เมื่อหน้าหนาวมาเยือน หลายคนคงขี้เกียจลุกจากที่นอน ขยับตัวยังไม่อยากจะขยับ แต่รู้ไหมว่าการนอนอยู่เฉยๆ ยิ่งทำให้รู้สึกหนาวมากขึ้น ทางที่ดีควรลุกมาขยับร่างกายดีกว่า แค่ออกกำลังกายง่ายๆ 15-20 นาที ก็ช่วยให้ร่างกายอุ่นได้เป็นชั่วโมง บทความนี้เรามาดูกันว่ามีท่าออกกำลังกายท่าไหนบ้างที่ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ แถมยังช่วยเผาผลาญได้ดีอีกด้วย
ก่อนที่จะเริ่มออกกำลังกาย ผมอยากให้เข้าใจกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของร่างกายกันก่อน เพราะการเข้าใจพื้นฐานจะช่วยให้เราออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และรู้ว่าทำไมเราถึงต้องเลือกท่าออกกำลังกายแบบนี้ในหน้าหนาว เริ่มจากการทำความรู้จักกับระบบสร้างความร้อนในร่างกายของเรากันก่อน
เมื่อเรากินอาหารเข้าไป ร่างกายก็จะเกิดกระบวนการย่อยอาหารและเผาผลาญพลังงานขึ้น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะทำให้เกิดความร้อนในร่างกายที่เป็นผลพลอยได้ โดยพลังงานที่ร่างกายใช้ในการย่อยอาหารนั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นความร้อน
เมื่อร่างกายเจอความหนาว กล้ามเนื้อก็จะเกิดการสั่นโดยอัตโนมัติ การหดตัวแบบรวดเร็วและต่อเนื่องของกล้ามเนื้อจะสร้างความร้อนขึ้น สามารถเพิ่มการสร้างความร้อนให้ร่างกายได้ถึง 5 เท่าของภาวะปกติ
เกิดจากการทำงานของไขมันสีน้ำตาล (Brown Adipose Tissue - BAT) ซึ่งมีความสามารถพิเศษในการเผาผลาญไขมันเพื่อสร้างความร้อนโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านการสั่นของกล้ามเนื้อ
เมื่ออุณหภูมิร่างกายลดต่ำลง ระบบเผาผลาญจะทำงานหนักขึ้นเพื่อสร้างความร้อน การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานและปลดปล่อยความร้อน
กลไกสำคัญคือการกระตุ้นไขมันสีน้ำตาล (Brown Fat) ซึ่งมีหน้าที่สร้างความร้อนโดยตรง ต่างจากไขมันสีขาว (White Fat) ที่เก็บสะสมพลังงาน การออกกำลังกายแบบต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มอุณหภูมิร่างกายและกระตุ้นการเผาผลาญได้นานถึง 24-48 ชั่วโมง
การหายใจแบบ "ไฟท่วมท้อง" หรือ Breath of Fire เป็นเทคนิคจากท่าโยคะที่ช่วยเพิ่มความร้อนในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว โดยการหายใจเข้าออกเร็วๆ ผ่านจมูก พร้อมกับการขมิบท้องน้อย การหายใจแบบนี้จะกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเธติก เพิ่มการเผาผลาญ และสร้างความร้อนจากการทำงานของกล้ามเนื้อกะบังลม
การเน้นออกกำลังกายกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น ต้นขา สะโพก และกล้ามเนื้อหลัง จะช่วยสร้างความร้อนได้มากที่สุด เพราะกล้ามเนื้อเหล่านี้ต้องการพลังงานในการทำงานสูง ท่าที่แนะนำเช่น
การออกกำลังกายแบบ HIIT ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศหนาวควรปรับให้เบาลงกว่าปกติ แต่ยังคงประสิทธิภาพในการสร้างความร้อน การออกกำลังกาย 30 วินาที สลับกับการพัก 15 วินาที เป็นอัตราส่วนที่เหมาะสมที่สุด เพราะให้เวลาร่างกายทำงานนานพอที่จะสร้างความร้อน แต่มีช่วงพักสั้นๆ เพื่อไม่ให้อุณหภูมิร่างกายลดลงมากเกินไป
ตัวอย่างการจัดโปรแกรม HIIT แบบเบา
รอบที่ 1-2
รอบที่ 3-4
รอบที่ 5-6
โค้ชปูแน่นมีเคล็ดลับสำคัญจะบอก
การยืดเหยียดแบบเคลื่อนไหว (Dynamic Stretching) ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและอุ่นเครื่องก่อนออกกำลังกาย
สารจินเจอรอลในขิงกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เพิ่มอุณหภูมิร่างกายและการเผาผลาญ ทานหลังออกกำลังกายช่วยลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ
สารไพเพอรีนในพริกไทยดำกระตุ้นการเผาผลาญ เพิ่มความร้อนในร่างกายผ่านกระบวนการ Thermogenesis ช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายได้ยาวนาน
สารจินเซนโนไซด์ช่วยปรับสมดุลร่างกาย เพิ่มการไหลเวียนเลือด และกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทซิมพาเธติก ส่งผลให้ร่างกายอบอุ่นจากภายใน
อัลลิซินในกระเทียมขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียน และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน เหมาะสำหรับทานก่อนออกกำลังกายในอากาศหนาว
แคปไซซินในพริกกระตุ้นการสร้างความร้อนในร่างกาย เพิ่มอัตราการเผาผลาญ และช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้คงที่ในสภาพอากาศเย็น
สารซัลเฟอร์และเควอซิตินในหัวหอมแดงช่วยขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนเลือด และกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อทานร่วมกับการออกกำลังกาย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายสร้างความร้อนได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบของกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายอีกด้วย
วิธีออกกำลังกายในอากาศหนาว
ควรวอร์มอัพนานกว่าปกติ เลือกออกกำลังกายในร่ม เน้นท่าที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ และสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายเหงื่อได้ดี
เดินในอากาศหนาวได้ไหม
ได้ แต่ต้องวอร์มอัพก่อน สวมเสื้อผ้าหลายชั้น และควรเดินในช่วงที่มีแดด ระยะเวลา 20-30 นาที
ออกกำลังกายตอนไหนดีหน้าหนาว
ช่วง 10.00-15.00 น. เพราะอากาศอุ่นที่สุด ร่างกายปรับตัวได้ง่าย ลดความเสี่ยงบาดเจ็บ
ปวดข้อตอนอากาศเย็นทำไง
อบอุ่นร่างกายด้วยการอาบน้ำอุ่น ทำสตรีทชิ่งเบาๆ ออกกำลังกายในร่ม และทานอาหารที่มีขิง
ทำไมหน้าหนาวชอบปวดข้อ
เพราะความเย็นทำให้ข้อและกล้ามเนื้อหดตัว เลือดไหลเวียนช้าลง และความดันในข้อเปลี่ยนแปลง
ปั่นจักรยานหน้าหนาวอันตรายไหม
ไม่อันตราย แต่ต้องวอร์มอัพให้ดี สวมใส่เสื้อผ้าเหมาะสม และเลือกช่วงเวลาที่มีแดด
น้ำอุ่นหรือน้ำเย็นดีหลังออกกำลังกาย
น้ำอุ่นดีกว่าในหน้าหนาว ช่วยคลายกล้ามเนื้อและรักษาอุณหภูมิร่างกาย
ออกกำลังกายในห้องแอร์หน้าหนาวได้ไหม
ได้ แต่ควรตั้งอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 25 องศา และวอร์มอัพให้ร่างกายอุ่นก่อน
กินอะไรแก้หนาว
อาหารที่มีขิง พริกไทย กระเทียม โสม ชาร้อน และซุปร้อน
วิ่งตอนอากาศหนาวอันตรายไหม
อาจเป็นอันตรายถ้าไม่เตรียมตัวให้พร้อม ควรวอร์มอัพนาน 10-15 นาที และสวมใส่เสื้อผ้าหลายชั้น
การออกกำลังกายในหน้าหนาวควรเน้นการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ด้วยความเข้มข้นปานกลาง ที่ระดับ 60-70% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด ผ่านท่าออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น Jumping Jack, March in Place และ Squat ทำต่อเนื่อง 15-20 นาที เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดและการเผาผลาญ
การเสริมด้วยอาหารที่มีสารกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เช่น ขิง พริกไทยดำ และกระเทียม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างความร้อนในร่างกาย ควรทานก่อนหรือหลังออกกำลังกายไม่เกิน 30 นาที
การออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายได้นาน 4-6 ชั่วโมง และยังเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน ทำให้ร่างกายปรับตัวกับสภาพอากาศหนาวได้ดีขึ้นในระยะยาว