูงอายุดึงตัวหนัก ถ่วงน้ำหนัก functional training
ความเข้ากับห้องนั่งเล่นสูงปานกลาง
การดูแลเช็ดแห้ง เลี่ยงความชื้นเช็ดสนิมตามข้อต่อ

เลือกจากท่าที่จะเล่นจริง ไม่ใช่ท่าที่ฝันว่าจะเล่น

ถ้ารายการท่าของคุณคือโหน ยืดหลัง เกี่ยวขาทำคอร์ และให้ลูกปีนเล่นด้วย รุ่นไม้ตอบโจทย์ทั้งหมด ลองดู บาร์ติดผนังไม้รุ่น Basic ซึ่งเป็นจุดเริ่มที่คนส่วนใหญ่ใช้จนพอ

แต่ถ้าคุณดึงตัวได้เกินสิบครั้งอยู่แล้ว และคิดจะถ่วงน้ำหนักเพิ่มหรือทำ dip รุ่นเหล็ก Pro พร้อม dip bar จะคุ้มกว่า เพราะไม่ต้องซื้อซ้ำในอีกหกเดือน

ทางสายกลาง บาร์ติดผนังไม้รุ่น Plus เพิ่มคานบนที่ยื่นออกจากผนัง ทำให้โหนได้โดยเข่าไม่ชนบันได เหมาะกับคนที่อยากได้สัมผัสไม้แต่ยังต้องการทำ pull up เต็มช่วง

วอร์มอัพก่อนเล่น ท่าบาร์ติดผนัง

บาร์ติดผนังใช้ไหล่และข้อมือหนักกว่าที่คิด วอร์มห้านาทีลดโอกาสเจ็บไหล่ได้มากกว่าการยืดตอนเล่นเสร็จ

ไหล่ต้องพร้อมก่อนรับน้ำหนักตัวทั้งตัว

ตอนคุณห้อยตัว ข้อไหล่รับน้ำหนักเกือบทั้งหมดในตำแหน่งที่ยืดสุด ถ้ากล้ามเนื้อรอบสะบักยังเย็นอยู่ ข้อต่อจะถูกดึงจนรู้สึกตึงลึก ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่หลายคนมองข้าม

วอร์มที่ได้ผลไม่ต้องนาน หมุนไหล่ ยืดอก และทำ scapular hang เบา ๆ รวมกันห้านาที ก็เพียงพอสำหรับ ท่าบาร์ติดผนัง ทุกระดับ

  1. หมุนแขนใหญ่ไปหน้า 15 ครั้ง แล้วย้อนหลัง 15 ครั้ง
  2. ยืดอกด้วยการวางแขนบนขั้นบาร์ระดับไหล่ แล้วหมุนตัวออก ค้าง 20 วินาทีต่อข้าง
  3. Scapular hang จับบาร์บนแล้วบีบสะบักลง 10 ครั้ง โดยแขนยังตึง
  4. Dead hang ห้อยตัวนิ่ง 20 ถึง 30 วินาที หายใจยาว
  5. หมุนข้อมือและกำมือปล่อยมือ 20 ครั้ง เพื่อปลุกกล้ามเนื้อปลายแขน

ข้อมือและมือคือคอขวดของคนเริ่มต้น

คนใหม่ส่วนใหญ่ไม่ได้หยุดเพราะหลังหมดแรง แต่หยุดเพราะมือคลาย นิ้วเปิดออกเองก่อนที่กล้ามเนื้อหลังจะล้า อาการนี้หายไปเองภายในสองถึงสามสัปดาห์ถ้าคุณห้อยตัวสม่ำเสมอ

ระหว่างนั้นให้ใช้วิธีจับแบบ hook grip คือเอานิ้วโป้งพาดใต้นิ้วชี้และนิ้วกลาง จะช่วยยืดเวลาห้อยได้อีก 10 ถึง 15 วินาทีต่อเซ็ต

ท่าบาร์ติดผนัง ระดับเริ่มต้น 6 ท่า

ท่าบาร์ติดผนัง หกท่านี้ใช้แรงจากผนังและมุมลำตัวช่วย ทำได้แม้ยังดึงตัวขึ้นไม่ได้สักครั้ง ใช้เป็นฐานก่อนขยับไปท่ายาก

ท่าที่ 1 Dead hang ห้อยตัวนิ่ง

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ 1 Dead hang ห้อยตัวนิ่ง

จับขั้นบนสุดที่เอื้อมถึงแบบคว่ำมือ กว้างเท่าไหล่ ปล่อยตัวห้อยลงให้แขนตึงเต็ม ไหล่ผ่อนลงได้แต่อย่าให้หัวจมหายไประหว่างไหล่ เกร็งท้องเบา ๆ กันตัวแกว่ง

เริ่มที่ 20 วินาที ทำ 3 เซ็ต พักระหว่างเซ็ต 60 วินาที เป้าหมายภายในหนึ่งเดือนคือห้อยได้ 60 วินาทีต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่บอกว่าพร้อมทำท่ายากขึ้น

cue สำคัญ ถ้ารู้สึกตึงลึกในข้อไหล่จนแสบ ให้ลงทันที นั่นคือการห้อยแบบปล่อยไหล่หลุดหมด ให้บีบสะบักเล็กน้อยเพื่อล็อกข้อไหล่ไว้ตลอดเวลา

ท่าที่ 2 Scapular pull

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ 2 Scapular pull

ห้อยตัวเหมือนท่าแรก แล้วบีบสะบักลงหาสะโพกโดยไม่งอศอก ตัวคุณจะขึ้นแค่ 3 ถึง 5 เซนติเมตร นั่นถูกแล้ว ท่านี้สอนให้หลังทำงานก่อนแขน ซึ่งเป็นรากของ pull up ทุกรูปแบบ

ทำ 8 ถึง 12 ครั้ง 3 เซ็ต ช้า ๆ ค้างจุดบนสุดหนึ่งวินาที คนที่ข้ามท่านี้มักไปติดที่การดึงด้วยแขนล้วนแล้วเจ็บข้อศอกในเดือนที่สอง

ท่าที่ 3 Incline row เอนตัวดึง

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ 3 Incline row เอนตัวดึง

จับขั้นระดับเอวหรือระดับอก ถอยเท้าออกจนลำตัวเอนไปด้านหลังเป็นเส้นตรง เกร็งก้นและท้อง ดึงอกเข้าหาบาร์แล้วบีบสะบัก ลงช้าจนแขนตึง

ยิ่งจับขั้นต่ำ ตัวยิ่งเอนใกล้ขนาน ท่ายิ่งหนัก ทำ 10 ถึง 12 ครั้ง 3 เซ็ต นี่คือท่าที่ทดแทน pull up ได้ดีที่สุดสำหรับคนที่ยังดึงตัวไม่ขึ้น

ขั้นที่จับมุมลำตัวโดยประมาณเปอร์เซ็นต์น้ำหนักตัวที่ต้องดึง
ระดับอก60 องศาประมาณ 40%
ระดับเอว45 องศาประมาณ 55%
ระดับสะโพก30 องศาประมาณ 70%
ระดับเข่า15 องศาประมาณ 85%

ท่าที่ 4 Assisted squat ใช้บาร์ช่วยย่อ

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ 4 Assisted squat ใช้บาร์ช่วยย่อ

จับขั้นระดับอกด้วยสองมือ ย่อลงนั่งลึกโดยใช้มือช่วยพยุงน้ำหนักบางส่วน หลังตรง ส้นเท้าติดพื้น ท่านี้เหมาะกับคนที่ย่อลึกแล้วเสียสมดุลไปด้านหลัง

ทำ 12 ถึง 15 ครั้ง 3 เซ็ต ค้างจุดล่างสุดสองวินาทีทุกครั้ง เมื่อทำได้คล่องแล้วให้ลดแรงจากมือลงเรื่อย ๆ จนเหลือแค่แตะบาร์ไว้เฉย ๆ

ท่าที่ 5 Wall bar sit up เกี่ยวเท้าลุกนั่ง

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ 5 Wall bar sit up เกี่ยวเท้าลุกนั่ง

นอนหงายหันเท้าเข้าบาร์ สอดปลายเท้าใต้ขั้นล่างสุดแล้วงอเข่า 90 องศา ลุกขึ้นโดยม้วนตัวทีละข้อ ไม่กระชากคอ มือแตะขมับ ไม่ดันหัว

ทำ 12 ถึง 15 ครั้ง 3 เซ็ต ถ้าง่ายเกินไป ให้เกี่ยวเท้าสูงขึ้นหนึ่งขั้น แรงต้านจะเพิ่มขึ้นทันทีโดยไม่ต้องหาน้ำหนักถ่วง

ท่าที่ 6 Hanging knee raise ยกเข่าขณะห้อยตัว

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ 6 Hanging knee raise ยกเข่าขณะห้อยตัว

ห้อยตัวจากขั้นบน ให้หลังแนบผนังเล็กน้อยเพื่อกันแกว่ง ยกเข่าขึ้นหาอกจนสะโพกม้วนขึ้นนิดหนึ่ง ค้างหนึ่งวินาที ลงช้าโดยไม่ปล่อยขาตกฟรี

ทำ 8 ถึง 12 ครั้ง 3 เซ็ต ถ้าอยากเข้าใจกลไกของการยกขาให้ลึกขึ้น อ่าน เทคนิคท่า leg raise ที่ทำให้ท้องล่างทำงานจริง ต่อได้

เพิ่งเริ่มต้น ยังดึงตัวไม่ขึ้น

หกท่าแรกไม่ต้องดึงตัวขึ้นเลยสักท่า ขอแค่มีบาร์ที่ยึดผนังแน่นพอให้ห้อยตัวได้อย่างมั่นใจ รุ่นไม้ Basic รับน้ำหนักได้ถึง 150 กิโลกรัม และติดตั้งกับผนังปูนได้ในหนึ่งชั่วโมง

ท่าคอร์ที่บาร์ติดผนังทำได้ดีกว่าอุปกรณ์อื่น

บาร์เป็นทั้งจุดแขวนและจุดเกี่ยวเท้า ทำให้ฝึกท้องได้ทั้งแบบยกขาและแบบต้านแรงเหยียด ซึ่งเป็นสองทิศทางที่คนเล่นท้องส่วนใหญ่ขาดไป

ท่าที่ 7 Hanging leg raise ยกขาตรง

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ 7 Hanging leg raise ยกขาตรง

ห้อยตัวแขนตึง ขาเหยียดตรง ยกขาขึ้นจนขนานพื้นหรือสูงกว่านั้น จุดสำคัญคือม้วนกระดูกเชิงกรานขึ้น ไม่ใช่แค่แกว่งขา ถ้าหลังแอ่นค้างตลอด แปลว่าท้องยังไม่ได้ทำงาน

ทำ 6 ถึง 10 ครั้ง 3 เซ็ต ลงช้ากว่าขึ้นเสมอ ใช้เวลาลงสามวินาที คนที่ทำ hanging leg raise ได้สิบครั้งสะอาด ๆ มักมีท้องที่แข็งแรงกว่าคนที่ทำ crunch วันละร้อยครั้ง

สามข้อผิดที่พบบ่อยใน hanging leg raise

  • แกว่งตัว ใช้แรงเหวี่ยงแทนแรงท้อง แก้ด้วยการหยุดนิ่งหนึ่งวินาทีทุกครั้งที่ขาลงสุด
  • ไม่ม้วนสะโพก ขาขึ้นแต่ท้องล่างไม่ทำงาน แก้ด้วยการตั้งใจดันก้นเข้าหาผนังตอนขาถึงจุดสูงสุด
  • ปล่อยขาตกฟรี เสียครึ่งหนึ่งของท่าไป แก้ด้วยการนับสามวินาทีตอนลง

ท่าที่ 8 Windshield wiper แกว่งขาซ้ายขวา

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ Windshield wiper แกว่งขาซ้ายขวา

ห้อยตัวแล้วยกขาตรงขึ้นเกือบตั้งฉาก จากนั้นหมุนขาไปทางซ้ายและขวาสลับกันเหมือนที่ปัดน้ำฝน โดยไหล่ยังนิ่ง ท่านี้ฝึกกล้ามเนื้อเฉียงข้างลำตัวโดยตรง

ทำ 6 ถึง 8 ครั้งต่อข้าง 3 เซ็ต ถ้ายังหนักเกินไป ให้งอเข่าแทนการเหยียดขาตรง จะลดแรงต้านลงเกือบครึ่ง

ท่าที่ 9 Nordic curl แบบเกี่ยวส้นเท้า

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ 9 Nordic curl แบบเกี่ยวส้นเท้า

คุกเข่าหันหลังให้บาร์ สอดส้นเท้าใต้ขั้นล่างสุด รองเข่าด้วย แผ่นรองออกกำลังกาย แล้วค่อย ๆ ปล่อยตัวลงหน้าโดยตัวตรงจากเข่าถึงหัว ใช้แฮมสตริงต้านการล้ม

ทำ 4 ถึง 6 ครั้ง 3 เซ็ต ใช้มือช่วยดันพื้นตอนขึ้น นี่คือท่าที่คนจำนวนมากไม่รู้ว่า บาร์ติดผนัง ทำได้ และเป็นหนึ่งในท่าฝึกแฮมสตริงที่หนักที่สุดโดยไม่ใช้เครื่อง

ท่า coreกล้ามเนื้อหลักที่ทำงานระดับความยาก
Wall bar sit upกล้ามท้องตรงเริ่มต้น
Hanging knee raiseท้องล่าง สะโพกเริ่มต้น
Hanging leg raiseท้องล่าง งอสะโพกกลาง
Windshield wiperกล้ามเนื้อเฉียงกลางถึงสูง
Nordic curlแฮมสตริงสูง
Toes to barท้องทั้งแผ่น หลังสูง

ถ้าเป้าหมายคือลดพุงมากกว่าสร้างกล้ามท้อง อย่าหวังผลจากท่าคอร์อย่างเดียว อ่านแนวทางที่ครบกว่าใน วิธีลดพุงสำหรับผู้ชายที่ได้ผลจริง แล้วใช้ท่าเหล่านี้เป็นส่วนเสริม

กล้ามท้องแข็งแรงกับพุงเรียบเป็นคนละเรื่อง อย่างแรกมาจากการฝึก อย่างที่สองมาจากอาหารและแคลอรีรวมทั้งวัน

ท่าบาร์ติดผนัง ระดับสูง สำหรับคนที่ดึงตัวขึ้นแล้ว

ท่าบาร์ติดผนัง ระดับนี้เริ่มที่ pull up เต็มช่วง แล้วต่อยอดไปที่การควบคุมลำตัวกลางอากาศ ซึ่งเป็นจุดที่บาร์ติดผนังเหนือกว่าราวโหนทั่วไป

ท่าที่ 10 Pull up จับขั้นบนสุด

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ 10 Pull up จับขั้นบนสุด

จับขั้นบนสุดคว่ำมือกว้างกว่าไหล่เล็กน้อย เริ่มจากแขนตึงเต็ม บีบสะบักลงก่อน แล้วดึงอกเข้าหาบาร์ ไม่ใช่ดึงคางข้ามบาร์ด้วยการยืดคอ

ทำ 5 ถึง 8 ครั้ง 4 เซ็ต ถ้าเพดานเตี้ยจนต้องงอเข่า ให้ไขว้ข้อเท้าไว้และเกร็งท้องกันแกว่ง รายละเอียดเรื่องกริปและการไต่ระดับดูได้ใน คู่มือ pull up ฉบับสมบูรณ์

ถ้าเข่าชนบันได ให้ลองไขว้ข้อเท้าไปด้านหลังแล้วดันสะโพกออกจากผนังนิดหนึ่ง หรือเปลี่ยนไปใช้รุ่นที่มีคานบนยื่นออกมาซึ่งเว้นที่ให้เข่าโดยเฉพาะ

ท่าที่ 11 Toes to bar

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ 11 Toes to bar

ห้อยตัว ยกขาตรงขึ้นจนปลายเท้าแตะขั้นที่มือจับ ต้องใช้ทั้งแรงท้อง ความยืดหยุ่นของแฮมสตริง และความแข็งแรงของหลังในการรั้งตัวไม่ให้แกว่ง

ทำ 5 ถึง 8 ครั้ง 3 เซ็ต ถ้ายังแตะไม่ถึง ให้ทำ leg raise ค้างจุดสูงสุดสามวินาทีแทน สามสัปดาห์แล้วกลับมาลองใหม่

ท่าที่ 12 Front lever tuck

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ 12 Front lever tuck

จับขั้นบน ดึงตัวเอนไปหลังจนลำตัวขนานพื้น งอเข่าเข้าหาอกให้แน่น เกร็งท้องและหลังไว้ทั้งตัว ค้าง 5 ถึง 10 วินาที นี่คือท่าที่สอนให้ลำตัวทำงานเป็นชิ้นเดียว

ทำ 5 เซ็ต เซ็ตละ 5 ถึง 10 วินาที เมื่อค้างได้ 20 วินาทีแล้วจึงเริ่มเหยียดขาออกทีละข้าง อย่ารีบเหยียดสองข้างพร้อมกันเพราะหลังส่วนล่างจะรับแรงเกิน

ท่าที่ 13 Single leg squat โดยใช้บาร์ช่วย

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ 13 Single leg squat โดยใช้บาร์ช่วย

ยืนขาเดียวหันหน้าเข้าบาร์ จับขั้นระดับอกด้วยมือทั้งสอง ย่อลงบนขาข้างเดียวจนก้นเกือบแตะส้น ใช้มือช่วยพยุงเท่าที่จำเป็น แล้วดันขึ้นด้วยขาเป็นหลัก

ทำ 5 ถึง 8 ครั้งต่อข้าง 3 เซ็ต บาร์ทำหน้าที่เดียวกับสายรัดช่วยพยุง แต่มั่นคงกว่า และปรับความสูงได้ตามระดับที่คุณย่อลงไป

ท่านี้เป็นสะพานไปสู่การฝึกขาแบบข้างเดียวทั้งหมด ซึ่งถ้าอยากต่อยอดควรเพิ่มท่า lunge และรูปแบบต่าง ๆ ของมัน เข้าไปในโปรแกรมด้วย

ความไม่สมดุลของขาซ้ายขวาเป็นสาเหตุปวดเข่าและหลังล่างที่พบบ่อยที่สุดในคนที่เล่นแต่ squat สองขา

ท่าเกณฑ์ว่าพร้อมทำเป้าหมาย
Pull upIncline row มุม 15 องศา ได้ 12 ครั้ง8 ครั้งต่อเนื่อง
Toes to barHanging leg raise ขนานพื้น 10 ครั้ง8 ครั้งต่อเนื่อง
Front lever tuckDead hang 60 วินาที และ pull up 5 ครั้งค้าง 20 วินาที
Single leg squatSquat สองขาลึก 20 ครั้ง8 ครั้งต่อข้าง
Muscle upPull up 12 ครั้ง และ dip 12 ครั้ง1 ครั้งสะอาด

ใช้บาร์ติดผนังยืดกล้ามเนื้อและคลายหลังส่วนล่าง

ท่าบาร์ติดผนัง กลุ่มยืดใช้การห้อยตัวเปิดช่องกระดูกสันหลัง คลายแรงกดที่สะสมจากการนั่งทั้งวัน เป็นการใช้งานที่ทำได้ทุกวันโดยไม่ต้องพักฟื้น

ท่าที่ 14 Decompression hang คลายหลังส่วนล่าง

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ 14 Decompression hang คลายหลังส่วนล่าง

จับขั้นบนสุด ปล่อยตัวห้อยลงแบบผ่อนคลาย หายใจออกยาว ๆ แล้วปล่อยให้น้ำหนักขาดึงกระดูกสันหลังยืดออก คนที่นั่งทำงานทั้งวันจะรู้สึกโล่งที่เอวภายในสิบวินาทีแรก

ทำ 30 ถึง 60 วินาที 2 ถึง 3 รอบ ทำได้ทุกวัน หลายคนใช้ท่านี้ตอนเย็นหลังเลิกงานแทนการนวด และมันคือเหตุผลที่ บาร์ติดผนัง มักถูกติดไว้ในห้องทำงานมากกว่าห้องยิม

ข้อควรระวัง ถ้ามีอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหรือปวดร้าวลงขา ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน การห้อยตัวไม่ได้เหมาะกับทุกอาการปวดหลัง

ท่าที่ 15 Thoracic extension ยืดหลังส่วนบน

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ 15 Thoracic extension ยืดหลังส่วนบน

คุกเข่าห่างจากบาร์ประมาณหนึ่งช่วงแขน วางข้อศอกทั้งสองข้างบนขั้นระดับสะโพก แล้วปล่อยอกจมลงระหว่างแขน ก้มหน้าเล็กน้อย หายใจเข้าลึกเพื่อดันซี่โครงออก

ค้าง 30 วินาที 3 รอบ ท่านี้แก้อาการหลังบนแข็งจากการนั่งค้อมหน้าจอได้ตรงจุดกว่าการยืดคอ เพราะปัญหาจริงอยู่ที่กระดูกอกที่ขยับไม่ได้

ท่าที่ 16 Hamstring และ hip flexor stretch

ท่าบาร์ติดผนัง ท่าที่ 16 Hamstring และ hip flexor stretch

ยกส้นเท้าข้างหนึ่งวางบนขั้นระดับสะโพก ขาตึง แล้วโน้มตัวไปหาปลายเท้าโดยหลังตรง คุณจะรู้สึกตึงที่ต้นขาหลัง ปรับความสูงของขั้นเพื่อเพิ่มหรือลดความตึงได้ทันที

สลับมาท่ายืดสะโพกด้วยการวางหลังเท้าข้างหนึ่งบนขั้นล่าง คุกเข่าอีกข้าง แล้วดันสะโพกไปหน้า ค้างข้างละ 30 วินาที 2 รอบ

ท่ายืดบริเวณที่คลายเวลาความถี่
Decompression hangหลังส่วนล่าง กระดูกสันหลัง30 ถึง 60 วินาทีทุกวัน
Thoracic extensionหลังส่วนบน อก ไหล่30 วินาที x 3วันเว้นวัน
Hamstring stretchต้นขาหลัง30 วินาที x 2 ต่อข้างทุกวัน
Hip flexor stretchสะโพกด้านหน้า30 วินาที x 2 ต่อข้างทุกวัน
Chest openerอก ไหล่หน้า20 วินาที x 2 ต่อข้างก่อนเล่นทุกครั้ง

ท่าที่ 17 Chest opener เปิดอกและยืดหัวไหล่

ยืนหันข้างเข้าหาบาร์ จับขั้นระดับหัวไหล่ด้วยมือข้างเดียว แขนเหยียดตรง จากนั้นหมุนลำตัวออกจากบาร์ช้า ๆ จนรู้สึกตึงบริเวณหน้าอก ไหล่ด้านหน้า และต้นแขนด้านใน ไม่ต้องฝืนจนเจ็บ หายใจเข้าออกช้า ๆ ตลอดการยืด

ค้างข้างละ 20–30 วินาที ทำ 2–3 รอบ เหมาะสำหรับคนที่นั่งทำงานหน้าคอม เล่นมือถือ หรือเล่นเวทท่าดันเป็นประจำ เพราะช่วยเปิดหัวไหล่ ลดอาการไหล่ห่อ และเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ก่อนออกกำลังกาย

Cue สำคัญ: กดไหล่ลงตลอด อย่ายกไหล่ขึ้นหาใบหู และหมุนลำตัวแทนการดึงแขนแรง ๆ เพื่อป้องกันการระคายเคืองของข้อไหล่

ท่าที่ 18 Skin the Cat (Progression)

จับขั้นบนสุดของบาร์ ห้อยตัวแล้วยกเข่าขึ้นผ่านหน้าอก จากนั้นหมุนสะโพกผ่านใต้บาร์จนลำตัวพลิกไปด้านหลัง ปล่อยไหล่เปิดตามธรรมชาติ แล้วควบคุมการเคลื่อนไหวย้อนกลับสู่ท่าเริ่มต้นอย่างช้า ๆ โดยรักษาการเกร็งแกนกลางลำตัวตลอดเวลา

ทำ 3–5 ครั้ง จำนวน 3 เซ็ต หากยังไม่แข็งแรงพอ ให้เริ่มจากการงอเข่า (Tuck Skin the Cat) ก่อน เมื่อควบคุมท่าได้ดีแล้วจึงค่อยเพิ่มระยะการเคลื่อนไหว

ข้อควรระวัง: ท่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถทำ Pull Up ได้อย่างน้อย 8–10 ครั้ง และไม่มีอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่หรือข้อศอก เพราะเป็นท่าที่ใช้แรงและการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ค่อนข้างมาก

งาน mobility คือส่วนที่คนละเลยมากที่สุด แต่เป็นเหตุผลที่บาร์ติดผนังคุ้มกว่าราวโหนธรรมดา เพราะคุณใช้มันได้ในวันที่ไม่ได้ตั้งใจออกกำลังกายด้วย

ลูกค้าที่ใช้บาร์ต่อเนื่องเกินหนึ่งปีเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มที่ใช้มันยืดทุกวัน ไม่ใช่กลุ่มที่ตั้งใจโหนอย่างเดียว

นั่งทำงานทั้งวันแล้วปวดหลัง

ท่าห้อยตัวคลายหลังใช้เวลาแค่หนึ่งนาทีต่อวัน แต่ต้องมีบาร์ที่ยึดผนังแน่นพอให้คุณกล้าปล่อยน้ำหนักตัวลงไปเต็มที่ รุ่นไม้ Plus มีคานบนยื่นออกจากผนัง ทำให้ห้อยตัวได้เต็มช่วงโดยเข่าไม่ชนบันได

โปรแกรม 4 สัปดาห์ ใช้ ท่าบาร์ติดผนัง อย่างเดียว

จัด ท่าบาร์ติดผนัง เป็นสามวันต่อสัปดาห์ วันละ 25 ถึง 35 นาที ไล่จากท่าดันความแข็งแรงพื้นฐานไปสู่การดึงตัวเต็มช่วงภายในสี่สัปดาห์

โครงของแต่ละสัปดาห์

วันจันทร์เน้นดึงและหลัง วันพุธเน้นคอร์และขา วันศุกร์รวมทั้งสองอย่างในรูปแบบเซอร์กิต ส่วนวันที่เหลือให้ทำแค่ท่าห้อยตัวคลายหลังหนึ่งนาที เพื่อรักษาความสม่ำเสมอ

ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือเล่นหนักทุกวันในสัปดาห์แรกแล้วเจ็บไหล่ในสัปดาห์ที่สอง ร่างกายต้องการเวลาปรับตัวกับการรับน้ำหนักตัวทั้งตัวที่ข้อไหล่

สัปดาห์วันจันทร์วันพุธวันศุกร์
1Dead hang 3x20 วิ + Scapular pull 3x8 + Incline row 3x10Wall bar sit up 3x12 + Knee raise 3x8 + Assisted squat 3x12ยืดทั้งชุด 15 นาที
2Dead hang 3x30 วิ + Scapular pull 3x10 + Incline row 3x12Sit up 3x15 + Knee raise 3x12 + Nordic curl 3x4เซอร์กิต 3 รอบ
3Negative pull up 4x4 + Incline row มุมต่ำ 3x10Hanging leg raise 3x8 + Windshield wiper 3x6เซอร์กิต 4 รอบ
4Pull up 4x เท่าที่ทำได้ + Incline row 3x12Hanging leg raise 3x10 + Single leg squat 3x6ทดสอบผล

วิธีวัดว่าดีขึ้นจริง

อย่าใช้ความรู้สึกเป็นตัววัด ให้จดสี่ตัวเลขนี้ในวันแรกและวันสุดท้าย เวลาห้อยตัวสูงสุด จำนวน incline row จำนวนครั้งของ hanging knee raise และจำนวน pull up ถ้าทำได้

ถ้าตัวเลขไม่ขยับเลยหลังสี่สัปดาห์ ปัญหามักอยู่ที่ความถี่ ไม่ใช่ที่โปรแกรม คนที่เล่นสัปดาห์ละครั้งจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะทำท่าอะไรก็ตาม

ตัวชี้วัดสัปดาห์ที่ 1เป้าหมายสัปดาห์ที่ 4
Dead hang20 ถึง 30 วินาที60 วินาที
Incline row มุม 45 องศา8 ถึง 10 ครั้ง15 ครั้ง
Hanging knee raise5 ถึง 8 ครั้ง15 ครั้ง
Pull up0 ถึง 1 ครั้ง3 ถึง 5 ครั้ง

เมื่อทำครบสี่สัปดาห์แล้วทำอะไรต่อ

เพิ่มความยากด้วยสามวิธีเท่านั้น คือลดมุมของ incline row ให้ต่ำลง เพิ่มเวลาค้างในจุดที่ยากที่สุดของท่า และเปลี่ยนจากงอเข่าเป็นเหยียดขาตรงในทุกท่าคอร์

อย่าเพิ่มจำนวนเซ็ตอย่างเดียว เพราะการทำ 6 เซ็ตของท่าที่ง่ายเกินไปให้ผลน้อยกว่าการทำ 3 เซ็ตของท่าที่ยากพอดี

บาร์ติดผนัง กับ บาร์โหนประตู ต่างกันตรงไหน

บาร์โหนประตูถูกกว่าและไม่ต้องเจาะผนัง แต่ทำได้แค่โหน ส่วนบาร์ติดผนังแลกการเจาะผนังกับจำนวนท่าที่มากกว่าสามเท่า

สิ่งที่คุณจ่ายเพิ่มคือจำนวนท่า ไม่ใช่ความแข็งแรง

บาร์โหนประตูดี ๆ รับน้ำหนักได้พอ ๆ กับบาร์ติดผนังรุ่นไม้ ความต่างจริงคือมันมีจุดจับเดียวที่ความสูงเดียว ทำให้ ท่าออกกำลังกาย บาร์ติดผนัง อีกสิบกว่าท่าทำไม่ได้เลย

ถ้าเป้าหมายคือดึงตัวอย่างเดียว บาร์ประตูคุ้มกว่าชัดเจน แต่ถ้าอยากได้ทั้งยืดหลัง เกี่ยวขาทำคอร์ และปรับความยากได้ตามระดับ บาร์ติดผนังคือคำตอบเดียว

หัวข้อบาร์โหนประตูบาร์ติดผนัง
ต้องเจาะผนังไม่ต้องต้อง
จำนวนท่าที่ทำได้4 ถึง 6 ท่า18 ท่าขึ้นไป
ปรับความยากได้จำกัดได้ทุกท่า
ใช้ยืดกล้ามเนื้อเกือบไม่ได้ได้หลายมุม
เหมาะกับผู้เช่าคอนโดเหมาะต้องขออนุญาต
อายุการใช้งาน2 ถึง 4 ปี10 ปีขึ้นไป
ใช้ได้ทั้งครอบครัวผู้ใหญ่เป็นหลักเด็กปีนเล่นได้ด้วย

เกณฑ์ตัดสินใจแบบตรงไปตรงมา

ถ้าคุณเช่าห้องอยู่และย้ายทุกปี อย่าเจาะผนัง ใช้บาร์ประตูไปก่อน แต่ถ้าอยู่บ้านตัวเองและตั้งใจเล่นต่อเนื่องหลายปี บาร์ติดผนัง คุ้มกว่าตั้งแต่ปีที่สอง

อีกกลุ่มที่ควรเลือกคือบ้านที่ใช้ บาร์ติดผนัง ออกกำลังกาย กันทั้งครอบครัว เพราะเด็กปีนเล่นได้ปลอดภัยกว่าและได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ไปด้วย ซึ่งบาร์ประตูให้ไม่ได้

เรื่องพื้น ใต้บาร์ควรมีพื้นที่รับแรงกระแทกเวลาลงจากท่าโหน ถ้าพื้นเป็นกระเบื้องหรือปาร์เกต์ ดู วิธีเลือกแผ่นยางปูพื้นห้องออกกำลังกาย ก่อน จะช่วยทั้งเรื่องเสียงและข้อเข่า

ห้าข้อผิดพลาดที่ทำให้เจ็บหรือเลิกเล่นกลางทาง

เกือบทุกอาการเจ็บจาก ท่าบาร์ติดผนัง และ stall bar มาจากสามสาเหตุ คือกระโดดข้ามระดับ ปล่อยไหล่หลุด และปล่อยขาตกฟรีตอนลง

ข้อผิดที่ 1 และ 2 กระโดดข้ามระดับ และปล่อยไหล่

คนที่เห็นคลิป front lever แล้วอยากลองในสัปดาห์แรกคือกลุ่มที่เจ็บมากที่สุด ท่าขั้นสูงต้องการความแข็งแรงของเอ็นและข้อต่อ ซึ่งใช้เวลาสร้างนานกว่ากล้ามเนื้อสองถึงสามเท่า

ส่วนการปล่อยไหล่หลุดตอนห้อยตัว หมายถึงการปล่อยให้ตัวจมลงจนหัวหายไประหว่างไหล่ ท่านี้ทำให้เอ็นรอบข้อไหล่รับแรงตรง ๆ และเป็นต้นเหตุของอาการเจ็บไหล่เรื้อรัง

  • กระโดดข้ามระดับ แก้ด้วยการผ่านเกณฑ์ในตารางความพร้อมก่อนทุกครั้ง
  • ปล่อยไหล่หลุด แก้ด้วยการบีบสะบักค้างตลอดเวลาที่ห้อย
  • ปล่อยขาตกฟรี แก้ด้วยการนับสามวินาทีตอนลงในทุกท่ายกขา
  • แกว่งตัวเพื่อช่วยแรง แก้ด้วยการหยุดนิ่งหนึ่งวินาทีทุกครั้งที่ถึงจุดล่างสุด
  • ไม่เช็คน็อต แก้ด้วยการโยกบาร์ทดสอบทุกสามเดือน

ข้อผิดที่ 3 ถึง 5 และวิธีแก้

การปล่อยขาตกฟรีทำให้คุณเสียครึ่งหนึ่งของท่าไป เพราะช่วงที่กล้ามเนื้อยืดออกขณะรับแรงคือช่วงที่สร้างความแข็งแรงได้มากที่สุด ถ้าปล่อยตกฟรี คุณกำลังทิ้งงานครึ่งหนึ่งลงพื้น

การแกว่งตัวก็เช่นกัน มันทำให้ตัวเลขในสมุดสวยขึ้นแต่กล้ามเนื้อทำงานน้อยลง ถ้าต้องแกว่งถึงจะครบสิบครั้ง ให้ทำหกครั้งแบบนิ่ง ๆ แทน แล้วคุณจะแข็งแรงกว่าใน 1 เดือน

สัญญาณว่าต้องหยุด ปวดแปลบในข้อไหล่ ชาลงแขน หรือเจ็บข้อศอกด้านใน ให้หยุดทันทีและกลับไปทำแค่ท่า incline row กับท่ายืดจนอาการหาย อย่าฝืนโหนต่อ

ตารางเปรียบเทียบ บาร์ติดผนัง ไม้กับเหล็ก และระดับความยากของ ท่าบาร์ติดผนัง แต่ละท่า

วิดีโอ ท่าบาร์ติดผนัง ที่ทำตามได้ทันที

ดู ท่าบาร์ติดผนัง ของจริงหนึ่งรอบ ช่วยแก้ปัญหาการเกร็งผิดจุดได้เร็วกว่าอ่านคำอธิบายสิบรอบ

สิ่งที่ควรสังเกตในคลิป

ใน ท่าบาร์ติดผนัง กลุ่มดึง ให้ดูสามอย่าง คือจังหวะการบีบสะบักก่อนดึง ความช้าของจังหวะลง และตำแหน่งสะโพกที่ดันออกจากผนังเล็กน้อยตอนห้อยตัว สามจุดนี้คือความต่างระหว่างคนที่ทำถูกกับคนที่ทำแล้วเจ็บ

ถ้าดูแล้วยังไม่แน่ใจว่ารุ่นไหนเหมาะกับผนังบ้านคุณ ทัก ทีมงาน HomeFitTools พร้อมรูปผนัง เราช่วยดูให้ว่าติดได้หรือควรเปลี่ยนวิธียึด

ทำตามแล้วจดผลทุกครั้ง

เปิดสมุดหรือโน้ตในมือถือ จดจำนวนครั้งและเวลาห้อยของทุกเซ็ต การจดใช้เวลาสิบวินาที แต่มันคือสิ่งเดียวที่บอกได้ว่าโปรแกรมได้ผลหรือคุณแค่ทำไปเรื่อย ๆ

คนที่จดจะเห็นการเพิ่มขึ้นแม้เพียงครั้งเดียวต่อสัปดาห์ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เล่นต่อได้เกินสามเดือน ซึ่งเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลิกไปแล้ว

จัด ท่าบาร์ติดผนัง ให้เข้ากับตารางชีวิตจริง

คนเลิกเล่น ท่าบาร์ติดผนัง เพราะตารางไม่เข้ากับชีวิต ไม่ใช่เพราะท่ายาก จัดเป็นสามรูปแบบตามเวลาที่มีจริงในแต่ละวัน

แบบสิบนาที สำหรับวันที่ไม่มีเวลา

เลือกสามท่าคือ dead hang 30 วินาที incline row 12 ครั้ง และ hanging knee raise 10 ครั้ง ทำวนสามรอบโดยพักน้อยที่สุดเท่าที่หายใจทัน จบใน 10 นาทีและครอบคลุมทั้งดึงและ core

ชุดนี้เหมาะกับเช้าวันทำงานหรือช่วงพักกลางวัน สิ่งที่คุณได้ไม่ใช่การเล่นหนัก แต่คือความต่อเนื่อง ซึ่งมีค่ามากกว่าการเล่นหนักสัปดาห์ละครั้งแล้วหายไปสองสัปดาห์

แบบสามสิบนาที สำหรับวันปกติ

เริ่มด้วยวอร์มห้านาที ตามด้วยท่าดึงสองท่า ท่าคอร์สองท่า และท่าขาหนึ่งท่า ปิดท้ายด้วยการห้อยตัวคลาย หลังส่วนล่าง หนึ่งนาที นี่คือโครงที่ใช้ได้กับทุกระดับ เปลี่ยนแค่ชื่อท่าตามความแข็งแรง

ข้อดีของการใช้โครงเดิมคือคุณไม่ต้องคิดใหม่ทุกครั้ง แค่เปิดสมุดแล้วเล่น การตัดสินใจน้อยลงหมายถึงโอกาสที่คุณจะไม่เล่นน้อยลงตามไปด้วย

เวลาที่มีท่าที่เลือกโฟกัส
10 นาทีDead hang, Incline row, Knee raiseรักษาความต่อเนื่อง
30 นาทีดึง 2 ท่า คอร์ 2 ท่า ขา 1 ท่าสร้างความแข็งแรง
45 นาทีเพิ่มท่าขั้นสูงและงาน mobility เต็มชุดพัฒนาทักษะ
วันพักห้อยตัวคลายหลัง 1 นาทีฟื้นตัว

ท่าไหนควรทำก่อนหลัง

เรียงจากท่าที่ต้องใช้ทักษะและแรงมากที่สุดไปหาน้อยที่สุดเสมอ ท่าอย่าง pull up หรือ front lever tuck ต้องอยู่ต้นเซสชันตอนที่ระบบประสาทยังสด ถ้าเอาไปไว้ท้ายจะทำได้ครึ่งเดียวของศักยภาพจริง

ท่ายืดและ mobility ให้อยู่ท้ายสุดเสมอ เพราะการยืดค้างนาน ๆ ก่อนเล่นจะลดแรงระเบิดของกล้ามเนื้อลงชั่วคราว ทำให้ตัวเลขในเซ็ตแรกตกลงโดยไม่จำเป็น

กฎง่าย ๆ ดึงก่อน คอร์ตาม ขาปิดท้าย แล้วยืด ถ้าจำได้แค่บรรทัดเดียวจากบทความนี้ ให้จำบรรทัดนี้

อุปกรณ์เสริมที่ทำให้เล่นได้หลากหลายขึ้น

บาร์ตัวเดียวก็เล่นได้ครบ แต่ของสามอย่างนี้เพิ่มจำนวนท่าและลดโอกาสบาดเจ็บได้ด้วยงบไม่กี่ร้อยถึงหลักพัน

ยางยืดช่วยดึงตัวสำหรับคนที่ยังขึ้นไม่ได้

คล้องยางยืดกับขั้นบนแล้วเอาเข่าวางบนห่วง ยางจะช่วยแรงมากที่สุดในช่วงล่างซึ่งเป็นจุดที่คนติดพอดี ใช้เส้นที่ช่วยแรงประมาณ 15 ถึง 20 กิโลกรัมก่อน แล้วลดลงทุกสองสัปดาห์

ข้อควรระวังคืออย่าติดยางไว้ตลอด เพราะจะกลายเป็นการฝึกให้ร่างกายพึ่งแรงช่วย ให้สลับเซ็ตที่ใช้ยางกับเซ็ตที่ทำแบบ negative คือกระโดดขึ้นแล้วลงช้าห้าวินาที

แผ่นรองพื้นและ dip bar เสริม

แผ่นรองจำเป็นทั้งตอนคุกเข่าทำ nordic curl และตอนลงจากท่าโหน แผ่นรองพื้นสำหรับห้องออกกำลังกาย หนา 10 ถึง 20 มิลลิเมตรเพียงพอสำหรับการใช้ในบ้าน

ส่วน dip bar ที่ต่อเข้ากับรุ่นเหล็กเติมช่องว่างสำคัญคือท่าดัน ทำให้บาร์ตัวเดียวครอบคลุมทั้งกล้ามเนื้อกลุ่มดึงและกลุ่มดัน ซึ่งเป็นหัวใจของ functional training ในพื้นที่จำกัด

อุปกรณ์เสริมช่วยเรื่องอะไรจำเป็นแค่ไหน
ยางยืดช่วยดึงทำ pull up ได้เร็วขึ้นจำเป็นถ้ายังดึงไม่ขึ้น
แผ่นรองพื้นลดแรงกระแทกและเสียงควรมี
dip bar เสริมเพิ่มท่ากลุ่มดันเฉพาะรุ่นเหล็ก
ชอล์กหรือแมกนีเซียมกันมือลื่นตอนเหงื่อออกมีก็ดี
เข็มขัดถ่วงน้ำหนักเพิ่มแรงต้านเมื่อดึงเกิน 12 ครั้งระดับสูงเท่านั้น

อย่าซื้อพร้อมกันทั้งหมด เริ่มจากบาร์กับแผ่นรองก่อน แล้วค่อยเพิ่มของอื่นเมื่อรู้แล้วว่าคุณเล่นท่าไหนบ่อยจริง ๆ ของที่ซื้อมาเผื่ออนาคตมักจบลงในตู้

ใครเหมาะและใครควรระวัง

เกือบทุกคนเริ่มได้ที่ระดับใดระดับหนึ่ง แต่คนที่มีอาการไหล่หลุดง่ายหรือปวดร้าวลงขาควรปรึกษาแพทย์ก่อนห้อยตัว

กลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุด

คนนั่งทำงานหน้าจอวันละแปดชั่วโมงคือกลุ่มที่เห็นผลเร็วที่สุด เพราะปัญหาหลักของพวกเขาคือหลังบนแข็งและหลังล่างถูกกดทับ ซึ่งการห้อยตัวแก้ได้โดยตรงภายในสองถึงสามสัปดาห์

กลุ่มที่สองคือคนที่พื้นที่บ้านจำกัดจนวางเครื่องออกกำลังกายไม่ได้ บาร์กินพื้นที่ผนังกว้างไม่ถึงหนึ่งเมตรและไม่กินพื้นที่พื้นเลย

  • พนักงานออฟฟิศที่ปวดหลังจากการนั่งนาน
  • คนที่อยากดึงตัวขึ้นแต่ไม่รู้จะไต่ระดับยังไง
  • ครอบครัวที่มีลูกเล็กและอยากให้เด็กได้ขยับ
  • คนที่พื้นที่บ้านจำกัดแต่อยากได้อุปกรณ์ที่ทำได้หลายอย่าง
  • นักกีฬาที่ต้องการงาน mobility เพิ่มนอกเหนือจากการฝึกหลัก

กลุ่มที่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

คนที่เคยไหล่หลุดหรือมีข้อไหล่หลวมควรเลี่ยงการห้อยตัวแบบปล่อยสุด ให้เริ่มจาก incline row ที่เท้ายังแตะพื้นแทน ซึ่งควบคุมแรงที่ลงข้อไหล่ได้ทั้งหมด

ส่วนคนที่ปวดร้าวลงขาหรือมีอาการชา ให้หยุดคิดเรื่องการห้อยตัวไว้ก่อนจนกว่าจะได้คำวินิจฉัยที่ชัดเจน อาการเดียวกันเกิดได้จากหลายสาเหตุ และบางสาเหตุแย่ลงเมื่อถูกดึงยืด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รวมคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดก่อนซื้อและก่อนเริ่มเล่น บาร์ติดผนัง พร้อมคำตอบที่ใช้ตัดสินใจได้ทันที

บาร์ติดผนัง กับ stall bar คืออันเดียวกันไหม

ใช่ เป็นอุปกรณ์เดียวกัน คำว่า stall bar และ swedish ladder เป็นชื่อสากล ส่วนคนไทยเรียกว่าบาร์ติดผนังหรือราวไม้ติดผนัง ต้นกำเนิดมาจากยิมนาสติกสวีเดนในศตวรรษที่ 19 และถูกนำมาใช้ในงานกายภาพบำบัดและ functional training จนถึงปัจจุบัน

ยังดึงตัวไม่ขึ้นเลย เล่นบาร์ติดผนังได้ไหม

ได้ และเหมาะมาก เพราะท่า incline row ให้คุณเลือกมุมลำตัวได้ตามความแข็งแรงที่มีจริง เริ่มจากจับขั้นระดับอกซึ่งใช้แรงประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว แล้วค่อยลดขั้นลงเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่ใช้เวลา 6 ถึง 10 สัปดาห์ก่อนดึงตัวขึ้นครั้งแรกได้

ผนังคอนโดเป็นยิปซัม ติดบาร์ติดผนังได้ไหม

ติดได้เฉพาะกรณีที่มีโครงคร่าวเหล็กและคุณยิงสกรูเข้าคร่าวได้ทุกจุดยึด ถ้าเป็นยิปซัมเปล่าห้ามติดเด็ดขาด ทางแก้คือเสริมแผ่นไม้อัดหนา 18 มิลลิเมตรพาดคร่าวก่อน แล้วยึดบาร์บนแผ่นไม้อีกที หรือเปลี่ยนไปใช้บาร์โหนแบบตั้งพื้นแทน

บาร์ติดผนังรับน้ำหนักได้เท่าไหร่

รุ่นไม้ทั่วไปรับได้ 100 ถึง 150 กิโลกรัม รุ่นเหล็ก 150 ถึง 200 กิโลกรัมขึ้นไป แต่ตัวเลขนี้มีความหมายเมื่อยึดกับผนังที่แข็งแรงพอเท่านั้น จุดอ่อนจริงมักอยู่ที่พุกและผนัง ไม่ใช่ตัวบาร์ และแรงกระชากตอนแกว่งตัวสูงถึงสองถึงสามเท่าของน้ำหนักตัว

ควรเล่น ท่าบาร์ติดผนัง สัปดาห์ละกี่วัน

สามวันต่อสัปดาห์สำหรับการฝึกความแข็งแรง โดยเว้นวันพักระหว่างวันที่เล่นหนัก ส่วนท่าห้อยตัวคลายหลังและท่ายืดทำได้ทุกวันโดยไม่ต้องพัก เพราะไม่สร้างความเสียหายให้กล้ามเนื้อที่ต้องซ่อมแซม

hanging leg raise ทำแล้วปวดหลังส่วนล่างผิดตรงไหน

สาเหตุเกือบทั้งหมดคือไม่ได้ม้วนกระดูกเชิงกรานขึ้น ทำให้หลังแอ่นค้างและกล้ามเนื้องอสะโพกดึงกระดูกสันหลังส่วนเอวแทนที่ท้องจะทำงาน แก้ด้วยการถอยกลับไปทำ hanging knee raise ก่อน และตั้งใจดันก้นเข้าหาผนังตอนขาขึ้นถึงจุดสูงสุด

เด็กเล่นบาร์ติดผนังได้ไหม

ได้ และเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของอุปกรณ์ประเภทนี้ เด็กปีนขึ้นลงได้เองซึ่งช่วยพัฒนาแรงจับและการทรงตัว แต่ต้องมีผู้ใหญ่ดูแลและควรปูแผ่นรองพื้นใต้บาร์เสมอ รวมถึงห้ามให้เด็กเล่นในระดับสูงเกินความสูงของตัวเองสองเท่า

บาร์ติดผนังไม้กับเหล็ก อันไหนทนกว่า

เหล็กรับน้ำหนักได้มากกว่าและต่ออุปกรณ์อย่าง dip bar ได้ แต่ไม้ที่ผลิตดีอยู่ได้เป็นสิบปีเช่นกันถ้าไม่โดนความชื้น ตัวชี้ขาดจริงคือรูปแบบการเล่น ถ้าเน้นดึงตัวถ่วงน้ำหนักหรือทำ dip เลือกเหล็ก ถ้าเน้นยืด คอร์ และใช้ทั้งบ้าน เลือกไม้

ต้องปูพื้นใต้บาร์ไหม

ควร เพราะแรงกระแทกตอนลงจากท่าโหนลงที่ข้อเข่าและข้อเท้าโดยตรง แผ่นยางหนา 10 ถึง 20 มิลลิเมตรช่วยได้ทั้งเรื่องแรงกระแทกและเสียงที่ส่งไปห้องข้างล่าง โดยเฉพาะถ้าอยู่คอนโดหรืออาคารที่มีเพื่อนบ้านชั้นล่าง

เล่นบาร์ติดผนังอย่างเดียวพอสำหรับสร้างกล้ามไหม

พอสำหรับหลัง แขนด้านหลัง ปลายแขน และ core ทั้งชุด แต่ขาดท่าดันอย่าง push up หรือ dip และท่าขาที่รับน้ำหนักหนัก ถ้าเลือกรุ่นเหล็กที่มี dip bar จะครอบคลุมท่าดันไปด้วย เหลือแค่ต้องเพิ่มท่าขาเข้าไปในโปรแกรม

ควรเล่นตอนเช้าหรือตอนเย็นดีกว่ากัน

ตอนไหนก็ได้ที่คุณทำได้ต่อเนื่องจริง ความสม่ำเสมอมีผลมากกว่าเวลาในตารางหลายเท่า ข้อแตกต่างเดียวคือถ้าเล่นตอนเช้าต้องวอร์มนานกว่าเล็กน้อย เพราะข้อต่อและกล้ามเนื้อยังแข็งจากการนอน ให้เพิ่มเวลาวอร์มเป็นแปดถึงสิบนาที

ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล

อาการหลังโล่งขึ้นจากการห้อยตัวรู้สึกได้ตั้งแต่ครั้งแรก ส่วนความแข็งแรงที่วัดเป็นตัวเลขได้ เช่น เวลาห้อยตัวหรือจำนวน incline row จะขยับชัดในสัปดาห์ที่สองถึงสาม ส่วนการดึงตัวขึ้นครั้งแรกสำหรับคนที่เริ่มจากศูนย์ ใช้เวลาราวหกถึงสิบสัปดาห์

สรุป เริ่มจากตรงไหนดี

เลือกบาร์ให้ตรงกับท่าที่จะเล่นจริง ติดตั้งให้ถูกวิธี แล้วเริ่มจาก ท่าบาร์ติดผนัง หกท่าพื้นฐาน อีกสิบสองท่าจะตามมาเองเมื่อร่างกายพร้อม

ลำดับที่ควรทำ

อย่างแรกคือดูผนังก่อนดูรุ่น เพราะถ้าผนังยึดไม่ได้ ทุกอย่างที่เหลือไม่มีความหมาย อย่างที่สองคือเลือกวัสดุจากท่าที่จะเล่นจริงในสามเดือนแรก ไม่ใช่ท่าที่เห็นในคลิป

อย่างที่สามคือเริ่มจาก dead hang กับ incline row เท่านั้นในสัปดาห์แรก สองท่านี้สร้างฐานให้ทุกท่าที่เหลือ และเป็นตัวคัดว่าคุณจะเล่นต่อได้จริงหรือไม่

  1. เช็คชนิดผนังและเลือกพุกให้ถูกประเภท
  2. เลือกไม้ถ้าเน้นยืดและคอร์ เลือกเหล็กถ้าเน้นดึงหนักและ dip
  3. ติดตั้งและทดสอบด้วยการห้อยตัวนิ่ง 30 วินาที
  4. สัปดาห์แรกทำแค่ dead hang และ incline row
  5. สัปดาห์ที่สองเพิ่มท่าคอร์ที่เกี่ยวเท้ากับบาร์
  6. สัปดาห์ที่สามเริ่ม negative pull up
  7. สัปดาห์ที่สี่ทดสอบผลแล้วปรับความยากขึ้น

ตารางสรุป 18 ท่า พร้อมเซ็ตและจำนวนครั้ง

เก็บตารางนี้ไว้เปิดตอนเล่น จะได้ไม่ต้องเลื่อนหาในบทความ ทุกตัวเลขคือจุดเริ่มต้นที่ปลอดภัย ไม่ใช่เพดาน ถ้าทำได้เกินให้เพิ่มความยากของท่าแทนการเพิ่มจำนวนครั้ง

ท่าที่ 17 และ 18 คือ Muscle up และ Front lever เต็มตัว ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาว ไม่ต้องรีบ ส่วนใหญ่ใช้เวลาหนึ่งถึงสองปีกว่าจะทำได้

ท่าระดับเซ็ต x ครั้งจุดที่ต้องระวัง
1 Dead hangเริ่มต้น3 x 20 ถึง 60 วินาทีอย่าปล่อยไหล่หลุด
2 Scapular pullเริ่มต้น3 x 8 ถึง 12อย่างอศอก
3 Incline rowเริ่มต้น3 x 10 ถึง 12ตัวต้องตรงทั้งแนว
4 Assisted squatเริ่มต้น3 x 12 ถึง 15ส้นเท้าติดพื้น
5 Wall bar sit upเริ่มต้น3 x 12 ถึง 15อย่ากระชากคอ
6 Hanging knee raiseเริ่มต้น3 x 8 ถึง 12อย่าแกว่งตัว
7 Hanging leg raiseกลาง3 x 6 ถึง 10ม้วนสะโพกขึ้น
8 Windshield wiperกลาง3 x 6 ถึง 8 ต่อข้างไหล่ต้องนิ่ง
9 Nordic curlสูง3 x 4 ถึง 6รองเข่าเสมอ
10 Pull upกลาง4 x 5 ถึง 8ดึงอกไม่ใช่ยืดคอ
11 Toes to barสูง3 x 5 ถึง 8อย่าใช้แรงเหวี่ยง
12 Front lever tuckสูง5 x 5 ถึง 10 วินาทีเกร็งท้องตลอด
13 Single leg squatสูง3 x 5 ถึง 8 ต่อข้างเข่าอย่าบิดเข้าใน
14 Decompression hangทุกระดับ2 ถึง 3 x 30 ถึง 60 วินาทีหายใจออกยาว
15 Thoracic extensionทุกระดับ3 x 30 วินาทีอย่าแอ่นเอว
16 Hamstring stretchทุกระดับ2 x 30 วินาที ต่อข้างหลังตรงเสมอ
17 Muscle upสูงมาก5 x 1 ถึง 3ต้องมีคานยื่นพ้นผนัง
18 Front lever เต็มตัวสูงมาก5 x 5 ถึง 10 วินาทีอย่าข้ามขั้น tuck

ถ้ายังลังเลว่ารุ่นไหนเหมาะ

เกณฑ์ที่ใช้ได้เสมอคือ ถ้ายังดึงตัวไม่ขึ้นและอยากได้บาร์ไว้ยืดหลังทุกวัน เริ่มที่รุ่นไม้ ถ้าดึงตัวได้เกินสิบครั้งแล้วและคิดจะถ่วงน้ำหนัก ข้ามไปรุ่นเหล็กเลยตั้งแต่แรก

ส่วนคนที่อยู่กึ่งกลาง คือดึงได้สามถึงห้าครั้ง รุ่นไม้ที่มีคานบนยื่นออกมาจะตอบโจทย์ได้อีกสองถึงสามปีโดยไม่ต้องเปลี่ยน

พร้อมเริ่ม 18 ท่าแล้ว เหลือแค่บาร์

ท่าบาร์ติดผนัง ทั้ง 18 ท่าต้องการอย่างเดียวคือบาร์ที่ยึดผนังแน่นและมีขั้นให้เลือกจับได้หลายระดับ เลือกรุ่นไม้ถ้าเน้นยืดและคอร์ เลือกรุ่นเหล็กถ้าเน้นดึงหนักและต่อ dip bar หรือทักทีมงานพร้อมรูปผนังให้ช่วยดูก่อนตัดสินใจ

ไม่แน่ใจว่าผนังบ้านติดได้ไหม ส่งรูปให้เราดูปรึกษาทีมงาน

บทความนี้เขียนโดย...


โค้ชปูแน่น

โค้ชปูแน่น (ปู จักรินทร์ บุญลาภ)


เป็น CEO และที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทีมเทรนเนอร์ในฟิตเนสของตัวเองที่ Real Gym ซาฟารีเวิลด์ รวมถึงแบรนด์อาหารเสริม และที่ปรึกษาด้าน Training Quality ให้กับทีมเทรนเนอร์ของ Sport club และฟิตเนสชั้นนำ

โปรไฟล์โค้ชปูแน่น

บทความทั้งหมด




ติดต่อเรา ร้านขายเครื่องออกกำลังกาย Homefittools