ติดต่อเจ้าหน้าที่
สลับเส้นทาง
รถเข็นของฉัน 0

เต้นทเวิร์ค TWERKING DANCE เต้นออกกำลังกายกระชับก้น ได้ผลจริงแค่ไหน คู่มือฉบับโค้ช

เต้นทเวิร์ค TWERKING DANCE เต้นออกกำลังกายกระชับก้น ได้ผลจริงแค่ไหน คู่มือฉบับโค้ช

อยากให้ก้นขึ้นจริง ไม่ใช่แค่เหงื่อออก ต้องมีแรงต้านเสริมดูดัมบ์เบล

สารบัญ

คำถามที่โค้ชโดนถามบ่อยที่สุดเวลาเปิดคลาสนี้คือ เต้นแล้วก้นขึ้นจริงไหม คำตอบสั้น ๆ คือ ทเวิร์คทำให้ก้นตึงขึ้น ควบคุมสะโพกได้ดีขึ้น และเผาผลาญได้ระดับคาร์ดิโอปานกลางถึงหนัก แต่แรงต้านของมันต่ำเกินกว่าจะสร้างมวลกล้ามเนื้อก้นให้ใหญ่ขึ้นแบบที่หลายคนหวัง ถ้าอยากได้ทรงก้นที่เปลี่ยนจริง ต้องมีแรงต้านเข้ามาช่วย

บทความนี้ไม่ได้เขียนเพื่อขายภาพสวย แต่เขียนเพื่อบอกว่าการเต้นแบบนี้ให้อะไรกับร่างกายบ้าง กล้ามเนื้อมัดไหนทำงานจริงและทำงานที่กี่เปอร์เซ็นต์ เผาผลาญกี่แคลอรี่ตามน้ำหนักตัว ต้องวอร์มอัพยังไงไม่ให้ปวดหลังส่วนล่าง และถ้าจะให้ก้นขึ้นจริงต้องเติมอะไรเข้าไปในตาราง

อ่านแบบเร่งด่วน เต้น 20 นาทีเผาผลาญประมาณ 110 ถึง 200 แคลอรี่ตามน้ำหนักตัวและความเข้มข้น กล้ามเนื้อ gluteus maximus ทำงานราว 20 ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ของแรงสูงสุด ซึ่งอยู่ใต้เกณฑ์การสร้างกล้ามเนื้อ ถ้าเป้าหมายคือกระชับก้นให้เห็นทรง ให้ใช้มันเป็นคาร์ดิโอ แล้วเสริม hip thrust สัปดาห์ละ 2 วัน

ทเวิร์คคือคาร์ดิโอที่โฟกัสสะโพก ไม่ใช่เวทเทรนนิ่ง มันดีกับการเผาผลาญ การควบคุมแกนกลาง และความมั่นใจ แต่ไม่ใช่ทางลัดสู่ก้นใหญ่

การ เต้นทเวิร์ค ไม่ใช่เพียงเทรนด์การเต้นปลุกกระแสจากเหล่าเกิร์ลกรุ๊ป แต่ถือเป็นวิถีการออกกำลังกายยุคใหม่ที่มาแรงซึ่งช่วยสลายไขมันและกระชับทรวดทรงสะโพกที่ลดยากได้มีประสิทธิภาพ ทั้งยังได้รับความนิยมอย่างสูงจนเข้าสู่ธุรกิจฟิตเนสจนกลายเป็นคลาส เต้นทเวิร์ค โดยเฉพาะที่เห็นเช่นทุกวัน หากคุณต้องการรู้เกี่ยวกับ Twerking Dance Exercise มากขึ้น ตอบทุกประเด็นข้อสงสัยพร้อมพาคุณก้าวข้ามขอบกั้นทางสังคมได้ไร้ข้อจำกัดไปพร้อมกัน

ถ้าคุณอยากลองสัมผัส “พลังของทเวิร์ค” ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่ดูผ่านหน้าจอ ตอนนี้ REAL GYM เปิดคลาส Twerk Dance ให้คุณได้ลองเต้นจริง พร้อมเทรนเนอร์สอนอย่างใกล้ชิด ฝึกความมั่นใจ พร้อมเผาผลาญไขมันสะโพกที่หลายคนบอกว่า “ลดยาก” ให้กลายเป็นเรื่องสนุก! ทดลองเล่นฟิตเนสฟรี 3 วันเต็ม ที่ 5 สาขา: ซาฟารีเวิลด์, พระราม 5, สุขาภิบาล 5, สายไหม, เลียบทางด่วน

อยากรู้ว่าทเวิร์คแล้วได้ผลแค่ไหน? ทดลองคลาสจริงกับเรา คลิกเลย!

Twerking dance ท่าเต้นมาแรงแห่งยุค

ทเวิร์คถูกพัฒนาจากท่าเต้นฮิปฮอปสู่คลาสออกกำลังกายที่โฟกัสสะโพก ต้นขา และแกนกลาง จุดขายคือเผาผลาญสูงในเวลาสั้นและสนุกพอที่จะทำต่อเนื่องได้

การ เต้นทเวิร์ค (Twerking Dance) เป็นการเต้นออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งซึ่งนักวิทยาศาสตร์การกีฬาจาก University of Brighton ได้คิดค้นเพื่อเน้นบริหารส่วนสะโพก ต้นขาและแกนกลางลำตัวให้เผาผลาญได้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้การ เต้นทเวิร์ค ในช่วงแรกเป็นเพียงท่วงท่าการเต้นสไตล์ฮิปฮอปที่เคยโด่งดังในช่วงยุค 90 ก่อนถูกหยิบมาใช้และพัฒนาต่อยอดจากศิลปินตัวแม่จากหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็น Miley Cyrus, Nicki Minaj, Jennifer Lopez จนกลายเป็นคลาสออกกำลังกายที่เสน่ห์เฉพาะตัว

บทความที่น่าสนใจ : 8 ท่าออกกำลังกายลดสะโพกใหญ่

ประโยชน์ของการ Twerking

  • เสริมความมั่นคงแก่ร่างกาย: ระบบกระดูก กล้ามเนื้อและเอ็นประสาททำงานสอดล้อไปอย่างต่อเนื่อง เสริม Mobility และ Stability ให้ยืดหยุ่นคล่องตัวทุกการเคลื่อนไหว มั่นคงตั้งตรงทุกท่วงท่า พร้อมปรับทรวดทรง (Posture) ให้งดงาม
  • เพิ่มการเผาผลาญพลังงาน: สามารถปรับระดับความเข้มข้นของการออกกำลังกายให้เร็วและหนักด้วยอุปกรณ์เสริมแรงต้านอย่าง Resistance Brand ซึ่งเร่งการเผาผลาญพลังงานได้สูงถึง 500 แคลอรี่/ชั่วโมง ซึ่งสูงกว่ากีฬาชนิดอื่น เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ
  • เพิ่มประสิทธิภาพแก่กล้ามเนื้อหลายส่วน: เนื่องจากการ เต้นทเวิร์ค เกิดจากการผสานท่าสควอซร่วมกับฮิปฮอปจนเกิดสิ่งที่เรียกว่า “Bounce” จึงช่วยดึงพลังของมวลกล้ามส่วนหน้าขา ก้น สะโพกและลำตัวได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้รูปร่างกระชับและแข็งแรงยิ่งขึ้น
  • ปรับสมดุลประสาท: คลายปัญหาเรื่องเส้นยืด ออฟฟิศซินโดรม และด้านประสาทอื่น ทั้งยังปลดปล่อยร่างกายจากความเครียดผ่านการกระตุ้นสารสื่อประสาท (Neurotransmitter) ซึ่งช่วยให้รู้สึกปลอดโปร่ง เช่น เอ็นโดฟิน โดปามีน เซโรโทนีน
  • ปอดและหัวใจทำงานแข็งแรง: ด้วยลักษณะการออกท่าที่ใช้ความไวว่องเฉกเช่นคาร์ดิโอ ทั่วไป จึงมีส่วนช่วยการทำงานของระบบหายใจและไหลเวียนเลือดได้อย่างดี

กล้ามเนื้อที่ใช้จริงตอนเต้น พร้อมตัวเลข %MVC

จังหวะ bounce ใช้ gluteus maximus เป็นตัวหลัก แต่ใช้ที่ระดับ 20 ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ของแรงสูงสุดเท่านั้น ต่ำกว่า hip thrust ที่ทำได้ถึง 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์

%MVC หรือ Maximum Voluntary Contraction คือตัวเลขที่นักวิทยาศาสตร์การกีฬาใช้บอกว่ากล้ามเนื้อมัดหนึ่งทำงานหนักกี่เปอร์เซ็นต์ของแรงสูงสุดที่มันทำได้ ยิ่งตัวเลขสูง ยิ่งมีโอกาสกระตุ้นให้กล้ามเนื้อโตขึ้น งาน EMG ของ Bret Contreras และคณะปี 2015 วัดได้ว่า barbell hip thrust ดัน gluteus maximus ขึ้นไปแตะราว 69 เปอร์เซ็นต์ MVC ขณะที่ back squat อยู่ราว 29 เปอร์เซ็นต์

ท่านี้ใช้น้ำหนักตัวล้วนและช่วงการเคลื่อนไหวของสะโพกที่สั้น จังหวะ bounce เกิดจากการกระดกเชิงกรานไปหน้าและหลังเร็ว ๆ ไม่ได้ยกน้ำหนักตัวขึ้นต้านแรงโน้มถ่วงเหมือนสควอทหรือ hip thrust ตัวเลขที่ประเมินจากรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ใกล้เคียงกันจึงตกอยู่ราว 20 ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ MVC ซึ่งพอกับการทำให้กล้ามเนื้อตื่นตัวและล้า แต่ไม่พอกับการสร้างมวล

กล้ามเนื้อบทบาทในท่าทเวิร์ค%MVC โดยประมาณเทียบกับ hip thrust
Gluteus maximusดันเชิงกรานกลับจากท่าแอ่นสู่ท่าเก็บก้น เป็นตัวสร้างจังหวะ bounce20 ถึง 35%69%
Gluteus mediusคุมไม่ให้สะโพกทรุดข้างเดียวตอนย่อ15 ถึง 25%30 ถึง 40%
Erector spinae หลังล่างควบคุมการแอ่นหลัง เป็นมัดที่ล้าเร็วที่สุดถ้าไม่คุมแกนกลาง25 ถึง 40%25 ถึง 35%
Rectus abdominis และ Transverse abdominisตรึงซี่โครงไม่ให้บานตามเชิงกราน15 ถึง 30%20 ถึง 30%
Quadricepsค้างท่าย่อครึ่งตลอดเพลง เป็นมัดที่แสบที่สุดในวันแรก25 ถึง 40%15 ถึง 25%
Hamstringsช่วยดึงเชิงกรานลงในจังหวะเก็บก้น15 ถึง 25%20 ถึง 30%

ทำไมหลังส่วนล่างถึงล้าก่อนก้น

คนส่วนใหญ่เต้นด้วยการแอ่นหลังแทนการใช้ก้น ผลคือ erector spinae ทำงานมากกว่า gluteus maximus ทั้งเพลง พอครบสามเพลงก็เริ่มตึงหลังล่าง ทั้งที่ก้นแทบไม่ล้า นี่คือสัญญาณว่าคุณกำลังเอาหลังไปทำงานแทนก้น ไม่ใช่สัญญาณว่าเต้นหนักพอ

เช็กว่าคุณใช้ก้นจริงหรือใช้หลัง

  • วางมือบนก้นข้างหนึ่งขณะทำจังหวะเก็บก้น ถ้ารู้สึกกล้ามเนื้อแข็งตึงขึ้นชัด แปลว่าใช้ก้นทำงานจริง
  • ถ้าตึงแค่ช่วงเอวและหลังล่าง แปลว่ากำลังแอ่นหลังเกิน ให้ลดช่วงแอ่นลงครึ่งหนึ่งแล้วเน้นจังหวะเก็บก้นแทน
  • หลังเลิกเต้น ถ้าปวดหลังมากกว่าก้นเสมอ ควรกลับไปฝึกท่าคุมแกนกลางอย่าง แพลงก์ ก่อนสัก 2 สัปดาห์

กล้ามเนื้อที่ใช้ตอน เต้นทเวิร์ค gluteus maximus และแกนกลางลำตัว

ทเวิร์คกระชับก้นได้แค่ไหน คำตอบตรง ๆ ไม่อ้อม

การเต้นแบบนี้ทำให้ก้นตึงและควบคุมได้ดีขึ้น แต่แรงต้านต่ำกว่าเกณฑ์ hypertrophy จึงไม่แทนเวท ถ้าอยากได้ทรงก้นที่เปลี่ยนจริง ต้องมีแรงต้านที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

การสร้างกล้ามเนื้อต้องการแรงต้านที่มากพอ งานวิจัยด้าน hypertrophy ชี้ตรงกันว่าเซ็ตต้องเข้าใกล้จุดล้าจริง โดยทั่วไปคือทำได้ไม่เกิน 5 ถึง 30 ครั้งต่อเซ็ตแล้วหมดแรง และต้องเพิ่มแรงต้านขึ้นเรื่อย ๆ ทุกสัปดาห์ มันทำให้คุณขยับสะโพกได้เป็นร้อยครั้งต่อเพลงโดยที่ก้นยังไม่หมดแรง มันคือความทนทาน ไม่ใช่ความแข็งแรง

สิ่งที่การเต้นแบบนี้ให้ได้จริงคือการเผาผลาญไขมันโดยรวม ซึ่งทำให้สัดส่วนดูกระชับขึ้นเมื่อไขมันทั้งตัวลด บวกกับการควบคุมเชิงกรานที่ดีขึ้นจนท่าทางยืนดูดีขึ้น สองอย่างนี้รวมกันทำให้หลายคนรู้สึกว่าก้นเปลี่ยน ทั้งที่มวลกล้ามเนื้อยังเท่าเดิม

เป้าหมายทเวิร์คอย่างเดียวทเวิร์คบวกแรงต้านระยะเวลาที่เห็นผล
เผาผลาญไขมันได้ดี 110 ถึง 200 kcal ต่อ 20 นาทีได้ดีกว่าเล็กน้อย6 ถึง 8 สัปดาห์
ก้นตึงกระชับได้ปานกลางได้ดี4 ถึง 6 สัปดาห์
ก้นใหญ่ขึ้นเห็นทรงแทบไม่ได้ได้จริง12 ถึง 16 สัปดาห์
ความทนทานสะโพกได้ดีมากได้ดีมาก3 ถึง 4 สัปดาห์
ความมั่นใจและอารมณ์ได้ทันทีได้ทันทีสัปดาห์แรก

ถ้าอยากกระชับก้นให้เห็นทรง ต้องเติมอะไร

เติม hip thrust สัปดาห์ละ 2 วัน วันละ 3 ถึง 4 เซ็ต แล้วเพิ่มน้ำหนักทุก 1 ถึง 2 สัปดาห์ ท่านี้ให้แรงตึงกับก้นสูงที่สุดในช่วงที่สะโพกเหยียดสุด ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่จังหวะ bounce ใช้ อ่านวิธีจัดท่าและตำแหน่งบาร์ได้ที่ เทคนิค hip thrust สำหรับก้นและสะโพก และถ้ายังลังเลว่าจะเลือกท่าไหน ลองเทียบกันที่ hip thrust กับสควอทต่างกันยังไง

อยากให้ก้นขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ตึงชั่วคราว

คลาสเต้นให้เหงื่อและความสนุก แต่กล้ามเนื้อต้องการแรงต้านที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดัมบ์เบลคู่เดียววางบนสะโพกก็เริ่ม hip thrust ที่บ้านได้แล้ว ไม่ต้องรอสมัครยิม

ความเป็นมาของการ เต้นทเวิร์ค

ทเวิร์คมีรากจาก Mapouka ของแอฟริกาตะวันตกและวัฒนธรรมบาวน์ซ์ของนิวออร์ลีนส์ ไม่ใช่ท่าเต้นที่เพิ่งถูกคิดขึ้นมาเพื่อโซเชียลมีเดีย

เดิมทีการ เต้นทเวิร์ค มีที่มาจาก “Mapouka” การเต้นเข้าจังหวะเพลงแบบดั้งเดิมจากเมืองนิวออลีน โดยมีศิลปินชาวแอฟริกันอเมริกันอย่าง DJ Jubilee เป็นผู้ปลุกกระแสท่าเต้นพื้นถิ่นให้เป็นที่รู้จักและโด่งดังทั่วโลกในยุค 90 ด้วยชุดซิงเกิ้ลเพลง Do the Jubilee All

แม้ว่าการ เต้นทเวิร์ค จะได้รับเสียงวิจารณ์ว่าเป็นท่าเต้นไม่เหมาะสมในหลายประเทศก็ตาม ทว่าหากมองหยั่งลึกจะพบว่าท่วงท่าเหล่านั้นกลับสะท้อนถึงปรัชญาแห่งเสรีภาพในการแสดงออกของกลุ่มผู้หญิงผิวสีได้อย่างอิสระจนกลายเป็นชื่อ Twerk ที่เรียกอยู่ทุกวัน ซึ่งเกิดจากการกร่อนคำว่า ‘To work’ แปรเปลี่ยนทุกท่วงท่าเคลื่อนไหวให้ผสานกับการเล่นที่มีสีสันแปลกตาโดยเน้นที่การเคลื่อนไหวจากแกนกลางเป็นสำคัญ

จาก Mapouka ถึงคลาสฟิตเนสในกรุงเทพ

Mapouka เป็นการเต้นพื้นเมืองของโกตดิวัวร์ที่ใช้การสั่นสะโพกเป็นแกนหลัก ก่อนจะเดินทางข้ามมหาสมุทรไปผสมกับซีนบาวน์ซ์ของนิวออร์ลีนส์ในยุค 90 แล้วกลายเป็นท่าเต้นที่เรารู้จักทุกวันนี้ จุดที่คนมักมองข้ามคือรากของมันเป็นการเต้นที่ใช้ทักษะ ต้องแยกการเคลื่อนไหวของเชิงกรานออกจากซี่โครงให้ได้ ซึ่งเป็นทักษะเดียวกับที่ครูพิลาทิสเรียกว่า pelvic dissociation

ถ้าแยกเชิงกรานกับซี่โครงไม่ออก ทุกครั้งที่คุณขยับสะโพก ซี่โครงจะขยับตาม ผลคือหลังล่างรับแรงแทน การฝึก พิลาทิส สัปดาห์ละครั้งช่วยเรื่องนี้ได้เร็วกว่าการเต้นซ้ำ ๆ อย่างเดียว

วิธีตั้งท่าทเวิร์คเบื้องต้น

ท่าพื้นฐานคือย่อครึ่ง มือแตะเข่า แล้วสลับกระดกเชิงกรานหน้าหลัง เริ่มช้าให้ถูกก่อน แล้วค่อยเร่งจังหวะตามเพลง

1. คุณสามารถตั้งท่าทเวิร์คพื้นฐานง่าย ๆ เพียงเริ่มตั้งท่ายืนเปิดเท้าขนานกับหัวไหล่ ก่อนงอเข่าพร้อมกับโค้งหลังเล็กน้อยคล้ายท่าสควอซ (Squat) ทว่าใช้มือแตะเข่าเพื่อถ่วงสมดุลร่างกายตั้งอยู่ได้

2. จากนั้นจึงเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็น Bouncing Effect ตามจังหวะเพลงที่เลือกใช้ (ซึ่งสำหรับมือใหม่จะให้ปลอดภัยควรเรียนรู้การทำจากในคลาสเป็นอย่างดีเสียก่อน)

3. หากทำท่าพื้นฐานจนเริ่มชำนาญก็สามารถเพิ่มความท้าทายยิ่งขึ้นด้วยการทำ The Wall Twerking ด้วยท่า Handstand โดยเว้นช่องว่าง 45 องศากับกำแพงและเริ่มขยับสะโพก

Addition

คุณสามารถประยุกต์ใช้ Twerking Dance Exercise แต่ละท่าเข้าคู่กับการออกกำลังกาย Cross Training แบบอื่น เช่น Weight training, Pirates เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญให้ได้ผลสูงสุด

วอร์มอัพสะโพก 6 นาทีก่อนเข้าคลาส คนหลังแอ่นห้ามข้าม

คนที่มีเชิงกรานเอียงไปหน้าอยู่แล้ว หรือที่เรียกกันว่าหลังแอ่น จะเจ็บหลังส่วนล่างเร็วกว่าคนอื่น วอร์มอัพ 6 นาทีนี้ปลดล็อกงอสะโพกและปลุกก้นให้ทำงานก่อนเพลงแรกจะเริ่ม

ถ้าคุณนั่งทำงานวันละ 8 ชั่วโมง กล้ามเนื้องอสะโพกจะสั้นและตึง มันจะดึงเชิงกรานให้กระดกไปข้างหน้าตลอดเวลา พอมาเต้นท่าที่ต้องแอ่นหลังเป็นจังหวะ หลังล่างจะถูกบีบซ้ำ ๆ ในช่วงที่มันแอ่นอยู่แล้ว นั่นคือเหตุผลว่าทำไมบางคนปวดหลังตั้งแต่คลาสแรก ทั้งที่ยังไม่ได้เต้นหนัก

  1. ท่า 90/90 hip switch 60 วินาที นั่งพื้น เข่าสองข้างงอ 90 องศา สลับพลิกสะโพกซ้ายขวาช้า ๆ เพื่อเปิดข้อสะโพกทุกทิศ
  2. Cat-cow 45 วินาที คุกเข่าสี่ขา แอ่นหลังและโก่งหลังสลับกัน ให้เชิงกรานเป็นตัวนำ ไม่ใช่คอ นี่คือการซ้อมจังหวะเต้นแบบช้า
  3. Glute bridge 15 ครั้ง นอนหงาย ดันสะโพกขึ้นค้างบนสุด 2 วินาทีทุกครั้ง เพื่อปลุก gluteus maximus ให้พร้อมทำงาน
  4. World greatest stretch ข้างละ 5 ครั้ง ก้าวขาหน้าเป็นท่าลันจ์ลึก แล้วบิดลำตัวเปิดอก คลายงอสะโพกที่ตึงจากการนั่ง
  5. Hip circle ยืนมือเท้าเอว หมุนสะโพกเป็นวงกลม 20 รอบ สลับสองทิศ ให้ซี่โครงนิ่งที่สุด
  6. Shallow dip กับ basic hip roll 60 วินาที ย่อครึ่งแล้วซ้อมจังหวะช้า ๆ ที่ความเร็วครึ่งเดียวของเพลงจริง

วอร์มอัพบนพื้นแข็งคือการทำร้ายเข่าและกระดูกก้นกบโดยไม่จำเป็น เสื่อรองพื้นและแผ่นรองออกกำลังกาย หนา 8 ถึง 10 มิลลิเมตรช่วยรับแรงกดตอนคุกเข่าและตอนลงพื้นได้จริง

ทดสอบง่าย ๆ ว่าคุณหลังแอ่นหรือไม่

ยืนพิงกำแพงให้ส้นเท้า ก้น และสะบักแตะผนัง แล้วสอดมือเข้าไปที่ช่องว่างตรงเอว ถ้าสอดได้แค่ฝ่ามือแบน ๆ ถือว่าปกติ ถ้าสอดได้ทั้งกำปั้นหรือมากกว่านั้น แปลว่าเชิงกรานเอียงไปหน้ามาก คุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงปวดหลังล่างจากการเต้นแบบนี้ ให้เพิ่มท่าคุมแกนกลางและยืดงอสะโพกก่อนทุกครั้ง

เต้นทเวิร์ค 20 นาทีเผาผลาญกี่แคลอรี่ ดูตามน้ำหนักตัว

เต้น 20 นาทีเผาผลาญราว 79 ถึง 252 แคลอรี่ ขึ้นกับน้ำหนักตัวและความเข้มข้น คนหนัก 55 กิโลกรัมที่เต้นระดับปานกลางจะได้ประมาณ 135 แคลอรี่

ตัวเลขนี้คำนวณจากค่า MET ซึ่งเป็นหน่วยวัดความหนักของกิจกรรม การเต้นแอโรบิกจังหวะเร็วอยู่ที่ราว 7 MET ส่วนคลาสเต้นแบบนี้ที่มีทั้งจังหวะช้าและช่วงระเบิดแรงจะแกว่งอยู่ระหว่าง 5 ถึง 9 MET สูตรคือ แคลอรี่ต่อนาที เท่ากับ MET คูณ 3.5 คูณน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม แล้วหารด้วย 200

น้ำหนักตัวเบา 5 MET 20 นาทีปานกลาง 7 MET 20 นาทีหนัก 9 MET 20 นาที
45 กก.79 kcal110 kcal142 kcal
50 กก.88 kcal123 kcal158 kcal
55 กก.96 kcal135 kcal173 kcal
60 กก.105 kcal147 kcal189 kcal
70 กก.123 kcal172 kcal221 kcal
80 กก.140 kcal196 kcal252 kcal

ตัวเลข 500 แคลอรี่ต่อชั่วโมงที่คนชอบพูดถึงกันเป็นตัวเลขของคนน้ำหนักราว 70 กิโลกรัมที่เต้นระดับหนักต่อเนื่องเต็มชั่วโมงจริง ๆ ซึ่งในคลาสจริงแทบไม่มีใครทำได้ เพราะมีช่วงพัก ช่วงสอนท่า และช่วงดื่มน้ำ ให้ตั้งความคาดหวังไว้ที่ 300 ถึง 400 แคลอรี่ต่อคลาสหนึ่งชั่วโมงจะใกล้ความจริงกว่า

โซนหัวใจที่ควรอยู่ระหว่างเต้น

ถ้าอยากใช้มันแทนคาร์ดิโอ ให้จับชีพจรให้อยู่โซน 2 ถึงโซน 3 เป็นหลัก คือประมาณ 60 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด ส่วนช่วงระเบิดแรงสั้น ๆ ที่ขึ้นไปโซน 4 ควรมีแค่ 2 ถึง 3 ช่วงต่อคลาส ไม่ใช่ทั้งคลาส

อายุHR สูงสุดโดยประมาณโซน 2 คือ 60 ถึง 70%โซน 3 คือ 70 ถึง 80%โซน 4 คือ 80 ถึง 90%
25 ปี195117 ถึง 137137 ถึง 156156 ถึง 176
30 ปี190114 ถึง 133133 ถึง 152152 ถึง 171
40 ปี180108 ถึง 126126 ถึง 144144 ถึง 162
50 ปี170102 ถึง 119119 ถึง 136136 ถึง 153

อยากเข้าใจว่าแต่ละโซนให้ผลต่างกันยังไง อ่านต่อที่ คู่มือโซนอัตราการเต้นหัวใจ แล้วเทียบกับรูปแบบคาร์ดิโออื่นได้ที่ คู่มือคาร์ดิโอฉบับเต็ม

ตารางเผาผลาญแคลอรี่จากการ เต้นทเวิร์ค 20 นาทีตามน้ำหนักตัว

ตาราง 4 สัปดาห์ ผสมทเวิร์คกับ hip thrust ถ้าอยากก้นขึ้นจริง

ใช้คลาสเต้นเป็นคาร์ดิโอ 3 วันต่อสัปดาห์ และใส่ hip thrust เป็นตัวสร้างกล้ามเนื้ออีก 2 วัน โดยเพิ่มน้ำหนักทุกสัปดาห์ นี่คือส่วนที่คลาสเต้นอย่างเดียวให้ไม่ได้

หลักการมีข้อเดียวคือ progressive overload กล้ามเนื้อจะโตก็ต่อเมื่อเจอแรงต้านที่มากกว่าเดิม ตารางนี้เว้นวันพักระหว่างวันเวทเสมอ เพราะก้นต้องการเวลาซ่อมตัวราว 48 ชั่วโมง และคุณจะเต้นได้ดีขึ้นถ้าไม่ลงคลาสด้วยขาที่ยังล้าจากเมื่อวาน

สัปดาห์จันทร์พุธศุกร์เสาร์
1เต้น 20 นาที โซน 2Hip thrust น้ำหนักตัว 3x15 และ glute bridge 3x20เต้น 20 นาทีHip thrust ดัมบ์เบล 6 ถึง 8 กก. 3x12
2เต้น 25 นาที โซน 2 ถึง 3Hip thrust ดัมบ์เบล 8 ถึง 10 กก. 3x12เต้น 25 นาทีHip thrust 10 ถึง 12 กก. 4x10 และแพลงก์ 3x40 วินาที
3เต้น 25 นาที มีช่วงระเบิด 3 รอบHip thrust 12 ถึง 16 กก. 4x10เต้น 25 นาทีHip thrust 14 ถึง 18 กก. 4x8 และ single leg glute bridge 3x12
4เต้น 30 นาทีHip thrust 16 ถึง 20 กก. 4x8เต้น 30 นาทีทดสอบซ้ำ วัดรอบสะโพกและถ่ายรูปเทียบ

ถ้าไม่มีอุปกรณ์เลยต้องทำยังไง

เริ่มจากน้ำหนักตัวก่อนได้ แต่ต้องเพิ่มความยากด้วยวิธีอื่นแทนน้ำหนัก เช่น เปลี่ยนเป็นทำขาเดียว ค้างบนสุดนานขึ้น หรือลดความเร็วขาลงให้ช้าลงเป็น 4 วินาที ท่าฝึกด้วยน้ำหนักตัวที่ใช้ได้จริงรวมไว้ที่ เทรนน้ำหนักตัวสำหรับผู้หญิงแบบไม่ใช้อุปกรณ์ และถ้าพร้อมลงทุนเพิ่ม อุปกรณ์บอดี้เวท อย่างยางยืดแรงต้านเป็นตัวเลือกที่คุ้มที่สุดสำหรับก้น

กติกาเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ได้จริง

  • ถ้าเซ็ตสุดท้ายยังทำเกินเป้า 2 ครั้งขึ้นไปแบบสบาย ให้เพิ่มน้ำหนัก 2 กิโลกรัมในสัปดาห์ถัดไป
  • ถ้าฟอร์มเริ่มพัง หลังเริ่มแอ่นเพื่อดันน้ำหนักขึ้น ให้ลดลงหนึ่งขั้นแล้วอยู่ตรงนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์
  • บันทึกน้ำหนักและจำนวนครั้งทุกครั้ง ถ้าไม่จด คุณจะไม่รู้ว่าตัวเองหยุดพัฒนาไปตั้งแต่สัปดาห์ไหน

อยากได้ตารางที่ปรับตามร่างกายคุณ

น้ำหนักเริ่มต้นที่เหมาะกับคนหลังแอ่นกับคนหลังตรงไม่เหมือนกัน ทีมงานช่วยดูให้ได้ว่าควรเริ่มที่กี่กิโลกรัม และควรเลือกอุปกรณ์ตัวไหนก่อน

Tips สำหรับการเต้นทเวิร์ก

วอร์มอัพ คุมแกนกลาง ลงพื้นเบา ฟังร่างกาย และดื่มน้ำ ห้าข้อนี้คือสิ่งที่กันการบาดเจ็บได้มากที่สุดในคลาสเต้น

แม้การ เต้นทเวิร์ค จะรวมข้อดีไว้หลากหลาย ทว่ากลับมีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ต้องระวัง ซึ่งเราได้รวมทริปง่าย ๆ สำหรับป้องกันสิ่งไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างออกกำลังกาย เพียงเริ่มจาก

  • Warm-up: ใช้เวลาราว 5 – 10 นาทีสำหรับบริหารกล้ามเนื้อด้วยท่วงท่า Dynamic Stretching ควบคู่กับท่ายืดส่วนสะโพกก่อนเข้าสู่การ เต้นทเวิร์ค แบบเข้มข้นเต็มตัว อย่างไรก็ตาม สำหรับมือใหม่ควรเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยท่า Basic Hip roll หรือ Shallow Dip ก่อนเพื่อปรับสภาพร่างกายให้คุ้นชิน
  • Activate the core: เน้นโฟกัสกล้ามเนื้อส่วนแกนกลางลำตัวเพื่อช่วยรักษาหลัง ไหล่ คอให้มั่นคงเพื่อลดภาระตามข้อต่อระหว่างตั้งท่าสควอซและทำ bouncing
  • Land Softly: ควบคุมท่วงท่าเคลื่อนไหวให้แตะพื้นเสมือนร่างกายมีน้ำหนักมากกว่าทิ้งน้ำหนักลงกระแทกทั้งส่วนร่างเพราะอาจมีผลถึงข้อต่อ อย่างไรก็ตาม การสวมสนับเข่าขณะ เต้นทเวิร์ค มีส่วนช่วยลดทอนแรงกระแทกขณะทำจนคุณหมดกังวลแม้เวลาเผลอ
  • Listen to the body: ฟังเสียงและรับรู้สัญญาณเตือนของร่างกายทั้งในรูปแบบของความเจ็บ และอาการอ่อนล้าทั้งจากกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นหรือบริเวณตามกระดูกข้อต่อ หากเกิดภาวะดังกล่าวควรหยุดทำไว้เท่านี้เพื่อรักษาอาการเจ็บ
  • Stay hydrated: เนื่องจากการทำ Twerking Dance จัดเป็นกิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก จึงเป็นเหงื่อออกมากจนอ่อนเพลียเพราะขาดน้ำ ดังนั้นการพักเบรกเพื่อดื่มน้ำในช่วงเวลาสั้นช่วยเติมความสดชื่นให้ร่างกายสามารถดำเนินคลาสได้ครบเวลา

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย 6 ข้อ และวิธีแก้ฉบับโค้ช

ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่งคือใช้หลังแอ่นแทนก้นดัน อันดับสองคือ bounce จากเข่าแทนสะโพก ทั้งสองข้อทำให้เจ็บและทำให้ก้นไม่ได้ทำงานจริง

1. แอ่นหลังแทนการใช้ก้น

อาการคือปวดหลังล่างหลังคลาสทุกครั้ง วิธีแก้คือลดช่วงแอ่นลงครึ่งหนึ่ง แล้วโฟกัสจังหวะเก็บก้นแทน คิดว่าเป็นการบีบก้นดันเชิงกรานไปข้างหน้า ไม่ใช่การแอ่นหลังไปข้างหลัง

2. bounce จากเข่า ไม่ใช่จากสะโพก

ถ้าเข่าเด้งขึ้นลงตามจังหวะจนต้นขาแสบมากกว่าก้นทุกครั้ง แปลว่าคุณกำลังย่อและยืดเข่าซ้ำ ๆ แทนที่จะกระดกเชิงกราน วิธีแก้คือค้างมุมเข่าไว้นิ่ง ๆ ที่ประมาณ 45 องศาแล้วขยับเฉพาะเชิงกราน ลองทำหน้ากระจกด้านข้างจะเห็นชัด

3. ซี่โครงบานตามเชิงกราน

เมื่อแกนกลางไม่ทำงาน ซี่โครงจะเปิดตามทุกครั้งที่แอ่นเชิงกราน ผลคือแรงวิ่งไปลงหลังล่างเต็ม ๆ ให้หายใจออกและกดซี่โครงลงเบา ๆ ค้างความรู้สึกนั้นไว้ตลอดท่อน นี่คือทักษะเดียวกับที่ใช้ตอนเล่นแพลงก์

4. ข้ามวอร์มอัพเพราะคิดว่าเต้นเบา

การเต้นดูสนุกจนหลายคนลืมว่ามันคือการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ที่ข้อสะโพกหลายร้อยครั้งต่อคลาส ข้อสะโพกที่ยังเย็นและงอสะโพกที่ยังตึงคือสูตรสำเร็จของอาการเจ็บ ใช้เวลา 6 นาทีวอร์มก่อนเสมอ

5. เต้นบนพื้นกระเบื้องแข็ง

แรงกระแทกจากจังหวะ bounce และท่าลงพื้นส่งขึ้นเข่าและกระดูกก้นกบเต็มที่บนพื้นแข็ง ถ้าเต้นที่บ้าน ให้ปูเสื่อรองอย่างน้อย 8 มิลลิเมตร และใส่รองเท้าที่มีพื้นรองรับ ไม่ใช่เต้นเท้าเปล่าบนกระเบื้อง

6. เร่งความเร็วก่อนที่จะทำท่าให้ถูก

มือใหม่มักพยายามตามจังหวะเพลงตั้งแต่วันแรก ผลคือฟอร์มพังและได้แค่เหวี่ยง ให้ซ้อมที่ครึ่งความเร็วจนแยกเชิงกรานกับซี่โครงได้ก่อน แล้วค่อยเพิ่มความเร็ว โดยทั่วไปใช้เวลาราว 2 ถึง 3 สัปดาห์

ข้อผิดพลาดของการ เต้นทเวิร์ค ที่ทำให้ปวดหลังส่วนล่าง

ใครควรเลี่ยงหรือปรับท่าให้เบาลงก่อนเริ่ม

คนที่มีปัญหาหมอนรองกระดูกเอว กระดูกสันหลังเคลื่อน หรือเพิ่งคลอดไม่ถึง 6 สัปดาห์ ควรปรับท่าหรือเลี่ยงจังหวะแอ่นหลังลึก

  • หมอนรองกระดูกเอวเคลื่อนหรือกดทับเส้นประสาท จังหวะแอ่นหลังซ้ำ ๆ เพิ่มแรงกดที่ด้านหลังของหมอนรอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนและเริ่มจากช่วงการเคลื่อนไหวแคบ ๆ เท่านั้น
  • กระดูกสันหลังเคลื่อน หรือ spondylolisthesis กลุ่มนี้ควรเลี่ยงการแอ่นหลังลึกทุกรูปแบบ
  • ตั้งครรภ์ไตรมาสสองขึ้นไป ข้อต่อหลวมจากฮอร์โมน relaxin ทำให้เชิงกรานไม่มั่นคง ควรเลี่ยงจังหวะกระแทก
  • หลังคลอดไม่ถึง 6 สัปดาห์ หรือมีภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก ให้ฟื้นฟูแกนกลางก่อนแล้วค่อยกลับมาเต้น
  • ข้อเข่าเสื่อมระยะปานกลางขึ้นไป ท่าย่อค้างนาน ๆ เพิ่มแรงกดที่ลูกสะบ้า ให้ลดความลึกของท่าย่อลงครึ่งหนึ่ง
  • ปวดข้อต่อเชิงกรานด้านหลัง หรือ sacroiliac joint pain มักแย่ลงกับการขยับเชิงกรานเร็ว ๆ ควรฝึกความมั่นคงก่อน

ไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มไหน ให้ทดสอบง่าย ๆ ก่อน ทำท่าย่อครึ่งแล้วกระดกเชิงกรานช้า ๆ 10 ครั้ง ถ้ามีอาการเจ็บแปลบ ชา หรือร้าวลงขา ให้หยุดทันทีและปรึกษาแพทย์ อย่าฝืนเต้นให้จบเพลง

วัดผลยังไงว่าได้ผลจริง ไม่ใช่แค่เหนื่อย

อย่าวัดจากน้ำหนักบนตาชั่งอย่างเดียว ให้ดูรอบสะโพก เวลาที่ค้าง glute bridge ได้ และภาพถ่ายด้านข้างทุก 2 สัปดาห์

น้ำหนักตัวขยับขึ้นลงได้วันละ 1 ถึง 2 กิโลกรัมจากน้ำและอาหารในลำไส้ ถ้าใช้ตัวเลขนั้นตัดสินใจ คุณจะเลิกกลางทาง ตัวชี้วัดที่ตอบสนองต่อการฝึกจริงมีอยู่ไม่กี่ตัว และทุกตัววัดเองที่บ้านได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือแพง

ตัวชี้วัดวิธีวัดความถี่เกณฑ์ว่าดีขึ้น
รอบสะโพกวัดที่จุดกว้างที่สุด ยืนเท้าชิด ตอนเช้าก่อนอาหารทุก 2 สัปดาห์เพิ่ม 0.5 ถึง 1 ซม. ขณะรอบเอวคงที่หรือลดลง
Glute bridge holdค้างท่าสะพานสองขาให้นานที่สุด จับเวลาทุก 4 สัปดาห์จาก 45 วินาที เป็น 90 วินาทีขึ้นไป
น้ำหนัก hip thrustน้ำหนักที่ทำได้ 8 ครั้งด้วยฟอร์มดีทุกสัปดาห์เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 กก. ทุก 2 สัปดาห์
ภาพถ่ายด้านข้างมุมเดิม แสงเดิม เสื้อผ้าเดิม เวลาเดิมทุก 2 สัปดาห์เห็นความต่างชัดที่สัปดาห์ 8
ชีพจรขณะพักวัดตอนตื่นก่อนลุกจากเตียงทุกสัปดาห์ลดลง 3 ถึง 8 ครั้งต่อนาทีใน 6 สัปดาห์

จดบันทึกยังไงให้ใช้เวลาไม่เกิน 1 นาทีต่อวัน

เปิดโน้ตในมือถือแล้วจดสามบรรทัดพอ วันนี้ทำอะไร กี่นาทีหรือกี่กิโลกรัม และร่างกายรู้สึกยังไงจากหนึ่งถึงสิบ แค่นี้พอให้ย้อนดูได้ว่าสัปดาห์ไหนที่คุณหยุดเพิ่มน้ำหนัก หรือสัปดาห์ไหนที่นอนน้อยจนซ้อมได้แย่ลง ข้อมูลสามบรรทัดนี้มีค่ากว่าแอปวัดแคลอรี่ที่คุณจะเลิกใช้ในสองสัปดาห์

ทำไมรอบสะโพกเพิ่มขึ้นถึงเป็นเรื่องดี

คนส่วนใหญ่ตกใจเมื่อเห็นรอบสะโพกเพิ่ม แต่ถ้ารอบเอวคงที่หรือลดลงในเวลาเดียวกัน แปลว่ากล้ามเนื้อก้นโตขึ้นขณะที่ไขมันลด นั่นคือทรงที่คนอยากได้จริง ๆ ตัวเลขที่ควรจับตาคืออัตราส่วนเอวต่อสะโพก ไม่ใช่รอบสะโพกเดี่ยว ๆ

อุปกรณ์ที่ทำให้ซ้อมที่บ้านได้ผลกว่าเดิม

ของที่จำเป็นจริงมีแค่ 3 อย่าง เสื่อรองที่หนาพอ ดัมบ์เบลหรือยางยืดสำหรับวันเวท และรองเท้าพื้นรองรับ ที่เหลือคือของแถม

อุปกรณ์ช่วยเรื่องอะไรสเปกที่ควรเลือกจำเป็นแค่ไหน
เสื่อและแผ่นรองพื้นลดแรงกระแทกที่เข่าและก้นกบหนา 8 ถึง 12 มม. กันลื่นจำเป็นถ้าเต้นที่บ้าน
ดัมบ์เบลใช้ทำ hip thrust เพิ่มแรงต้านเริ่มที่ 6 ถึง 10 กก. ต่อข้างจำเป็นถ้าอยากให้ก้นขึ้น
ยางยืดแรงต้านปลุก gluteus medius ก่อนเต้นแบบผ้ารัดเหนือเข่าควรมี
สนับเข่ารองรับตอนลงพื้นและท่าคุกเข่าแบบโฟมหนาควรมีถ้าเต้นท่าลงพื้น
นาฬิกาวัดชีพจรคุมโซนหัวใจให้อยู่ในเป้าแบบสายรัดข้อมือก็พอมีก็ดี

ถ้าจะเลือกซื้อแค่ชิ้นเดียว ให้เลือกดัมบ์เบล เพราะเป็นชิ้นเดียวที่เปลี่ยนผลลัพธ์เรื่องทรงก้นได้จริง เสื่อรองมีผลกับความสบายและการกันบาดเจ็บ แต่ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อโต ส่วนอุปกรณ์คาร์ดิโออื่น ๆ ดูเทียบกันได้ที่ อุปกรณ์คาร์ดิโอ

เต้นที่บ้านบนพื้นกระเบื้องคือทางลัดสู่อาการเจ็บเข่า

แผ่นรองที่หนาพอเปลี่ยนคลาสที่บ้านให้ปลอดภัยขึ้นทันที รับแรงกระแทกจากจังหวะ bounce และท่าลงพื้นได้จริง ราคาถูกกว่าค่าหมอรอบเดียว

เทียบกับคลาสเต้นออกกำลังกายแบบอื่น เลือกอันไหนดี

ถ้าเป้าหมายคือสะโพกและก้น คลาสนี้ตรงเป้าที่สุดในบรรดาคลาสเต้น แต่ถ้าอยากได้แคลอรี่รวมสูงสุดต่อชั่วโมง ซุมบ้าหรือแอโรบิกจังหวะเร็วยังกินขาด

คลาสเต้นแต่ละแบบไม่ได้แข่งกันตรง ๆ เพราะออกแบบมาคนละเป้าหมาย ตารางนี้เทียบสี่อย่างที่คนเลือกกันบ่อยที่สุด โดยดูจากกล้ามเนื้อหลักที่ได้ ความหนักโดยเฉลี่ย และความยากสำหรับมือใหม่

คลาสกล้ามเนื้อหลักที่ได้ความหนักเฉลี่ยความยากสำหรับมือใหม่เหมาะกับใคร
ทเวิร์คก้น สะโพก แกนกลาง ต้นขาหน้า5 ถึง 9 METปานกลาง ต้องแยกเชิงกรานให้ได้ก่อนคนอยากโฟกัสสะโพกและความมั่นใจ
ซุมบ้าทั้งตัว เน้นขาและหัวใจ6 ถึง 9 METง่าย ตามครูได้เลยคนอยากเผาผลาญรวมและสนุกเป็นกลุ่ม
ฮิปฮอปแดนซ์ทั้งตัว เน้นความคล่องตัว5 ถึง 8 METยาก ต้องจำท่อนคนอยากได้ทักษะการเต้นจริงจัง
แอโรบิกจังหวะเร็วขา หัวใจ ปอด7 ถึง 10 METง่ายที่สุดคนอยากได้คาร์ดิโอล้วน ๆ

ข้อสรุปเกี่ยวกับ Twerking dance ที่ใช้ตัดสินใจได้เร็วที่สุดคือ ถ้าอยากได้ก้นและสะโพก ให้เลือกคลาสที่โฟกัสสะโพกตรง ๆ แล้วเสริมเวทวันเว้นวัน ถ้าอยากได้เหงื่อและแคลอรี่รวม เลือกคลาสที่จังหวะเร็วและใช้ทั้งตัว จะได้ผลตามเป้าเร็วกว่าการเลือกตามความนิยม

เพลงและ BPM ที่ควรใช้

จังหวะเพลงมีผลกับความหนักมากกว่าที่คิด เพราะจำนวนครั้งของ hip roll ต่อนาทีผูกกับ BPM ตรง ๆ ถ้าเพลงเร็วเกินไปในช่วงที่ยังคุมฟอร์มไม่ได้ คุณจะเหวี่ยงสะโพกด้วยแรงเฉื่อยแทนการใช้กล้ามเนื้อ

  • มือใหม่ 80 ถึง 95 BPM ซ้อมแยกเชิงกรานกับซี่โครง เน้นความถูกต้อง ไม่ต้องรีบ
  • ระดับกลาง 95 ถึง 110 BPM เริ่มต่อท่อนได้ ยังคุมการเก็บก้นได้ทุกครั้ง
  • ระดับที่ใช้เผาผลาญจริง 110 ถึง 125 BPM เป็นช่วงที่ชีพจรขึ้นโซน 3 ได้ต่อเนื่อง
  • ช่วงระเบิดแรง 125 BPM ขึ้นไป ใช้แค่ 30 ถึง 60 วินาทีต่อรอบ ไม่เกิน 3 รอบต่อคลาส

เทียบคลาสเต้นออกกำลังกายแบบต่าง ๆ กับการ เต้นทเวิร์ค

30 วันแรกของมือใหม่ ควรคาดหวังอะไรได้บ้าง

สัปดาห์แรกจะปวดต้นขาหน้ามากกว่าก้น สัปดาห์ที่สองความคุมสะโพกจะดีขึ้นชัด และสัปดาห์ที่สี่คือจุดที่รอบสะโพกเริ่มขยับ

การรู้ล่วงหน้าว่าร่างกายจะตอบสนองยังไงช่วยลดโอกาสเลิกกลางทางได้มาก คนส่วนใหญ่เลิกในสัปดาห์ที่สองเพราะคิดว่าไม่ได้ผล ทั้งที่การเปลี่ยนแปลงในช่วงนั้นเกิดที่ระบบประสาทก่อน ยังไม่ใช่ที่รูปร่าง

  1. สัปดาห์ที่ 1 ต้นขาหน้าจะแสบและล้าที่สุด เพราะต้องค้างท่าย่อครึ่งตลอดเพลง ให้เต้น 20 นาที 3 วัน และห้ามข้ามวอร์มอัพ
  2. สัปดาห์ที่ 2 เริ่มแยกเชิงกรานกับซี่โครงได้ อาการปวดหลังล่างควรลดลง ถ้ายังปวดเท่าเดิม แปลว่ายังใช้หลังแทนก้นอยู่
  3. สัปดาห์ที่ 3 ความทนทานดีขึ้น เต้นต่อเนื่อง 25 นาทีโดยไม่หอบ เริ่มเพิ่มน้ำหนักในวัน hip thrust ได้
  4. สัปดาห์ที่ 4 วัดรอบสะโพกและถ่ายรูปเทียบ ถ้ารอบเอวลดและรอบสะโพกคงที่หรือเพิ่มเล็กน้อย แปลว่ามาถูกทาง

อาการปวดกล้ามเนื้อแบบ DOMS ที่มาช้า 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังคลาสแรกเป็นเรื่องปกติและจะหายไปเองใน 3 ถึง 5 วัน แต่ถ้าเจ็บแปลบตอนขยับ เจ็บเฉพาะจุดที่ข้อ หรือมีอาการชา นั่นไม่ใช่ DOMS ให้หยุดและตรวจ

จัดคลาส 45 นาทีของตัวเองที่บ้าน ทีละช่วง

โครงคลาสที่ใช้ได้จริงคือ วอร์มอัพ 6 นาที ซ้อมท่าช้า 8 นาที เต้นต่อเนื่อง 20 นาที ช่วงระเบิดแรง 5 นาที และคูลดาวน์ 6 นาที

คนที่เต้นเองที่บ้านมักทำผิดสองอย่าง คือกระโดดเข้าเพลงเร็วตั้งแต่นาทีแรก และเลิกทันทีที่เพลงจบโดยไม่คูลดาวน์ โครงด้านล่างแก้ทั้งสองข้อ และคุมให้ชีพจรอยู่ในโซนที่ต้องการจริง ๆ ไม่ใช่พุ่งขึ้นลงแบบสุ่ม

ช่วงเวลาทำอะไรโซนหัวใจเป้าหมาย
วอร์มอัพ6 นาที90/90 hip switch, cat-cow, glute bridge, ยืดงอสะโพกโซน 1
ซ้อมท่าช้า8 นาทีbasic hip roll และ shallow dip ที่ครึ่งความเร็วเพลงโซน 1 ถึง 2
เต้นต่อเนื่อง20 นาทีต่อท่อนตามเพลง 95 ถึง 110 BPM ไม่หยุดยาวโซน 2 ถึง 3
ช่วงระเบิดแรง5 นาทีเต้นเต็มแรง 40 วินาที พัก 40 วินาที ทำ 3 ถึง 4 รอบโซน 4
คูลดาวน์6 นาทีเดินช้า ยืดก้น ยืดต้นขาหน้า หายใจลึกโซน 1

สัปดาห์แรกให้ตัดช่วงระเบิดแรงออกไปก่อน เหลือแค่สี่ช่วง เพราะร่างกายยังไม่คุ้นกับจังหวะกระแทกซ้ำ ๆ พอเข้าสัปดาห์ที่สามที่คุมฟอร์มได้แล้วค่อยเติมกลับเข้ามา จะได้ทั้งความปลอดภัยและผลลัพธ์

เช็กลิสต์ก่อนกดเพลงแรก

  • พื้นที่ว่างอย่างน้อย 2 คูณ 2 เมตร ไม่มีของมีคมหรือมุมโต๊ะอยู่ในระยะเหวี่ยงสะโพก
  • ปูเสื่อรองที่หนาพอ ถ้าพื้นเป็นกระเบื้องหรือปูนขัด อย่าเต้นเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง
  • ตั้งกล้องมือถือด้านข้าง ถ่ายไว้ 30 วินาทีทุกสัปดาห์ เพื่อดูว่าหลังแอ่นเกินหรือเปล่า
  • เตรียมน้ำไว้ข้างตัว จิบทุก 10 นาที ไม่ต้องรอจนกระหาย

สรุปเกี่ยวกับ Twerking dance

ทเวิร์คสนุก เผาผลาญได้ดี และคืนความมั่นใจ แต่ถ้าเป้าหมายคือทรงก้นที่เปลี่ยนไป ต้องมีแรงต้านเข้ามาเสริมเสมอ

การเต้นทเวิร์ก ทเวิร์กเป็นการออกกำลังกายที่สนุกสนานและมีประโยชน์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเผาผลาญแคลอรี่ กระชับกล้ามเนื้อ และเพิ่มความมั่นใจ ลองเต้นทเวิร์กดูสิ คุณอาจจะชอบมัน!

สรุปเกี่ยวกับ Twerking dance ให้สั้นที่สุด ใช้การ เต้นทเวิร์ค เป็นคาร์ดิโอที่คุณอยากทำต่อจริง ๆ สัปดาห์ละ 3 วัน แล้วเติม hip thrust อีก 2 วันสำหรับคนที่อยากได้ทรง วัดผลด้วยรอบสะโพกและน้ำหนักที่ยกได้ ไม่ใช่ตัวเลขบนตาชั่ง แค่นี้ก็ได้ทั้งความสนุกและผลลัพธ์ในตารางเดียวกัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Twerking dance

รวมคำถามที่คนถามบ่อยที่สุดเกี่ยวกับการ เต้นทเวิร์ค ตอบตรงจากมุมโค้ช ไม่อ้อม

ทเวิร์คทำให้ก้นใหญ่ขึ้นจริงไหม

ไม่ ถ้าเต้นอย่างเดียว แรงต้านจากน้ำหนักตัวในท่าทเวิร์คอยู่ราว 20 ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ของแรงสูงสุดของกล้ามเนื้อก้น ซึ่งต่ำกว่าระดับที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อโต สิ่งที่ได้คือก้นตึงขึ้นและไขมันรอบตัวลดลง ถ้าอยากให้ก้นใหญ่ขึ้นจริงต้องเพิ่ม hip thrust หรือสควอทที่มีน้ำหนัก สัปดาห์ละ 2 วัน

เต้นทเวิร์ค กี่นาทีต่อวันถึงจะเห็นผล

เริ่มที่ 20 นาที 3 วันต่อสัปดาห์ก็พอสำหรับ 4 สัปดาห์แรก แล้วค่อยขยับขึ้นเป็น 30 นาที ความต่อเนื่องสำคัญกว่าความยาว คนที่เต้น 20 นาทีสามวันจนครบ 8 สัปดาห์ได้ผลดีกว่าคนที่เต้นวันละชั่วโมงแล้วเลิกในสัปดาห์ที่สอง

เต้นแล้วปวดหลังส่วนล่างทุกครั้ง แก้ยังไง

สาเหตุเกือบทั้งหมดคือแอ่นหลังแทนการใช้ก้น ให้ลดช่วงแอ่นลงครึ่งหนึ่ง โฟกัสจังหวะบีบก้นดันเชิงกรานไปข้างหน้า และเพิ่มวอร์มอัพยืดงอสะโพก 6 นาทีก่อนทุกครั้ง ถ้าปวดร้าวลงขาให้หยุดและไปพบแพทย์

มือใหม่ที่ไม่เคยเต้นเลยเริ่มยังไง

เริ่มจาก basic hip roll ที่ครึ่งความเร็วของเพลง หน้ากระจกด้านข้าง ทำวันละ 5 นาทีจนแยกการขยับเชิงกรานออกจากซี่โครงได้ ปกติใช้เวลา 2 ถึง 3 สัปดาห์ แล้วค่อยเข้าเพลงเต็มจังหวะ

เต้นแบบนี้เผาผลาญมากกว่าวิ่งไหม

ไม่มากกว่า การวิ่งที่ความเร็ว 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่ราว 8 MET ส่วนคลาสเต้นแกว่งอยู่ 5 ถึง 9 MET แต่มีช่วงพักและช่วงสอนท่าแทรก แคลอรี่รวมต่อชั่วโมงจึงมักน้อยกว่าการวิ่งต่อเนื่อง ข้อได้เปรียบของมันคือคนทำต่อได้นานกว่าเพราะสนุกกว่า

คนตั้งครรภ์เต้นได้ไหม

ไตรมาสแรกที่ยังไม่มีอาการและได้รับอนุญาตจากแพทย์อาจทำแบบเบา ๆ ได้ แต่ตั้งแต่ไตรมาสสองเป็นต้นไปควรเลี่ยง เพราะฮอร์โมน relaxin ทำให้ข้อต่อเชิงกรานหลวมและจังหวะกระแทกเพิ่มความเสี่ยง ให้เปลี่ยนไปเดินหรือว่ายน้ำแทน

ต้องใส่รองเท้าเต้นไหม หรือเท้าเปล่าได้

ถ้าเต้นบนพื้นไม้หรือพื้นเสื่อที่มีแรงรองรับ เท้าเปล่าทำได้และช่วยให้รับรู้แรงกดที่เท้าดีกว่า แต่ถ้าเต้นบนกระเบื้องหรือปูน ให้ใส่รองเท้าที่มีพื้นรองรับแรงกระแทก ไม่งั้นเข่ากับข้อเท้าจะรับเต็ม ๆ

ผู้ชายเต้นได้ไหม

ได้และได้ประโยชน์เท่ากัน กล้ามเนื้อก้นและแกนกลางไม่ได้แยกเพศ ผู้ชายที่นั่งทำงานนานจนสะโพกตึงมักได้ประโยชน์เรื่องความคล่องตัวของสะโพกชัดเจน อุปสรรคเดียวมักเป็นเรื่องความเขินในคลาส ไม่ใช่เรื่องร่างกาย

เต้นแล้วช่วยลดพุงได้ไหม

ช่วยทางอ้อม การเผาผลาญโดยรวมทำให้ไขมันทั้งตัวลดรวมถึงหน้าท้อง แต่ไม่มีการออกกำลังกายชนิดใดที่เลือกลดไขมันเฉพาะจุดได้ ถ้าเป้าหมายคือพุง ให้คุมอาหารควบคู่และเพิ่มท่าคุมแกนกลางเข้าไปในตาราง

ต้องเข้าคลาสไหม หรือเรียนจากคลิปเองได้

เรียนเองจากคลิปได้ถ้าตั้งกล้องด้านข้างดูฟอร์มตัวเองเป็นระยะ จุดที่คลาสได้เปรียบคือมีคนบอกว่าคุณกำลังแอ่นหลังอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นในตัวเอง ถ้าเต้นแล้วปวดหลังซ้ำ ๆ ลงคลาสสักสองสามครั้งจะประหยัดเวลากว่ามาก

เต้นตอนมีประจำเดือนได้ไหม

ได้ ถ้าไม่มีอาการปวดรุนแรง งานวิจัยด้านการออกกำลังกายในผู้หญิงชี้ว่าการเคลื่อนไหวระดับปานกลางช่วยลดอาการปวดท้องน้อยได้ในหลายคน ให้ลดความหนักลงหนึ่งขั้น ตัดช่วงระเบิดแรงออก แล้วดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ ถ้าปวดมากให้พักโดยไม่ต้องรู้สึกผิด

เต้นทุกวันได้ไหม หรือต้องเว้นวัน

เต้นทุกวันได้ถ้าคุมความหนักให้อยู่โซน 2 เป็นหลัก แต่ถ้ามีวันที่เต้นหนักถึงโซน 4 ควรเว้นอย่างน้อยหนึ่งวันให้ก้นและต้นขาซ่อมตัว ตารางที่คนส่วนใหญ่ทำต่อได้จริงคือ 3 วันเต้น 2 วันเวท และพัก 2 วัน

ต้องผอมก่อนถึงจะเต้นได้ไหม

ไม่ต้อง ท่าพื้นฐานปรับความลึกของการย่อได้ตามความสบายของเข่าและสะโพก คนน้ำหนักมากกว่าจะเผาผลาญได้มากกว่าที่ความหนักเท่ากันด้วยซ้ำ ตามตารางแคลอรี่ด้านบน สิ่งเดียวที่ต้องระวังคือแรงกระแทกที่เข่า ให้ปูเสื่อรองและลดความลึกของท่าย่อลง

กลับไปที่สารบัญ

บทความอื่นๆ ที่หน้าสนใจ

บทความอื่นในหมวดเต้นออกกำลังกายที่ต่อยอดจากทเวิร์คได้

ทำความรู้จักกับ การเต้นบาสโลบในผู้สูงอายุ กิจกรรมสนุกได้สุขภาพ

การเต้นบาสโลบในผู้สูงอายุ เป็นการเต้นออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้สูงอายุ มีที่มาจากสปป.ลาว เต้นยากไหมและดีต่อผู้สูงอายุอย่างไรมีคำตอบ..


แอโรบิค ผู้สูงอายุ สูงวัยเรียกเหงื่อเพื่อสุขภาพ แนะนำท่าเต้นสไตล์เบา ๆ

แอโรบิค ผู้สูงอายุ สูงวัยแต่แข็งแรงทั้งกายและใจด้วยวิธีออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและปลอดภัย แอโรบิค ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวควรใช้ท่าเต้นแบบไหน หาคำตอบได้ที่นี่


ล้วงลึก ZUMBA DANCE แอโรบิคคาร์ดิโอลดพุงสุดบ้าที่ได้ผลเกินคาด

ล้วงลึก Zumba dance ช่วยทำแอโรบิคคาร์ดิโอลดพุงของคุณเห็นผลไว ร่วมทำเข้าใจว่า ซุมบ้าแดนซ์ คืออะไร รวมข้อระวังผู้สูงวัยและผู้มีโรคประจำตัว


บทความนี้เขียนโดย...


โค้ชปูแน่น

โค้ชปูแน่น (ปู จักรินทร์ บุญลาภ)


เป็น CEO และที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทีมเทรนเนอร์ในฟิตเนสของตัวเองที่ Real Gym ซาฟารีเวิลด์ รวมถึงแบรนด์อาหารเสริม และที่ปรึกษาด้าน Training Quality ให้กับทีมเทรนเนอร์ของ Sport club และฟิตเนสชั้นนำ

โปรไฟล์โค้ชปูแน่น

บทความทั้งหมด




ติดต่อเรา ร้านขายเครื่องออกกำลังกาย Homefittools